
Sea Cleaners และ JCDecaux ร่วมมือกับเอเจนซี่ Dentsu Creative เปิดตัวแคมเปญ “Reverse Media Schedules” ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยนำเสนอแนวคิดสื่อโฆษณารูปแบบใหม่ที่ให้แบรนด์จ่ายเงินสวนทางกับที่เคยทำมา คือเพื่อ “การหายไป” แทนที่จะจ่ายเพื่อ “การปรากฏตัว”
จุดเริ่มต้นของไอเดียนี้มาจากปัญหาที่สะสมมานานหลายทศวรรษ นั่นคือขยะที่มีตราสินค้าติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ กระป๋อง หรือซองบรรจุภัณฑ์ที่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาด ซึ่งกลายเป็นภาพจำเชิงลบของแบรนด์ในโลกความเป็นจริงโดยไม่รู้ตัว งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการที่ผู้บริโภคเห็นขยะที่มีตราสินค้าสามารถลดมูลค่าที่ยินดีจ่ายให้กับสินค้านั้นได้โดยตรง ทำให้ปัญหาขยะไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นความเสี่ยงทางการตลาดอย่างแท้จริง
ระบบนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Sea Cleaners และ JCDecaux ประจำภูมิภาคออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ด้วยการนำตรรกะของการวางแผนสื่อโฆษณามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าขยะแต่ละชิ้นคือตัวส่งอารมณ์เชิงลบ ที่สามารถระบุตัวตน ประเมินมูลค่า และลดจำนวนลงได้อย่างเป็นระบบ ผ่านการใช้กรอบโมเดลด้านสื่อ แบรนด์สามารถวัดผลกระทบของขยะที่มีตราสินค้าต่อการรับรู้ของผู้บริโภค และจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในการเก็บกวาดขยะเหล่านั้นออกจากสิ่งแวดล้อม กลายเป็นการเปลี่ยนกิจกรรมเก็บขยะให้เป็นกระบวนการที่จะปรับแต่งประสิทธิภาพสื่อที่ติดตามผลได้จริง และผนวกความยั่งยืนให้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์สื่อ แทนที่จะเป็นเพียงกิจกรรม CSR แยกส่วนเหมือนที่ผ่านมา
แคมเปญนี้มีการคาดการณ์เบื้องต้นว่าจะสามารถเก็บขยะได้หลายหมื่นชิ้นต่อปี และเข้าถึงผู้บริโภคในเชิงบวกผ่านการรับรู้แบรนด์ที่ดีขึ้นได้หลายแสนคน ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจยังพบว่า 75% ของผู้บริโภคระบุว่ามองแบรนด์ในแง่ดีขึ้นเมื่อแบรนด์สนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะ ทำให้ “Reverse Media Schedules” กลายเป็นตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าความยั่งยืนสามารถเป็นตัวขับเคลื่อนที่วัดผลได้ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพของสื่อ มูลค่าแบรนด์ และผลกระทบเชิงบวกต่อโลกแห่งความเป็นจริงไปพร้อมกัน




