เมื่อ AI รู้จักฉัน แบรนด์ก็ขอร่วมวง! ถอดรหัสไวรัล “ทุกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับฉัน” สู่ Real-time Marketing ของ “ซีคอนสแควร์” และ “บาร์บีคิวพลาซ่า”


 

เมื่อคนไทยเป็นนักสร้างสรรค์ จึงเปลี่ยนจากการคอยถาม AI ในเรื่องต่างๆ มาสู่การสร้างความสนุกอีกแบบ จนเกิดเป็นการถาม AI กลับว่ารู้อะไรเกี่ยวกับ “ตัวเรา” บ้าง?

ด้วยคำสั่งสั้นๆ อย่าง “จากทุกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับฉัน” แล้วปล่อยให้ระบบนำข้อมูลที่มีมาสร้างภาพสะท้อนชีวิต การทำงาน ความชอบ หรือโลกในจินตนาการของผู้ใช้แต่ละคน ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ แม้จะเริ่มด้วยคำสั่งคล้ายกัน แต่ภาพที่ได้กลับต่างกันออกไป และความต่างนี้เองที่ทำให้ผู้เล่นอยากนำผลงานมาอวด เปรียบเทียบ และชวนเพื่อนเข้ามาลองว่า AI ของใครจะรู้ใจเจ้าของบัญชีมากกว่ากัน

เมื่อความสนุกเดินทางมาถึงโลกการตลาด แบรนด์อย่าง “ซีคอนสแควร์” และ “บาร์บีคิวพลาซ่า” จึงหยิบกลไกเดียวกันมาต่อยอด เปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคนำภาพสถานที่ของแบรนด์ไปสร้างสรรค์ด้วย AI แล้วกลับมาแชร์ผลงานใต้โพสต์ เปลี่ยนพื้นที่คอมเมนต์ให้กลายเป็นที่โชว์ไอเดียของผู้ร่วมเล่น

 

จาก “วาดชีวิตฉัน” สู่ “สร้างโลกในแบบของฉัน”

หากย้อนรอยเทรนด์นี้ จะพบว่าแนวคิดให้ AI สร้างภาพจากสิ่งที่รู้เกี่ยวกับผู้ใช้มีการแชร์กันมาแล้วอย่างน้อยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 โดยในชุมชนผู้ใช้ OpenAI มีการตั้งกระทู้ชวนทดลองพรอมต์แนว “what you know about me, draw a picture” (จากสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับฉัน วาดภาพว่าคุณคิดว่าชีวิตปัจจุบันของฉันเป็นอย่างไร) พร้อมนำภาพที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน จึงยังไม่ควรระบุว่ากระแสครั้งล่าสุดเกิดจากผู้ริเริ่มเพียงรายเดียว

(ที่มา https://community.openai.com/t/based-on-what-you-know-about-me-draw-a-picture/1008186?utm_source=chatgpt.com)

ต่อมา แนวคิดนี้แตกแขนงเป็นการสร้างภาพหลายรูปแบบ หนึ่งในเวอร์ชันที่ได้รับความสนใจในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คือภาพการ์ตูนล้อเลียนตัวเองกับอาชีพ ผ่านพรอมต์ “Create a caricature of me and my job based on everything you know about me” ภาพที่ได้จึงมักรวมหน้าตา อุปกรณ์ทำงาน งานอดิเรก และรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ไว้ด้วยกัน

(ที่มา https://www.tomsguide.com/ai/chatgpt/i-asked-chatgpt-to-draw-my-life-with-this-viral-prompt-the-results-surprised-me?utm_source=chatgpt.com )

สิ่งที่เชื่อมแต่ละเวอร์ชันเข้าด้วยกันคือการให้ AI ตีความว่า “ฉันเป็นใคร” จากข้อมูลที่ระบบมีให้ใช้ ซึ่งผลลัพธ์อาจตรงใจ ชวนประหลาดใจ หรือหลุดจนกลายเป็นเรื่องขำก็ได้

ในมุมพฤติกรรมผู้บริโภค ความสนุกจึงมีมากกว่าการได้ภาพสวย ผู้เล่นกำลังลุ้นคำตอบว่า AI จะหยิบส่วนไหนของตัวเองขึ้นมาเล่า และเมื่อได้คำตอบแล้ว ก็อยากรู้ต่อว่าคนอื่นมองเห็นตัวเราในภาพเดียวกันหรือไม่

ภาพหนึ่งภาพจึงเปิดบทสนทนาได้หลายทาง ตั้งแต่ “นี่มันฉันชัดๆ” ไปจนถึง “ฉันคุยเรื่องนี้กับ AI เยอะขนาดนั้นเลยหรือ?” รวมถึงการแซวรายละเอียดที่ระบบตีความเกินจริง ความแม่นและความพลาดต่างก็กลายเป็นวัตถุดิบของคอนเทนต์ได้ นี่คือกลไกที่ช่วยให้เทรนด์เดินทางต่อได้ง่าย ผู้เล่นมีโจทย์ตั้งต้นร่วมกัน แต่ยังได้ผลงานที่รู้สึกว่าเป็นของตัวเอง จึงมีเหตุผลทั้งที่จะลองทำและนำมาแชร์

 

“ซีคอนสแควร์” เปลี่ยนฮอลล์ให้เป็นอีเวนต์เฉพาะตัว

สำหรับซีคอนสแควร์ การหยิบเทรนด์นี้มาใช้เริ่มจากสิ่งที่เชื่อมกับธุรกิจโดยตรง นั่นคือพื้นที่จัดอีเวนต์ “Seacon Square Hall” ข้อความชวนร่วมกิจกรรมที่เผยแพร่ผ่าน Facebook  Seacon Square l ซีคอนสแควร์ อยู่ที่ Seacon Square l ซีคอนสแควร์ ให้ผู้เล่นบันทึกภาพฮอลล์ แล้วนำไปใช้กับ ChatGPT หรือ Gemini เพื่อสร้างอีเวนต์ที่อิงจากสิ่งที่ AI รู้เกี่ยวกับตัวเอง พร้อมกำกับทิศทางให้เป็นงานที่เล่นใหญ่ในสไตล์ซีคอน ก่อนนำภาพกลับมาอวดใต้โพสต์

ในเชิงกลยุทธ์ โจทย์นี้วางองค์ประกอบไว้ค่อนข้างครบ ทั้งภาพตั้งต้น เครื่องมือที่ใช้ แนวทางสร้างสรรค์ และพื้นที่นำผลงานกลับมาแชร์ ผู้ร่วมกิจกรรมจึงไม่ต้องเริ่มคิดจากศูนย์ ขณะเดียวกันก็ยังมีอิสระให้ความสนใจของตัวเองเป็นตัวกำหนดหน้าตาของงาน

จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การนำคำว่า “ทุกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับฉัน” ซึ่งกำลังไวรัล มาเชื่อมกับพื้นที่ของแบรนด์ ทำให้อีเวนต์ในภาพมีความหมายกับผู้สร้างมากกว่าการออกแบบงานทั่วไป เพราะเป็นภาพของงานที่เหมือนจัดขึ้นมาเพื่อตัวเองโดยเฉพาะ

ส่วนซีคอนสแควร์ก็ได้ให้ผู้บริโภคทดลองตีความพื้นที่ของห้างผ่านจินตนาการของแต่ละคน ภาพฮอลล์เดิมจึงมีโอกาสปรากฏซ้ำในหลายรูปแบบ โดยยังเชื่อมกลับมาที่บทบาทของซีคอนในฐานะพื้นที่สร้างประสบการณ์

คำกำกับให้เล่นใหญ่ยังทำหน้าที่เป็นกรอบความคิดที่ช่วยรักษาบุคลิกของแบรนด์ แม้ผลงานแต่ละภาพจะต่างกัน ผู้ร่วมเล่นก็ยังมีทิศทางร่วมกันว่าจะสร้างอะไรที่เกินความธรรมดาให้เกิดขึ้นในพื้นที่นี้

(ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1495676332663143&id=100066623708564&mibextid=wwXIfr&rdid=6NVMMxTpRUYKJJef#)

“บาร์บีคิวพลาซ่า” ชวนแฟนแบรนด์ใส่จินตนาการลงในร้านที่คุ้นเคย

ด้านบาร์บีคิวพลาซ่า หยิบภาพบรรยากาศภายในร้านมาเป็นจุดตั้งต้น เปิดให้ชาวเน็ตนำไปสร้างสรรค์ด้วย AI และแชร์ผลงานกลับมายังโพสต์ของแบรนด์

กลไกนี้ใช้ประโยชน์จากความคุ้นเคยที่ผู้บริโภคมีต่อสถานที่ เมื่อภาพร้านที่เคยไปนั่งกินกับเพื่อนหรือครอบครัวกลายเป็นวัตถุดิบให้แต่งเติม ผู้เล่นจึงสามารถนำความชอบของตัวเองเข้าไปผูกกับประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ได้ทันที

หากมองในเชิงการสื่อสาร การให้ผู้บริโภคลงมือสร้างภาพร้านในเวอร์ชันของตัวเอง ช่วยเพิ่มบทบาทของคนดูจากผู้รับสารมาเป็นผู้ร่วมสร้างคอนเทนต์ แบรนด์เป็นผู้เปิดโจทย์ ส่วนรายละเอียดที่ทำให้แต่ละภาพน่าสนใจเกิดจากผู้ร่วมเล่นและการตีความของ AI

(ที่มา: https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand/posts/pfbid02fcT1RrtJ7hJEu44wXiWifSXLtMxpwcosAdd7pFLC5a9o3JbmWSqcxRpukwN5AgTal)

 

เมื่อทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับ มีคนนำผลงานมาร่วมสนุก คุณค่าที่เกิดขึ้นจึงอยู่ทั้งในตัวโพสต์และพื้นที่คอมเมนต์ เพราะภาพของผู้เล่นแต่ละคนกลายเป็นเนื้อหาให้คนถัดไปเข้ามาดู พูดคุย และหาไอเดียทำเวอร์ชันของตัวเองต่อ อย่างไรก็ตาม การตอบรับบนโพสต์ควรแยกออกจากผลลัพธ์ทางธุรกิจ การมีส่วนร่วมสะท้อนว่ากิจกรรมดึงให้คนเข้ามาเล่นได้ ส่วนจะนำไปสู่การเดินห้าง การเข้าร้าน หรือยอดขายมากน้อยเพียงใด ยังต้องอาศัยข้อมูลอีกชุดหนึ่งในการประเมิน

 

บทเรียน Real-time Marketing ที่ดี ต้องเข้าใจว่าคนกำลังสนุกกับอะไร

เมื่อมองสองกรณีร่วมกัน สิ่งที่น่าเรียนรู้คือการเลือกหยิบ “กลไกความสนุก” ของไวรัลมาใช้ ผู้บริโภคชอบเทรนด์นี้เพราะได้เห็นตัวตนของตัวเองผ่านภาพที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งสองแบรนด์จึงนำความสนุกนั้นมาเชื่อมกับพื้นที่ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว

“ซีคอนสแควร์” มีฮอลล์สำหรับจินตนาการถึงอีเวนต์ ขณะที่ “บาร์บีคิวพลาซ่า” มีบรรยากาศร้านให้ผู้ร่วมเล่นนำไปตีความต่อ ความเกี่ยวข้องเช่นนี้ช่วยให้แบรนด์มีบทบาทอยู่ในกิจกรรมตั้งแต่ต้น และทำให้ผลงานที่ผู้บริโภคสร้างยังมีความเชื่อมโยงกลับมาหาแบรนด์

อีกองค์ประกอบคือการออกแบบให้ร่วมเล่นได้ง่าย ผู้ใช้มีภาพตั้งต้น มีแนวทาง และรู้ว่าจะนำผลงานไปแชร์ที่ไหน ความชัดเจนช่วยลดความยุ่งยากในการเข้าร่วม ส่วนพื้นที่ว่างในโจทย์ก็เปิดโอกาสให้แต่ละคนแสดงความคิดของตัวเอง

ในมุมการบริหารคอนเทนต์ งานของแบรนด์ยังเดินต่อหลังเผยแพร่โพสต์ ทั้งการตอบกลับผลงาน ชวนคุยถึงรายละเอียดในภาพ และนำไอเดียที่น่าสนใจมาต่อยอดอย่างเหมาะสม การดูแลบทสนทนาช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมรู้สึกว่าผลงานของตัวเองมีคนเห็น และอาจสร้างแรงจูงใจให้คนอื่นอยากเข้ามาร่วมด้วย ส่วนการวัดผลก็ควรมองให้ลึกกว่ายอดปฏิสัมพันธ์รวม เช่น มีผู้ร่วมสร้างภาพกี่คน เกิดบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์อย่างไร และคนยังจำได้หรือไม่ว่ากิจกรรมนี้เริ่มจากแบรนด์ใด เพราะยอดที่เพิ่มขึ้นจะมีความหมายมากขึ้นเมื่ออธิบายได้ว่า ผู้บริโภคกำลังเชื่อมโยงอะไรกับแบรนด์

 

กรณีนี้จึงสะท้อนว่า ความเร็วของ Real-time Marketing จะทำงานได้เต็มที่เมื่อมาพร้อมความเข้าใจทั้งเทรนด์และตัวเอง แบรนด์ต้องมองให้ออกว่าคนกำลังอยากทำอะไร แล้วออกแบบบทบาทที่ช่วยให้ความสนุกนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายและมีความหมายกับธุรกิจ

สำหรับไวรัล “ทุกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับฉัน” โอกาสของแบรนด์อยู่ตรงการเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคเล่าเรื่องตัวเอง ยิ่งผู้ร่วมเล่นใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีเหตุผลที่จะอยากสร้าง อยากอวด และอยากชวนคนอื่นมาดู ขณะที่แบรนด์ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่พวกเขาเลือกเล่าด้วยตัวเอง

 

Source

 


pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!