103.58.148.118

Digital Life

Ξ 8 comments

รีวิวและเชิญร่วมสนุกชิงรางวัล หนังสือ 8 มหาคำถามที่มนุษย์สมัครงานทุกคนต้องอ่าน

posted by  2,329 views

ถ้าคุณไปร้านหนังสือ แล้วอยากจะหาหนังสือดีๆสักเล่มเพื่อเอาไว้ไปอ่านเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน คุณเคยเจอที่ดีๆเลยมั้ย เราไม่ได้เห็นกันบ่อยๆและยังไม่ค่อยมีเล่มไหนที่มันโดนจริงๆ และถูกเขียนจาก expert ที่อยู่ในวงการ ตลาดการหางาน หรือ recruitment ในเมืองไทย แต่วันนี้เราขอแนะนำหนังสือเล่มใหม่เอี่ยมเพิ่งวางแผงสดๆร้อนๆจาก กูรูผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการ การหางาน และเป็น career coach ลำดับต้นๆของประเทศ คือ คุณ มาร์ค เหล่าถาวรวรงศ์ (Mark Laothavornwong) ซึ่งคุณมาร์คก็เป็นหนึ่งใน exclusive writer ให้กับทางเว็บไซต์ MarketingOops เป็นประจำทุกเดือนด้วยเช่นกัน

Job-Interview-Weapons-2

เข้าเรื่องเลย หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “8 มหาคำถามที่มนุษย์สมัครงานทุกคนต้องอ่าน” หรือ “The 8 Job Interview Weapons”

Highlight ของหนังสือเล่มนี้คือ

  • เล่มเดียวเอาอยู่ ไม่ต้องไป Google หรือ YouTube เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมสัมภาษณ์อีกต่อไป
  • Localize สำหรับแคนดิเดทคนไทยโดยเฉพาะ
  • 8 คำถามนี้แหละ โดนถามแน่ บอกวิธีตอบคำถามทั้ง 8 โดยละเอียดยิบ พร้อมตัวอย่างทั้งไทยและภาษาอังกฤษ
  • ถึงชื่อจะเป็น 8 มหาคำถาม แต่จริงๆเฉลยวิธีตอบคำถามมากกว่า 20 ข้อที่อาจจะถูกถามเหมือนกัน
  • มีเทคนิค tricks & tips ตลอดทั้งเล่ม ตั้งแต่วิธีเรียกผู้สัมภาษณ์ ไปจนถึงการใช้ LinkedIn
  • Proven records of success – ทุกเทคนิคถูกใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และได้ช่วยให้แคนดิเดททั้งชาวไทยและต่างชาติที่ผู้เขียนช่วยจำนวนมากได้งานมาแล้วจริงๆ
  • ทุกเรื่องมาจากประสบการณ์ตรง
  • ทุกเทคนิคที่สอน คือเทคนิคที่ผู้เขียน ช่างสังเกตและนำมาลองผิดลองถูก นำมา adapt ใช้กับการสัมภาษณ์ และเอาเข้ามาสอน มาโค้ชจนออกมาเป็นหลักสูตรของผู้เขียนเอง ทุกเทคนิคได้มีการจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์เองของผู้เขียน หนังสือต่างประเทศไม่มีที่ไหนสอนวิธีนี้
  • และสุดท้าย อ่านง่าย อ่านสนุก และนำไปปฏิบัติได้จริง

ใครควร (หรือ ต้อง) อ่าน

  • คุณที่อยากสมัครงานในบริษัทไทยใหญ่ๆ และบริษัทต่างชาติที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะๆ
  • คุณที่ไม่ได้งานสักที เพราะตกการสัมภาษณ์แล้วสัมภาษณ์อีก
  • คุณที่ไม่รู้จะเตรียมตัวในการสัมภาษณ์ยังไง และจะตอบยังไงให้โดนใจผู้สัมภาษณ์
  • คุณที่ไม่สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน
  • คุณที่ไม่มั่นใจและวิตกกังวลทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์งาน
  • คุณที่ต้องการไปสัมภาษณ์ที่ไหนก็ได้ job offer
  • คุณที่ต้องการเรียนรู้วิธี communicate powerfully กับใครๆก็แล้วแต่ ที่ไม่ต้องเป็นการสัมภาษณ์งานก็ได้
  • และคุณคนไทยทุกคนที่อยากได้งานดีๆ งานในฝัน งานที่หมายปอง และไม่อยากต้องเสียโอกาสจากการสัมภาษณ์ไม่ผ่าน

ในหนังสือจะมีทั้งหมด 8 Chapters ด้วยกัน

Job-Interview-Weapons-3

 

ตัวอย่าง Feedback ของผู้อ่านแล้ว

คุณแพลนผู้ซึ่งกำลังหางานด้าน Sales ในบริษัทต่างชาติและไปซื้อหนังสือของคุณมาร์คในวันแรกที่วางขายที่ งาน Job Fair ของ ม. มหิดลอินเตอร์ (ก่อนที่จะวางแผงที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป) คุณแพลนอ่านจบในวันเดียว

Job-Interview-Weapons-5

Job-Interview-Weapons-4“สัมภาษณ์ไปหลายๆที่เดี๋ยวก็รู้แนวสัมภาษณ์เองแหละแก” นี่คือสิ่งที่เพื่อนๆของผมบางคนบอกผม และคือวิธีของพวกเขา ผมไม่เห็นด้วยและไม่คิดว่านั่นคือ solution เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็ไม่มีสิทธิ์ได้งานที่แรกที่ผมสมัครเลยซิครับ

ก่อนที่ผมจะมาซื้อหนังสือเล่มนี้ซึ่งคือวันเดียวกันกับที่ผมไปยื่น resume ในงาน job fair ที่มหาลัย’ ของผมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในเรื่องการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน  recruiter ของบริษัทนั้นซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นถามผมตอนดู resume ของผมเลยว่า “Tell me about yourself..” และอีกคำถาม “Why should we hire you?” ผมก็ตอบไปตามที่คิดว่าถูกต้องที่สุดซึ่งพอตอนหลังมาอ่านหนังสือของพี่มาร์คจบ มันเหมือนอ่านเฉลยข้อสอบและรู้เลยว่าตัวเองตอบได้ไม่โดนใจ recruiter ท่านนั้น และไม่แปลกใจที่ผมไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์ต่อ

สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้คือโอกาสมาแล้วไปเลย หลายๆอย่างมันเป็น butterfly effect   เมื่อมันเข้ามาแล้วแต่ผมไม่พร้อมสำหรับมัน มันอาจจะเข้ามาในชีวิตหนเดียวแล้วก็จากไปตลอดกาล ณ ตอนนี้ผมไม่สามารถกลับไปบอกบริษัทนั้นได้ว่า ขอเริ่มใหม่อีกครั้ง เสียดายเพราะเป็นบริษัทที่ผมอยากเข้ามาก  

ข้อคิดที่ผมได้จาการอ่านหนังสือ 8 มหาฯ คือ ถึงผมจะมีเนื้อวัวเกรด A ที่ถูกปรุงแต่งมาแล้วอย่างดี แต่ถูกเสิร์ฟบนจานข้าวสุนัข ก็คงไม่มีใครอยากจะกินมันอยู่ดี เช่นเดียวกันกับคนที่มีความสามารถ หากไม่รู้วิธีที่จะ present ตัวเองได้ดีพอ หรือตอบคำถามสัมภาษณ์ไม่ strong  ไม่ impressive มันก็ไม่ต่างอะไรกับเนื้อวัวชิ้นนั้นเลยครับขอบคุณพี่มาร์คมากๆที่ช่วยให้ผมได้รับข้อมูลที่เป็น Survival Skills ชั้นดีเพื่อเอาไปหาสิ่งที่ผมต้องการ Thanks.” – Plan, Theedanai.

 

ร่วมสนุก เพื่อรับสิทธิพิเศษ ‘One-on-one Career Coaching’ ส่วนตัวกับผู้เขียน คุณมาร์ค เหล่าถาวรวรงศ์ และ หนังสือ 8 มหาคำถามที่มนุษย์สมัครงานทุกคนต้องอ่าน จำนวน 10 เล่ม

เพียงร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน Comment ด้านล่างบทความนี้ กับประสบการณ์การสัมภาษณ์งานของคุณ ที่คุณเคยประสบมา พร้อมบอกช่วงคำถามหรือเวลาที่สำคัญที่คุณคิดว่า มีผลทำให้คุณได้งานหรือไม่ได้งานนั้น

ของรางวัล:  สำหรับผู้ที่แชร์ประสบการณ์ได้โดนใจ 10 ท่าน จะได้หนังสือ “8 มหาคำถามที่มนุษย์สมัครงานทุกคนต้องอ่าน” จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1 เล่มพร้อมลายเซ็นต์

รางวัลพิเศษ: สำหรับประสบการณ์หรือคำถามที่ถูกใจ คุณมาร์ค มากที่สุด 1 ท่าน  จะได้รับ 1 สิทธิพิเศษ ‘One-on-one Career Coaching’ ส่วนตัวกับคุณมาร์ค เป็นเวลา 2 ชั่วโมง มูลค่า 12,000 บาท เพื่อพูดคุย วางแผนงานในอนาคตของคุณ และเรียนรู้เทคนิคในการสัมภาษณ์งานแบบโปร

ระยะเวลาร่วมสนุก: 8 - 21 ก.พ. 2559
ประกาศผลวันที่: 29 ก.พ. 2559 บนหน้าบทความนี้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

8 Comments

  • คำถามที่เจอทุกครั้งคือ แนะนำตัวเองเล็กน้อย (เป็นภาษาอังกฤษ)
    จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะใครๆก็ต้องรู้จักตัวเอง แต่ความจริงนั้นคำถามนี้มันมีนัยยะมากมาย เมื่อก่อนก็ตอบไปว่า เป็นคนสนุก เข้ากะเพื่อนง่าย ชอบเรียนรู้ ชอบน้่นชอบนี่, แต่ลืมไปเลยว่า ไอ้ที่พูดไปมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานที่ไปสมัครเลย จนมาหาอ่านตาม google ถึงรู้ว่าจริงๆแล้วคำถามนี้มัน เปิดกว้างมาก

    • ลองอ่านบทที่ 1 ในหนังสือเล่มนี้ครับ จะเป็นวิธีตอบ Tell me about yourself ล้วนๆ

  • คำถามง่ายๆ แต่ตอบยากบรม
    …ทำไมถึงต้องรับคุณเข้าทำงาน?
    จะอวยตัวเองมากก็ไม่ได้_จะถ่อมตัวมากก็ไม่ได้

    • อยู่ในบทที่ 3 หน้า 139 ครับมีวิธีและตัวอย่างทั้งไทยและอังกฤษ ลองไปเปิดดูที่ร้านก่อนก็ได้ครับ

  • จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผ่านมาหลายที่ ทั้งที่ถูกใจและรู้สึกว่าโหดมาก บริษัทที่ถูกใจ เค้าก็ถูกใจเรา คุยกันอย่างถูกคอ ถามน้องเริ่มทำงานได้เลยใช่มั้ยค่ะพี่อยากรีบมห้เข้ามาทำ เราก็ว่างงานอยากได้งานอยู่แล้วก็ตอบไปค่ะ ได้ทันทีเลยค่ะ:) เราก็มั่นใจแล้วว่ารับแน่ๆแหละแบบนี้ 80%แล้ว พอถึงวันที่ประกาศ รอไปสิโทรศัพท์ ไม่โทรมาสักที ใจร้อน เลยโทรไป ปลายสายบอกเราว่า’อ่อ พี่ยังไม่ได้คุยกับนายพี่เลย นายเค้าคงไม่รีบ’ จบการสนทนา น้ำตาร่วงกันเลยทีเดียว ถอนหายใจยาวๆแล้วบอกกับตัวเองว่าเราต้องไม่เข้าข้างตัวเองอีก หลังจากนั้นมีอีกบริษัท ที่ขึ้นชื่อว่าทำงานที่นี่ต้องดูโหง่เฮ้ง เราก็กลัวนะตอนแรก แต่ก็ เค้าเรียกเราแล้ว ต้องสู้ นัด8.30 ไปมันตั้งแต่7.30ก่อนเวลาเพื่อความคุ้นเคยและสังเกตรอบๆ คนแรกที่เจอ เค้าคุยดีมาก หนูมาทำอะไรลูกวันนี้ อ่อมาสัมภาษณ์ค่ะ นัดกี่โมง นัด8.30ค่ะ หนูมาเร็วไปใช่มั้ยค่ะ ต่างคนต่างยิ่มแห้งๆแล้วเปิดห้องประชุมให้เรานั่งคอย เราก็ว่างเนอะเลยหานู่นนี่ดูเกี่ยวกับบริษัท ปรากฎว่า เขาคนนั้นเป็นรองประธานกรรมการ เอ่อออช็อคไปแปบ แล้วก็เอออย่างน้อยเค้าก็รู้เราตรงเวลา พอถึงเวลาสัมภาษณ์ อือหื้อออ อยากจะตายคาห้อง เข้ามาเป็นกรรมการสัมภาษณ์2คน คนนึงHR อีกคนLine manager ถามมาแต่ละอันไม่ได้ยากนะ เราก็ตอบตามประสบการณ์ที่ทำ ก็เค้าให้เล่าเราก็เล่าสิ่งที่ทำ พยายามโยงกับตำแหน่งที่สัมภาษณ์ด้วยหน่อยๆ คนพี่HRท่านนั้น “แล้วยังไงอ่ะค่ะพี่ไม่เข้าใจ”(คือตอนฟังเนี่ยกดโทรศัพท์ตลอดเราก็เข้าใจนะว่างานเยอะ) และเป็นแบบนี้เกือบทุกคำถาม จนLine managerท่านนั้นหันไปมองหน้า เราด้วยความเป็นคนใจร้อน ในใจนี่ปรีดแตกอยากจะบอกออกไปว่า พี่ค่ะหนูไม่เอาก็ได้ค่ะงานน่ะ คือ ตอนนั้นเหนื่อยมากกับการต้องเหมือนจะต้องพยายามอธิบายให้คนไม่เคยทำงานฟังมันยากมาก ยังดีหน่อยที่พี่Linemanagerเค้าเข้าใจ พยามพูดคุยกับเรามากขึ้น ก็ดีหน่อยนึง เสร็จเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวทางเราโทรบอกผลนะค่ะ เราตอบในใจว่า ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณ จะกินหนูทั้งตัวขนาดนี้ ตายพอดี แต่ก็ยิ้มๆแล้วบอกแค่ว่า ขอบคุณค่ะ จนตอนนี้ก็หางานที่เหมือนกับตัวเองเรื่อยๆ โดยส่งเรซูเม่ไปภาวนาให้บริษัทเลือกเราและเรียกไปสัมภาษณ์ อยากได้งานแล้ววว ว่างเกิ้น

    • ไม่ควรไปถึงบริษัทก่อนเป็นชั่วโมงครับ ถ้าไปถึงก่อนค่อยเดินเข้าไปตอนประมาณ 15 นาทีก่อนครับ เพราะว่าถ้าเราไปเร็วเกิน เราดู Desperate มาก และ มันทำให้เขาต้องมาพาคุณไปนั่งรอในห้องนานเกินกว่าเหตุ มันเหมือนเขาก็เกรงใจเรา อุตส่่าห์มาเร็ว ไปพอดีๆดีกว่าครับ
      ทุกอย่างเปลี่ยนได้เสมอครับ บางทีเปลี่ยนนาทีสุดท้ายหลังจากสัมภาษณ์ผ่านไป 4 เดือน เกิดขึ้นบ่อยนะครับ เวลาไปสัมภาษณ์อยากให้ลองพยายาม relax มากขึ้นและไม่ใช่แค่เข้าไปตอบๆๆๆครับ คือมันต้อง build mindset ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่า เราจะไม่ยอมแพ้ เราต้องทำได้ดี ต่อให้เขาโหดแต่ถ้าเราสามารถคุยกับเขาได้อย่างมีความมั่นใจ และโชว์ให้เขาเห็นว่าคุณตอบโจทย์ เป็นเหมือน solution provider ให้กับเขาได้ และเขาชอบวิธีที่คุณพูด ทัศนคติ และหลายๆอย่าง คุณก็จะมีโอกาสมากขึ้นครับ เวลาผู้สัมภาษณ์มาสัมภาษณ์คุณแน่นอนว่าเขาต้องการคนที่ใช่ครับ เพราะการมาสัมภาษณ์เรื่อยๆแล้วไม่ได้คนสักทีมันเหนื่อยมากนะ เพราะฉะนั้น จากที่เล่าคิดว่าคุณน่าจะ ไม่ได้ build rapport ที่ทำให้เขารู้สึก คลิ๊กกับคุณ มันเลยไม่เกิด good impression การสนทนากันก็เลยดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ครับ ลองเอาหนังสือของผมไปอ่านและมีอะไรเขียนอีเมลมาถาม หรือโทรมาละกันครับ สู้ๆจ้า

  • ครั้งแรกในการสัมภาษณ์คือการไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง ตอบยังไง เฟลมาก รู้สึกอยากปรับปรุงตัวเอง

    • ลองหามาอ่านครับจะเข้าใจเกี่ยวกับการสัมภาษณ์มากขึ้น

Leave a Reply


+ 8 = fourteen

Recent Posts

Facebook