ปี 2017 ร้านค้าปลีกต้องรีบปรับตัวอย่างไร? ในกระแสดิจิทัลมาแรง

  • 12
  •  
  •  
  •  
  •  

ขณะที่ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายเจ้าที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศไทยกำลังปรับตัวได้ดีเข้ากับกระแสดิจิทัลที่กำลังมาแรงขึ้นทุกๆปี หากร้านค้าปลีกย่อยๆหรือร้านโชห่วยยังอยู่นิ่งเฉย อาจต้องตกที่นั่งลำบากและปิดกิจการไปในที่สุด

ฉะนั้นร้านค้าต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นพื้นที่แสดงตัวตนของแบรนด์แบบใหม่ ให้ลูกค้าได้พบ รู้จักและผูกพันกับแบรนด์จากแนวคิดหรือคอนเซ็ปท์ของร้านดียิ่งขึ้น

นี่คือ 3 เคล็ดลับง่ายๆสำหรับร้านค้าปลีกเอาไปปรับใช้เปลี่ยนแปลงกิจการให้อยู่รอด!

 

1. เปลี่ยนร้านค้าให้เป็น “โชว์รูม”

ลูกค้าที่เข้าร้านค้าเดี๋ยวนี้ต้องเช็กข้อมูลคุณภาพและราคาของสินค้าและบริการที่จะใช้ก่อนซื้อ ทำให้ลูกค้ารู้สึก “ฉลาด” ถ้าของในออนไลน์ถูกกว่า ลูกค้าก็จะซื้อของผ่านออนไลน์

ร้านค้าออฟไลน์จึงไม่ใช่พื้นที่ขายสินค้าแต่เป็นพื้นที่แสดงสินค้าเท่านั้น

httpv://www.youtube.com/watch?v=diS0uExodJI

แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากเดนมาร์กอย่าง Vero Moda ไม่โชว์สินค้า แต่ออกแบบภาพสินค้าคอลเล็คชั่นใหม่ๆ ติด QR Code แสดงราคาและรายละเอียดของสินค้า สั่งสินค้าและจ่ายเงินจากคอมพิวเตอร์ในร้าน

httpv://www.youtube.com/watch?v=3jpL8WNw8kM

Audi City โชว์รูมดิจิทัลที่ไม่ต้องเอารถจริงๆมาโชว์ แต่ใช้จอมัลติทัช สกรีน, พาวเวอร์ วอล, โต๊ะ มัลติทัช, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ให้ลูกค้าได้เลือกสี เครื่องยนต์ และประเภทของรถได้เองเหมือนได้ขึ้นขับจริงๆ ทำให้โชว์รูมนี้ยกรถไปจัดแสดงที่ไหนก็ได้ หมดปัญหาเรื่องการเคลื่อนย้าย ลูกค้าเกิดความรู้สึกร่วมด้วย

httpv://www.youtube.com/watch?v=oMEi9vzWdug

โปรเจค IKEA Apartment ทำร้านทั้งร้านให้เป็นป้ายโฆษณา โชว์สินค้าที่หลากหลาย และให้ประสบการณ์แก่ลูกค้าทางอ้อม ลูกค้าสมารถเห็นชีวิตประจำวันในห้องแคบๆผ่านกระจกใสและเว็บไซต์ เพื่อโปรโมทคุณภาพของเฟอร์นิเจอร์

 

2. เปลี่ยนร้านค้าให้เป็น “ป๊อปอัพ สโตร์”

ร้านค้าต้องออกมาจัดอีเวนท์ขายสินค้านอกร้านในช่วงเวลาสั้นๆ ในที่แปลกๆ บรรยากาศใหม่ๆ มีธีมไม่ซ้ำใคร มีของพิเศษจำนวนจำกัดมาขาย ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า “ยั่ว”ให้คนอยากซื้ออยากใช้ ลูกค้ามาที่ร้านก็สนุกกับกิจกรรม ร้านค้ากลายเป็นสื่อกลางติดต่อสื่อสารระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มยอดขายไม่รู้จบ

httpv://www.youtube.com/watch?v=obU7ZWrZZsA

Starbucks Espresso Journey ช่วยผ่อนชีวิตที่เร่งรีบด้วยกาแฟที่เลือกสรรและเอสเปรซโซ่ที่หลากหลาย ไม่ต่อแถวซื้อกาแฟ แต่เลือกหนังสือที่แทนเครื่องดื่มเอสเปรซโซ่สีต่างๆ เอาหนังสือแลกชิมเครื่องดื่ม และได้ซื้อหนังสือกลับบ้านไป

1

รถไฟฟ้า Tama Monorail Line ของญี่ปุ่นถูกตกแต่งด้วยเครื่องใช้ของ IKEA ไม่ว่าจะเป็น โตะ เก้าอี้ เบาะรองนั่ง คัดเลือกคนมาอยู่ในรถไฟ ได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่

แคมเปญปาร์ตี้ค้างคืนที่ IKEA คัดเลือกคน 100 คนอายุไม่เกิน 25 ปีสวมชุดนอน IKEA เตรียมของใช้จำเป็นในบ้านและความบันเทิง และโปรโมทสินค้าตัวเอง พร้อมมีผู้เชียวชาญด้านการหลับคอยดูแล  ให้ลูกค้าได้รู้ว่า IKEA ใส่ใจลูกค้าจริงๆ

 

3. เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ร้านค้าออนไลน์ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของบนอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์สนุกๆ และดึงความสนใจลูกค้าจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในโลกออฟไลน์ เพิ่มศักยภาพในการขายด้วย

httpv://www.youtube.com/watch?v=MYBURgFgP7w

หากเราไม่สามารถดูสินค้าในร้านตอนดึก ก็ไม่มีปัญหาสำหรับร้าน Adidas NEO Label ที่เยอรมัน แค่ใช้สมาร์ทโฟนและจอแสดงผลอัจฉริยะหน้าร้าน ก็มีนางแบบโต้ตอบกับเรา สนใจสินค้าตัวไหนก็เลือกได้เลย

httpv://www.youtube.com/watch?v=08_6zTBwjBQ

ยิ่งช็อปปิ้งได้เร็ว ยิ่งได้ลดราคา แคมเปญจาก Puma ทำให้เรารู้ว่าร้านเป็นตัวกลายสื่อสารว่าเป็นแบรนด์เกี่ยวกับอะไร มีธีมและคอนเซ็ปท์อย่างไร เพื่อทำให้ลูกค้าได้ช็อปปิ้งสนุกๆ

 

แหล่งที่มา

Digital and Retail Marketing จากหนังสือ Experience Marketing โดย Oh Sang Jin


  • 12
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Sarunjade
เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th