‘ถกไม่เถียง Special Episode’ ขนสตูดิโอขึ้นเวทีครั้งแรก ชวนถกอนาคต เมื่อ AI ทำได้ทุกอย่าง คุณค่าของมนุษย์คืออะไร

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

แต่ไหนแต่ไรมา มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นล้อ เครื่องจักร เครื่องคิดเลข คอมพิวเตอร์ จนถึง AI ล้วนเป็นเพราะมนุษย์พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทางให้บางสิ่งมาทำงานแทนตัวเอง 

ในด้านหนึ่ง นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้อารยธรรมเดินหน้า แต่ทุกความสะดวกสบายมีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน เมื่อมนุษย์ขยับร่างกายน้อยลง สุขภาพก็ถดถอยได้ และเมื่อมนุษย์คิดน้อยลง โจทย์ที่ตามมาคือ ความสามารถในการคิดของเราจะถดถอยตามไปด้วยหรือเปล่า

บนเวที The Intelligence Stage ภายในงาน Asset Wise presents Marketing Oops! Summit 2026 ที่คุณทิน โชคกมลกิจรายการ “ถกไม่เถียง” ยกสตูดิโอออกมาสู่เวทีอีเวนต์เป็นครั้งแรก พร้อมชวนเฮียวิทย์ หรือดร.วิทย์ สิทธิเวคิน, อาร์ต-อภิรัตน์ หวานชะเอม PRACTICO, ทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล DataRockie ชวนมาถกประเด็นร้อนแรงแห่งยุคว่าในโลกที่ทุกคนสามารถใช้ AI เพื่อยกระดับตัวเองได้เร็วขึ้นกว่าเดิม นี่คือโอกาสของมนุษย์ หรือเป็นสัญญาณสู่จุดจบของมนุษย์ ในเซสชัน ‘ถกไม่เถียง EP. พิเศษ – Human vs. AI โลกที่ใครก็เก่งได้ด้วย AI – โอกาส หรือ จุดจบของมนุษย์

หมดยุคเก่าของมนุษย์แล้ว

 

มุมมองนี้วางอยู่บนแนวคิดว่า มนุษย์ที่อยู่รอดมาถึงวันนี้ เป็นไปได้มากว่าสืบเชื้อสายมาจากคนขี้เกียจ และขี้กลัว รู้จักหลบเลี่ยงอันตราย ใช้เครื่องมือเพื่อช่วยให้ตัวเองมีชีวิตรอด เพราะคนที่กล้าเกินไปอาจจบชีวิตไปกับเสือ หน้าผา หรือภัยธรรมชาติกันหมดแล้ว

เมื่อมองแบบนี้ AI จึงเป็นเหมือนเครื่องมืออีกชิ้นที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ที่ช่วยให้เราทำสิ่งเดิมได้เร็วขึ้น ทำสิ่งยากได้ง่ายขึ้น และทำสิ่งที่เคยจำกัดเฉพาะคนบางกลุ่มให้เปิดกว้างขึ้น

เมื่อย้อนกลับไป เครื่องมือที่เกิดขึ้นเพื่อทำงานแทนมนุษย์นั้นเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อย่างเช่น เครื่องคิดเลขเคยถูกมองว่าอาจทำให้คนเลิกคิดเลข แต่สุดท้ายนักคณิตศาสตร์ก็ยังอยู่ คอมพิวเตอร์เคยเข้ามาแทนงานจำนวนมาก แต่ก็สร้างงานใหม่ ทักษะใหม่ และโจทย์ใหม่ขึ้นมาเช่นกัน

ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่มนุษย์จะวางตัวเองอย่างไรในโลกที่มี AI คนกลุ่มหนึ่งอาจมองว่า AI จะเข้ามาแทนมนุษย์โดยตรง ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งอาจมองว่า AI คือ ‘ลูกน้อง’ หรือเครื่องมือที่มนุษย์ต้องกำกับทิศทางให้ได้

 

กรณีตัวอย่าง เมื่อ AI เขียนจดหมายรัก คนรับจะรู้สึกอย่างไร? 

 

ทุกวันนี้ AI สามารถช่วยเขียนข้อความแทนคนได้ ตั้งแต่อีเมลสมัครงาน แคปชัน โพสต์โซเชียล ไปจนถึงจดหมายรัก หากวันหนึ่งเราได้รับจดหมายรักที่เขียนด้วย AI ความรู้สึกของคนรับจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า?

คุณอาร์ต และคุณทอยมองว่า สิ่งสำคัญของการบอกรักคือวัตถุประสงค์และความตั้งใจ หากคนหนึ่งมีความรู้สึกจริง แต่ถ่ายทอดออกมาได้ติดขัด AI ก็อาจช่วยให้เขาส่งสารออกมาได้ชัด สวยงาม และตรงใจมากขึ้น ในกรณีนี้ AI จึงทำหน้าที่เหมือนตัวช่วยทางภาษา ที่ขยายความสามารถในการสื่อสารของมนุษย์

แต่มนุษย์ยังต้องเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย เพราะต่อให้ AI เขียนประโยคได้สวยเพียงใด AI ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงแทนมนุษย์เสมอไป สิ่งที่ AI มีคือรูปแบบภาษา แต่สิ่งที่มนุษย์มีคือประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง

ด้านคุณวิทย์ยกตัวอย่างวรรณกรรมฝรั่งเศสเรื่อง ‘Cyrano de Bergerac’ (1897) ที่มีการให้อีกคนเขียนจดหมายรักแทนตัวเอง จนหญิงสาวตกหลุมรัก และพบเจอกับความเศร้าเมื่อรู้ว่าคนที่ตนหลงรัก ไม่ใช่คนที่เขียนจดหมายหาเธอ 

ในวันที่ AI ช่วยเขียนแทนเราได้ แต่ความจริงของประสบการณ์ เจตนา และความรับผิดชอบต่อสารยังต้องมาจากผู้ส่ง ดังนั้น AI อาจช่วยให้เราพูดได้ดีขึ้น เขียนได้ดีขึ้น และสื่อสารได้ชัดขึ้น แต่คุณค่าของการสื่อสารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมนุษย์ยังรู้ว่าตัวเองต้องการบอกอะไร รู้สึกอะไร และยอมรับว่าสารนั้นเป็นของตัวเอง ชวนคิดต่อว่าสุดท้ายเราจะใช้ AI เป็นเครื่องมือทำงานแทนอย่างไร ไม่ให้มันมาแทนตัวตนของเรา

 

 เด็กควรใช้ AI แค่ไหน ?

 

ประเด็นเรื่องเด็กกับ AI ถูกหยิบขึ้นมาคุยอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะโจทย์ว่า ควรสนับสนุนให้เด็กใช้ AI ตั้งแต่เล็กหรือเปล่า

ด้านคุณอาร์ต มองว่าเด็กสามารถใช้ AI ได้ แต่พ่อแม่ต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแล เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว AI กำลังกลายเป็นฐานสำคัญของการศึกษา การปิดกั้นเด็กจาก AI อาจทำให้เด็กเสียเปรียบในโลกที่ทักษะการใช้ AI กลายเป็นทักษะพื้นฐาน

เพราะ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตเด็กคล้ายกับเทคโนโลยีรุ่นก่อนหน้า เช่น ทีวี อินเทอร์เน็ต หรือสมาร์ตโฟน โจทย์จึงอยู่ที่พ่อแม่จะมีเวลาพอในการสอนลูกให้เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอหรือเปล่า เด็กจะใช้ AI อย่างไร จะถามอะไร จะเชื่อคำตอบแบบไหน สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการดูแลและการชวนคิดจากผู้ใหญ่

ในอีกทางหนึ่ง การสนับสนุนให้ใช้ AI ต้องมาพร้อมสติปัญญาและความเข้าใจว่า AI มีข้อจำกัด AI อาจตอบได้เร็ว อธิบายได้ดี และดูเหมือนรู้ทุกเรื่อง แต่คำตอบของ AI ก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบจากมนุษย์

ประเด็นสำคัญคือ วัตถุประสงค์ของการศึกษามีมากกว่าการทำให้เด็กเก่งขึ้นหรือฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว การศึกษาเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกับสังคม ได้เจอทั้งความยุติธรรม ความลำเอียง ความหลากหลาย ความขัดแย้ง และความสัมพันธ์กับมนุษย์จริง

แม้แต่ การเจออคติของครู หรือการรับรู้ว่าคนในสังคมมีความคิดต่างกัน ไม่ได้มีแต่คนดี อาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เด็กเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ทางสังคมที่ AI ให้คำตอบได้ แต่ทดแทนประสบการณ์ตรงทั้งหมดได้ยาก

 

ถ้า AI ทำงานแทนมนุษย์ได้ องค์กรยังต้องมีมนุษย์อยู่ไหม?

 

ทุกครั้งที่มนุษย์มีเครื่องมือใหม่เข้ามาทำงานแทน เราแทบจะไม่เคยเสียดายวิธีเดิม เช่น ล้อทำให้เราเดินทางได้ไกลขึ้น หรือเครื่องบินทำให้โลกเล็กลง AI ที่ความสามารถหลากหลายก็เช่นกัน

จึงน่าคิดต่อว่า ทุกครั้งที่เครื่องมือต่างๆ เข้ามาทำงานแทนเรา จริงๆ แล้วมันอาจเป็นงานที่มนุษย์ไม่ควรจะต้องเสียเวลาไปทำตั้งนานแล้ว ประเด็นที่ว่า AI เข้ามาแทนมนุษย์จนตกงาน มันคืองานที่มนุษย์ยังฝืนทำอยู่ ที่ทั้งใช้เวลาเยอะ งานที่กินพลังความคิด หากใช้ AI ให้เป็น มนุษย์อาจได้เดินไปสู่งานที่มีความหมายกับตัวเอง และสังคมกว่าเดิม 

 

ในโลกที่ใคนก็เป็น ‘คนเก่ง’ ได้ มาตรฐานความเก่งได้เปลี่ยนไปแล้ว 

 

เพราะ AI อาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งฉลาดขึ้น เติบโตเร็วขึ้น และเข้าถึงโอกาสมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งกลายเป็นผู้ตาม เป็นเหยื่อของคำตอบสำเร็จรูป หรือค่อยๆ ฝากความคิดของตัวเองไว้กับเครื่องมือมากเกินไป

AI อาจเป็นทั้งโอกาสและจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของมนุษย์พร้อมกัน โอกาสสำหรับคนที่ใช้ AI เพื่อขยายความสามารถของตัวเอง และจุดจบสำหรับมนุษย์เวอร์ชันที่ปล่อยให้เครื่องมือคิดแทน ตัดสินใจแทน และกำหนดคุณค่าชีวิตแทนตัวเอง

 

สรุปจาก Stage 1 – The Intelligence Stage

Session: ถกไม่เถียง EP. พิเศษ – Human vs. AI โลกที่ใครก็เก่งได้ด้วย AI – โอกาส หรือ จุดจบของมนุษย์

โดย

– Wit Sittivaekin Host of 8 minute history and Morning Wealth

– Apirut Vanchaam Founder & CEO, PRACTICO 

– Kasidis Satangmongkol Digital Writer, DataRockie and Data Analyst, Samsung Thailand 

– Moderated by Tin Chokkamolkij Co-Founder, Tero Digital Co., Ltd. และ พิธีกรรายการ ถกไม่เถียง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE