เปิดกรุเศรษฐีเพื่อนบ้านไทย กับอาณาจักร ‘Vingroup’ มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของเวียดนาม

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนามาอย่างยาวนาน ยกเว้น 2 ประเทศ สิงคโปร์ และ บรูไน’ แต่ก็ใช่ว่าในชาติกำลังพัฒนาเหล่านี้จะไม่มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งอยู่ในประเทศเลย อย่างในประเทศไทย ที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้วก็มีบรรดาเศรษฐีอยู่หลายรายที่มักติด Top List เป็นผู้ร่ำรวยที่สุดในประเทศจากการจัดอันดับในแต่ละปีของนิตยสาร ‘Forbes’

โดยอันดับหนึ่งในปี 2019 ยังคงเป็นตระกูลเจียรวนนท์ (เครือเจริญโภคภัณฑ์) เช่นเดิมต่อเนื่องจากปี 2018 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 2.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 9.41 แสนล้านบาท) และอันดับ Top 5 ที่เหลือก็ยังตามด้วยเศรษฐีจากบริษัทรายใหญ่เจ้าเดิมของไทย ได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ (กลุ่มเซ็นทรัล), เฉลิม อยู่วิทยา (กระทิงแดง), เจริญ สิริวัฒนภักดี (ไทยเบฟเวอเรจ) และ สารัชถ์ รัตนาวะดี (กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์)

สำหรับเพื่อนบ้านของเราอย่าง เวียดนาม เรียกได้ว่ามีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ ใครๆ ก็ต่างพูดถึงและชื่นชมในการเติบโตทางเศรษฐกิจมาตลอด จนใครต่อใครต่างก็ยกระดับให้เป็นประเทศ ‘ดาวเด่น’ ที่น่าลงทุนในอาเซียนไปแล้ว และหากใครเคยติดตามข่าวสารก่อนหน้านี้อยู่บ้าง ก็น่าจะเคยเห็นว่ามีหลายๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในเวียดนามเป็นที่เรียบร้อย ยกตัวอย่าง เช่น Samsung และ Nintendo บริษัทเกมของญี่ปุ่น

 

นักลงทุนต่างชาติใน เวียดนาม’ ช่วยเพิ่มศักยภาพคน

หลายคนน่าจะสงสัยว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของเศรษฐีในเวียดนาม? ‘Dung Duong’ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายให้บริการในระดับมืออาชีพ จาก CBRE Vietnam กล่าวว่า การแลกเปลี่ยน หรือความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างเวียดนามและบริษัทต่างชาติที่มาลงทุน มีส่วนทำให้ศักยภาพของคนเวียดนามพัฒนามากขึ้น ทั้งย้ำว่า know how ต่างๆ จากต่างประเทศทำให้เวียดนามได้รับการฟื้นฟู และเพิ่มความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะด้านมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รัฐบาลเวียดนามเองก็ให้การส่งเสริมอย่างเต็มที่

ดังนั้น ระยะหลังๆ จะเห็นว่ามีเศรษฐีหน้าใหม่เกิดขึ้นในเวียดนามมากขึ้น รายงานของ High Net Worth (HNW) 2019 จากบริษัทวิจัยความมั่งคั่ง Wealth-X ระบุว่า ‘เวียดนาม’ จัดอยู่อันดับที่ 4 จาก 10 ประเทศที่มีการเติบโตของประชากรเศรษฐีเร็วที่สุดในโลก โดยคาดการณ์ว่าในระหว่างปี 2018-2023 อัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 10.1% ต่อปี

Wealth-X

 

มหาเศรษฐีคนเวียดนามถึง 5 คน ติดโผ Forbes World 2019

การคาดการณ์ของ Wealth-X ที่ว่าเศรษฐีในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นก็ว่าน่าสนใจแล้ว โดยจะยึดถือตามหลักของรายได้/มูลค่าของบริษัท ต้องอยู่ที่ระหว่าง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ล้านบาท ถึง 956 ล้านบาท)

แต่สำหรับ ‘มหาเศรษฐี’ ในเวียดนามก็ยิ่งน่าสนใจยิ่งกว่า เพราะจำนวนมหาเศรษฐีเองในประเทศก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยยึดหลักของผู้มีรายได้/มูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป (ราว 3,190 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในปี 2019 มีรายชื่อมหาเศรษฐีคนเวียดนามติดโผอยู่ถึง 5 รายชื่อด้วยกัน ในรายงาน ‘Forbes World 2019’ ได้แก่

 

  1. Pham Nhat Vuong (Vingroup)
  2. Nguyen Thi Phuong Thao (สายการบิน VietJet Air)
  3. Tran Ba Duong (รถยนต์ THACO)
  4. Nguyen Dang Quang (Masan Group)
  5. Ho Hung Anh (Techcombank)

 

 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Vingroup เป็นมหาเศรษฐีคนแรกในเวียดนาม

กรณีของ ‘Pham Nhat Vuong’ ผู้ก่อตั้งบริษัท ‘Vingroup’ ที่กลายเป็น ‘มหาเศรษฐี’ (billionaire) คนแรกในเวียดนาม ทั้งยังเป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาลอีกด้วย โดยตั้งแต่ปี 2017-2019 ยังคงเป็นมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งคนเวียดนามจากการจัดอันดับของ Forbes

โดยรายงานของ Forbes ระบุว่า Vingroup เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวียดนาม โดยมูลค่าทรัพย์สินของ Pham Nhat Vuong ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลาร์สหรัฐ (ราว 207 แสนล้านบาท)

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ Vingroup แม้จะเริ่มต้นธุรกิจมาจากธุรกิจค้าปลีก และโรงแรมมาก่อน แต่ในปัจจุบัน Vingroup ได้ขยายอาณาจักรแตกไลน์ธุรกิจแฝงตัวอยู่ในทุกๆ อุตสาหกรรมหลักเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ศูนย์การค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงแรม, เฮลท์แคร์, โลจิสติกส์, การเกษตร, การศึกษา, สมาร์ทโฟน และอุตสาหกรรมรถยนต์

 

Pham Nhat Vuong เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อของเวียดนาม Vietnam Insider กล่าวว่า “ช่วงเวลาที่ไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศรัสเซีย และเคยเริ่มต้นธุรกิจขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ยูเครน มีส่วนทำให้เขามีวันนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีความอดทนอดกลั้น และไม่รีบร้อนที่จะทำธุรกิจโดยไม่ศึกษาไม่ดี”

“คนเวียดนามสำหรับผม ผมมองว่าค่อนข้างมีความขยันและสร้างสรรค์ กลุ่มวัยรุ่นไฟแรงตอนนี้ก็รักในการทำธุรกิจมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายๆ ด้าน ทำให้เกิดการแข่งขันในเวียดนาม ช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศในการทำธุรกิจมีความคึกคักขึ้น”

 

กางแผน 5 ปี ปั้น VinFast และ VinSmart ขึ้นแบรนด์โลก

ตามที่ Bloomberg เคยรายงานไว้ว่า เป้าหมายที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างของ Vingroup ในปี 2020 คือ เตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจรถยนต์สำหรับตลาดอเมริกา เพราะมองว่าค่อนข้างแข็ง แต่ก็น่าดึงดูดด้วยกำลังซื้อมหาศาล โดยตามกำหนดการ ก็คือ 2021 จะเป็นปีที่ Vinfast (แบรนด์รถยนต์ของ Vingroup) พร้อมเปิดตัวจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดสหรัฐ จากนั้นจะเริ่มทดลองตลาดในยุโรปต่อไป

ขณะที่ VinSmart สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 มีเป้าหมายในระยะ 5 ปี ต้องการทดลองตลาดจำหน่ายในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยับเป็นตลาดในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ Pham Nhat Vuong ย้ำว่า “ตลาดรถยนต์ และ สมาร์ทโฟน น่าจะเป็นธุรกิจสำคัญแรกๆ ที่จะมุ่งเจาะตลาดอย่างจริงจังในอีก 5 ปีข้างหน้า (2020-2025) เพื่อยกระดับ Vingroup ให้เป็น international brand ซึ่งแม้ว่าจะท้าทายมาก แต่เขาเชื่อมั่นในแบรนด์ คุณภาพ และราคา”

 

 

ที่มา : forbes, bloomberg, vnexpress, vietnaminsider


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม