บินตรงจากกรุงเทพไปอเมริกาเหนือกับ Air Canada

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

สำหรับคนไทยจำนวนมาก “อเมริกาเหนือ” ยังเป็น จุดหมายปลายทาง ที่รู้สึกว่าไกล เหนื่อย และต้องใช้พลังเยอะในการเดินทาง โดยเฉพาะเวลาต้องต่อเครื่องหลายรอบ เปลี่ยนสนามบิน หรือไปเจอ จุดตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม ( immigration ) ที่คิวเข้าแถวยาวรอเป็นชั่วโมงๆ หลังลงเครื่องจนบางครั้งยังไม่ทันเริ่มเที่ยวก็หมดแรงไปแล้ว

แต่หลังจากได้ลองเดินทางกับ Air Canada ไฟลต์ AC066 ซึ่งเป็นเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (BKK) สู่ แวนคูเวอร์ (YVR) ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไปพอสมควร เพราะสิ่งที่เส้นทางนี้ให้ ไม่ได้มีแค่ “บินตรง” แต่มันคือการทำให้การเดินทางไปอเมริกาเหนือง่ายขึ้นอย่างชัดเจน

 

จากกรุงเทพสู่แวนคูเวอร์ แบบ บินตรง ไม่แวะเปลี่ยนเครื่อง (Nonstop)

Air Canada เริ่มให้บริการเส้นทางบินตรง Bangkok–Vancouver ตั้งแต่ปี 2022 และปี 2026 ถือเป็นปีแรกที่เปิดให้บริการแบบตลอดทั้งปี

 

 

สำหรับไฟลต์ AC066 ที่ออกจากสุวรรณภูมิช่วงเช้า เวลา 07:05 น. ใช้เครื่อง Boeing 787-9 Dreamliner และใช้เวลาบินประมาณ 13 ชั่วโมง 30 นาที แม้จะเป็น บินระยะไกล ( long-haul flight) แต่สิ่งที่รู้สึกได้ตั้งแต่เริ่มเดินทางคือ “ความเรียบง่าย” ของเส้นทางนี้ เพราะ

  • ไม่มีการต่อเครื่องระหว่างทาง
  • ไม่มีการลากกระเป๋าขึ้นลงหลายรอบ
  • ไม่ต้องเสียพลังกับ เปลี่ยนเครื่อง ( transit airport ) หลายแห่งเหมือนเส้นทางดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคย

สำหรับคนที่เดินทางไกลบ่อย จะเข้าใจทันทีว่าแค่ลด “ความวุ่นวาย” ระหว่างทางได้ ก็ช่วยให้การเดินทางสบายขึ้นมากแล้ว

 

 

บรรยากาศก่อนขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ

เช้าวันเดินทางที่สุวรรณภูมิยังค่อนข้างเงียบ สนามบินดูเงียบสงบผู้โดยสารน้อยกว่าปกติเล็กน้อย ที่ Air Canada counter เช็คอินคิวว่าง ผู้โดยสารน้อย แทบไม่ต้องต่อคิว  และพอผ่าน security มา ประตูทางเข้าเครื่อง (Gate) อยู่บริเวณอาคาร Satellite Terminal นั่งรถไฟต่อไปอีก 1-2นาที อยู่ใกล้โซนประติมากรรมช้าง ซึ่งเป็นอีกมุมที่หลายคนชอบแวะถ่ายรูปก่อนเริ่มเดินทาง

ส่วนตัวคิดว่าฟีลของไฟลต์เช้าแบบนี้ค่อนข้างเหมาะกับ เส้นทางบินระยะไกล เพราะร่างกายยังเฟรช สดชื่น และช่วยให้ปรับเวลาระหว่างเดินทางได้ง่ายขึ้น

 

ไฟลต์บินระยะทางไกล (Long-haul Flight) ที่ จัดการได้ดีกว่าที่คิด

สำหรับไฟลต์ระยะไกล สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือ “ความเหนื่อยหลังเดินทาง”

 

 

บน Boeing 787-9 ของ Air Canada ที่ใช้ในเส้นทางนี้ บรรยากาศในห้องผู้โดยสาร ค่อนข้างสว่าง โปร่ง และเงียบในระดับที่จัดการได้ดี ช่วยให้การเดินทางยาวหลายชั่วโมงไม่ลำบาก หรืออึดอัดเกินไป

ที่นั่งชั้นประหยัด (economy class) อาจไม่ได้ใหญ่แบบพรีเมียม แต่ legroom และ layout โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่นั่งได้สบายสำหรับไฟลต์บินระยะทางไกล  อีกจุดที่ชอบคือระบบ inflight entertainment ที่มีคอนเทนต์ค่อนข้างหลากหลาย และระหว่างเดินทางหน้าจอ IFE ยังมีการโชว์เส้นทางบิน ซึ่งดูสวยงาม หลายมุมมอง ทำให้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ และ รู้ว่าขณะนี้เครื่องบินอยู่ตรงไหนแล้ว อีกไกลไหมจะถึงจุดหมาย

 

 

อาหารมีให้เลือกแบบไทยและฝรั่ง เสิร์ฟหลังจากเครื่องบินขึ้นสักพัก จะมีแซนวิซเสิร์ฟระหว่างบิน และ จะเสิร์ฟอาหารเช้าอีกทีตอนที่จะใกล้ถึงแวนคูเวอร์

รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ช่วยให้ไฟลต์บินระยะยาวดูผ่านไปเร็วขึ้นพอสมควร

 

แวนคูเวอร์, แคนาดา ไม่ใช่แค่เมืองที่แวะเปลี่ยนเครื่อง ( Transit City )

สิ่งที่น่าสนใจของเส้นทางนี้คือ แวนคูเวอร์ ไม่ได้เป็นแค่เมือง transit แต่เป็นหนึ่งใน ประตูทางเข้า (gateway) สำคัญของ อเมริกาเหนือ ที่เชื่อมต่อไปทั้ง แคนาดา และ สหรัฐฯ ได้สะดวกมาก

Air Canada มี network ครอบคลุมมากกว่า 100 จุดหมาย ทั่ว อเมริกาเหนือ ทำให้ แวนคูเวอร์กลายเป็นฮับ ที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการเดินทางต่อไปเมืองต่างๆ ในอเมริกาเหนือ และในทริปนี้ จุดหมายถัดไปของเราคือ Los Angeles หรือ LA

 

จุดขายสำคัญที่หลายคนยังไม่รู้: US Pre-clearance ที่ แวนคูเวอร์

 

นี่อาจเป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยมีคนไทยทราบเท่าไร เป็นจุดเด่นที่สุดของเส้นทางนี้ หากเดินทางต่อเข้าสหรัฐฯ ผ่าน แวนคูเวอร์ ผู้โดยสารสามารถทำ US Immigration และ Customs ได้ตั้งแต่ที่ แวนคูเวอร์, แคนาดา ซึ่งหมายความว่าเมื่อเดินทางถึง Los Angeles แล้ว จะถือว่าเป็น บินภายในประเทศ ( domestic arrival ) ทันที ซึ่งสะดวกมาก ไม่ต้องต่อคิวยาว ผ่านด่านรวดเร็ว เดินตัวเปล่าไปต่อเครื่องบินไป LA สะดวกมาก บินอีก 2ชั่วโมงกว่าก็ถึง LA พอบินถึง LA ก็ลงเครื่อง ไม่ต้องผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินไปรับกระเป๋าเดินทางที่โหลดตรงมาจากกรุงเทพ ที่สายพานได้เลย

สำหรับคนที่เคยเจอ คิวที่จุดตรวจคนเข้าเมือง ( immigration queue ) ยาวๆ ที่สนามบินใหญ่ในอเมริกา จะเข้าใจทันทีว่าจุดนี้ช่วยลดทั้งเวลาและความเครียดในการเดินทางได้เยอะมาก

และหลังจากได้ลองจริง ส่วนตัวคิดว่านี่คือหนึ่งในข้อได้เปรียบที่ทำให้เส้นทางนี้น่าสนใจสำหรับนักเดินทางจากไทย

 

เส้นทาง ( Route ) นี้เหมาะกับใคร?

หลังจากลองเส้นทางนี้จริง รู้สึกว่า Air Canada AC066 เหมาะกับหลายกลุ่มกว่าที่คิดโดยเฉพาะ:

  • คนที่ไปอเมริกาเหนือ ครั้งแรก
  • คนที่ไม่อยากต่อเครื่องหลายรอบ
  • นักธุรกิจที่ต้องการเส้นทางเดินทางที่ประเมินระยะเวลาเดินทางได้
  • คนที่อยากเที่ยว แคนาดา และ สหรัฐฯ ในทริปเดียว
  • คนที่อยากลดความเหนื่อยจากการเดินทางระยะไกล

 

 

บางครั้ง เดินทางง่ายขึ้นก็สำคัญที่สุด

หลังจากลองเส้นทางนี้จริง สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องความหรูหร่า แต่คือการที่การเดินทางไปอเมริกาเหนือ นั้น “สะดวกและง่ายขึ้น” แบบหายกังวลกับ เวลาต่อการต่อเครื่องระหว่างการเดินทาง และ คิวตรวจคนเข้าเมืองที่คิวยาวและรอนานที่สนามบินใหญ่ๆของสหรัฐฯ


  •  
  •  
  •  
  •  
  •