จากนี้ไปการช้อปออนไลน์จะทำได้ง่ายๆแค่เล่าความต้องการให้ AI ฟัง AI จะไปค้นหาเปรียบเทียบและแนะนำสินค้ามาให้เราได้เลยผ่าน Chat เพราะล่าสุด Sea บริษัทแม่ของ Shopee ประกาศขยายความร่วมมือกับ OpenAI โดยเปิดให้ผู้ใช้ในประเทศไทยสามารถเข้าถึง Shopee ผ่าน ChatGPT ได้แล้ว
ฟีเจอร์ใหม่นี้เปิดให้ผู้ใช้ค้นหาและรับคำแนะนำสินค้าจาก Shopee ผ่านบทสนทนากับ ChatGPT เช่น ขอให้ช่วยเลือกของขวัญ หาไอเดียแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์สำหรับการเดินทาง หรือค้นหาสินค้าเฉพาะทางตามงบประมาณและเงื่อนไขที่ต้องการ
อธิบายง่ายๆก็คือ แทนที่จะต้องคิดคีย์เวิร์ดและไล่เปิดสินค้าทีละรายการ เราก็อค่พิมพ์โจทย์อย่างเช่น
“ช่วยหาของขวัญให้เพื่อนผู้หญิงวัย 30 ปี ชอบกาแฟและแต่งบ้าน งบไม่เกิน 1,000 บาท จาก Shopee”
จากนั้น ChatGPT จะช่วยค้นหาและเสนอสินค้าที่เกี่ยวข้องจาก Shopee ก่อนที่เราจะกดเข้าไปซื้อสินค้าต่อบนแพลตฟอร์ม Shopee ได้เลย
ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศแรกที่เปิดให้ใช้งาน
Sea ระบุว่า Shopee App ภายใน ChatGPT เปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้ใน 8 ตลาด ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม บราซิล รวมถึงประเทศไทย
บริษัทระบุด้วยว่า Shopee เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายแรกที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกา และเชื่อมบริการเข้ากับ ChatGPT ในลักษณะนี้

สำหรับคนต้องการใช้งาน จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Connecter ก่อน โดยเข้าไปที่เมนู Apps ในแอป ChatGPT จากนั้นค้นหา Shopee แล้วกด Connect และทำการล็อกอินด้วยบัญชี Shopee ของตนเองตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการใช้งานในปัจจุบันยังเน้นการค้นพบและแนะนำสินค้า หรือ Product Discovery เป็นหลัก ผู้ใช้สามารถสนทนากับ AI เพื่อหาสินค้าที่ต้องการภายใน ChatGPT แต่เมื่อเลือกสินค้าแล้ว ยังต้องกดไปดำเนินการสั่งซื้อและชำระเงินต่อบน Shopee
จึงยังไม่ใช่ระบบที่ค้นหา เลือกสินค้า ใส่ตะกร้า และชำระเงินจบทั้งหมดภายใน ChatGPT
จาก Search Commerce สู่ Chat Commerce
สิ่งที่น่าสนใจในข่าวนี้อาจไม่ใช่เพียงการมีแอป Shopee เพิ่มขึ้นมาใน ChatGPT แต่คือพฤติกรรมการค้นหาสินค้าที่กำลังเปลี่ยนไป เพราะ ที่ผ่านมา การช้อปออนไลน์มักเริ่มต้นจากการค้นหาบน Google การเปิด Marketplace หรือการเจอสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย จากนั้นผู้ใช้จึงเปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว และเลือกซื้อสินค้า
แต่เมื่อ Marketplace เข้าไปอยู่ใน AI Assistant เส้นทางใหม่อาจกลายเป็น
AI Assistant → คำแนะนำสินค้า → Marketplace → การซื้อ
ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อสินค้า แบรนด์ หรือคีย์เวิร์ดที่ต้องใช้ตั้งแต่แรก แต่สามารถบอกบริบท ความต้องการ งบประมาณ หรือปัญหาที่อยากแก้ให้ AI ฟัง แล้วปล่อยให้ AI ช่วยคัดเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมออกมา
ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่เราค้นคำว่า “กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว” ผู้ใช้อาจเปลี่ยนมาถามว่า “กำลังจะไปญี่ปุ่น 5 วัน บินสายการบินโลว์คอสต์ อยากได้กระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องได้ แข็งแรง และราคาไม่เกิน 2,000 บาท”

การค้นหาแบบสนทนาช่วยให้ AI เข้าใจ Intent หรือความตั้งใจของผู้ซื้อได้ละเอียดกว่าการใช้คีย์เวิร์ดสั้น ๆ และอาจทำให้คำแนะนำสินค้ามีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ร้านค้าต้องเริ่มคิดเรื่อง AI Visibility
เมื่อ AI เริ่มเข้ามาทำหน้าที่ช่วยค้นหา เปรียบเทียบ และแนะนำสินค้า คำถามของแบรนด์และร้านค้าอาจไม่ได้มีเพียงว่า “สินค้าของเราติดอันดับค้นหาบน Marketplace หรือไม่” แต่ต้องเพิ่มคำถามใหม่ว่า “AI เข้าใจสินค้าของเรามากพอที่จะเลือกไปแนะนำให้ผู้บริโภคหรือไม่”
รายละเอียดสินค้าอาจยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งชื่อสินค้า คำอธิบาย วัสดุ ขนาด สี กลุ่มผู้ใช้งาน วิธีใช้ ราคา สต็อก การจัดส่ง รูปภาพ ตลอดจนรีวิวและคะแนนจากผู้ซื้อ
ยิ่งข้อมูลสินค้าชัดเจน ครบถ้วน และมีโครงสร้าง AI ก็มีโอกาสเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าสินค้านั้นเหมาะกับผู้บริโภคแบบใด และตอบโจทย์ในสถานการณ์ใด
อย่างไรก็ตาม Sea และ OpenAI ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกหรือจัดอันดับสินค้าที่ปรากฏในคำแนะนำของ ChatGPT จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าร้านค้าต้องทำ “SEO สำหรับ ChatGPT” ด้วยสูตรแบบใด
แต่ทิศทางที่เห็นได้ชัดคือ Product Data หรือข้อมูลสินค้าที่มีคุณภาพ กำลังกลายเป็นทรัพย์สินทางการตลาดที่สำคัญขึ้นในยุค AI Commerce
นักการตลาดต้องจับตาอะไรต่อ
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ AI จะเข้ามามีบทบาทมากแค่ไหนในการตัดสินใจว่าจะนำเสนอสินค้าใดให้ผู้บริโภค รวมถึงแบรนด์และร้านค้าจะสามารถวัดผล Traffic หรือยอดขายที่มาจาก ChatGPT ได้อย่างไร
อีกคำถามคือ Shopee จะพัฒนาเส้นทางการซื้อให้จบภายใน ChatGPT ในอนาคตหรือไม่ ตั้งแต่การเลือกสินค้า ใส่ตะกร้า ชำระเงิน ไปจนถึงติดตามคำสั่งซื้อ
หากเกิดขึ้นจริง การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซอาจไม่ได้วัดกันแค่ตำแหน่งบนหน้าค้นหา งบโฆษณา หรือโปรโมชันอีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถในการทำให้ข้อมูลสินค้าและแบรนด์ถูก AI เข้าใจ เชื่อถือ และเลือกแนะนำด้วย
สำหรับนักการตลาด ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณว่า AI กำลังขยับจากเครื่องมือช่วยสร้างคอนเทนต์ มาเป็น Touchpoint ใหม่ที่อยู่ในเส้นทางการซื้อของผู้บริโภคโดยตรง และในวันที่ผู้บริโภคเริ่มต้นการช้อปด้วยการถาม AI มากขึ้น แบรนด์อาจไม่ได้แข่งขันกันเพียงเพื่อให้คนมองเห็น แต่ต้องแข่งขันกันเพื่อให้ AI มองเห็นและเข้าใจด้วย
ที่มา: Sea


