103.58.148.118

Marketing for SME

Ξ Leave a comment

ปี 2017 ร้านค้าปลีกต้องรีบปรับตัวอย่างไร? ในกระแสดิจิทัลมาแรง

posted by  1,101 views

ขณะที่ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายเจ้าที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศไทยกำลังปรับตัวได้ดีเข้ากับกระแสดิจิทัลที่กำลังมาแรงขึ้นทุกๆปี หากร้านค้าปลีกย่อยๆหรือร้านโชห่วยยังอยู่นิ่งเฉย อาจต้องตกที่นั่งลำบากและปิดกิจการไปในที่สุด

ฉะนั้นร้านค้าต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นพื้นที่แสดงตัวตนของแบรนด์แบบใหม่ ให้ลูกค้าได้พบ รู้จักและผูกพันกับแบรนด์จากแนวคิดหรือคอนเซ็ปท์ของร้านดียิ่งขึ้น

นี่คือ 3 เคล็ดลับง่ายๆสำหรับร้านค้าปลีกเอาไปปรับใช้เปลี่ยนแปลงกิจการให้อยู่รอด!

 

1. เปลี่ยนร้านค้าให้เป็น “โชว์รูม”

ลูกค้าที่เข้าร้านค้าเดี๋ยวนี้ต้องเช็กข้อมูลคุณภาพและราคาของสินค้าและบริการที่จะใช้ก่อนซื้อ ทำให้ลูกค้ารู้สึก “ฉลาด” ถ้าของในออนไลน์ถูกกว่า ลูกค้าก็จะซื้อของผ่านออนไลน์

ร้านค้าออฟไลน์จึงไม่ใช่พื้นที่ขายสินค้าแต่เป็นพื้นที่แสดงสินค้าเท่านั้น

แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากเดนมาร์กอย่าง Vero Moda ไม่โชว์สินค้า แต่ออกแบบภาพสินค้าคอลเล็คชั่นใหม่ๆ ติด QR Code แสดงราคาและรายละเอียดของสินค้า สั่งสินค้าและจ่ายเงินจากคอมพิวเตอร์ในร้าน

Audi City โชว์รูมดิจิทัลที่ไม่ต้องเอารถจริงๆมาโชว์ แต่ใช้จอมัลติทัช สกรีน, พาวเวอร์ วอล, โต๊ะ มัลติทัช, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ให้ลูกค้าได้เลือกสี เครื่องยนต์ และประเภทของรถได้เองเหมือนได้ขึ้นขับจริงๆ ทำให้โชว์รูมนี้ยกรถไปจัดแสดงที่ไหนก็ได้ หมดปัญหาเรื่องการเคลื่อนย้าย ลูกค้าเกิดความรู้สึกร่วมด้วย

โปรเจค IKEA Apartment ทำร้านทั้งร้านให้เป็นป้ายโฆษณา โชว์สินค้าที่หลากหลาย และให้ประสบการณ์แก่ลูกค้าทางอ้อม ลูกค้าสมารถเห็นชีวิตประจำวันในห้องแคบๆผ่านกระจกใสและเว็บไซต์ เพื่อโปรโมทคุณภาพของเฟอร์นิเจอร์

 

2. เปลี่ยนร้านค้าให้เป็น “ป๊อปอัพ สโตร์”

ร้านค้าต้องออกมาจัดอีเวนท์ขายสินค้านอกร้านในช่วงเวลาสั้นๆ ในที่แปลกๆ บรรยากาศใหม่ๆ มีธีมไม่ซ้ำใคร มีของพิเศษจำนวนจำกัดมาขาย ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า “ยั่ว”ให้คนอยากซื้ออยากใช้ ลูกค้ามาที่ร้านก็สนุกกับกิจกรรม ร้านค้ากลายเป็นสื่อกลางติดต่อสื่อสารระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มยอดขายไม่รู้จบ

Starbucks Espresso Journey ช่วยผ่อนชีวิตที่เร่งรีบด้วยกาแฟที่เลือกสรรและเอสเปรซโซ่ที่หลากหลาย ไม่ต่อแถวซื้อกาแฟ แต่เลือกหนังสือที่แทนเครื่องดื่มเอสเปรซโซ่สีต่างๆ เอาหนังสือแลกชิมเครื่องดื่ม และได้ซื้อหนังสือกลับบ้านไป

1

รถไฟฟ้า Tama Monorail Line ของญี่ปุ่นถูกตกแต่งด้วยเครื่องใช้ของ IKEA ไม่ว่าจะเป็น โตะ เก้าอี้ เบาะรองนั่ง คัดเลือกคนมาอยู่ในรถไฟ ได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่

แคมเปญปาร์ตี้ค้างคืนที่ IKEA คัดเลือกคน 100 คนอายุไม่เกิน 25 ปีสวมชุดนอน IKEA เตรียมของใช้จำเป็นในบ้านและความบันเทิง และโปรโมทสินค้าตัวเอง พร้อมมีผู้เชียวชาญด้านการหลับคอยดูแล  ให้ลูกค้าได้รู้ว่า IKEA ใส่ใจลูกค้าจริงๆ

 

3. เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ร้านค้าออนไลน์ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของบนอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์สนุกๆ และดึงความสนใจลูกค้าจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในโลกออฟไลน์ เพิ่มศักยภาพในการขายด้วย

หากเราไม่สามารถดูสินค้าในร้านตอนดึก ก็ไม่มีปัญหาสำหรับร้าน Adidas NEO Label ที่เยอรมัน แค่ใช้สมาร์ทโฟนและจอแสดงผลอัจฉริยะหน้าร้าน ก็มีนางแบบโต้ตอบกับเรา สนใจสินค้าตัวไหนก็เลือกได้เลย

ยิ่งช็อปปิ้งได้เร็ว ยิ่งได้ลดราคา แคมเปญจาก Puma ทำให้เรารู้ว่าร้านเป็นตัวกลายสื่อสารว่าเป็นแบรนด์เกี่ยวกับอะไร มีธีมและคอนเซ็ปท์อย่างไร เพื่อทำให้ลูกค้าได้ช็อปปิ้งสนุกๆ

 

แหล่งที่มา

Digital and Retail Marketing จากหนังสือ Experience Marketing โดย Oh Sang Jin

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


one + 1 =

Recent Posts

Facebook

PR News