วิเคราะห์นักท่องเที่ยวจีนผ่าน Mobile Payment อัพเดทต้นปี 2019

  • 121
  •  
  •  
  •  
  •  

ในช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนที่ซบเซาและหายไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนก็เริ่มกลับมาเข้าไทยมากขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม และเริ่มมีแนวโน้มกลับมาในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมา แต่ลักษณะของนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะทัวร์จีนเริ่มซบเซา แต่นักท่องเที่ยวแบบสะพายกระเป๋าเข้ามาเอง หรือกลุ่ม FIT และที่เข้ามาเพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจผสมกับการท่องเที่ยวพักผ่อนไปด้วยเริ่มมีแนวโน้มมากขึ้น และนี่ถือว่าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวและงานบริการ

แต่เพื่อที่จะทราบพฤติกรรมการจับจ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเพิ่มขึ้นน้อยลงในช่วงต้นปี 2019 ก็ได้มีการนำข้อมูลธุรกรรมการจ่ายเงินผ่านระบบ Mobile Payment ของคนจีนที่ออกไปนอกประเทศ เพื่อจะได้วางแผนให้เหมาะสมมากขึ้นครับ

รายจ่ายเฉลี่ยตัวหัวเพิ่มขึ้น

คนจีนมีแนวโน้มที่ใช้จ่ายในการเดินทางออกไปนอกประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งมียอดใช้จ่ายมากขึ้น

อ้างอิงรายงานจาก Chinainternetwatch ชี้ว่า แค่เฉพาะช่วงครึ่งปี 2019 นักท่องเที่ยวจีนวางแผนใช้จ่ายเงินเฉลี่ยตัวหัวสูงราว 6,706 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ร้อยละ 15

สาเหตุที่รายจ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวจีนในต่างแดนมองว่า “สินค้าในต่างประเทศมีคุณภาพ” โดยเฉพาะของแบรนด์เนม ทำให้การตัดสินใจเลือกช็อปปิ้งในต่างแดนเพิ่มมากขึ้น

Mobile Payment มาแรง

ในปี 2018 พบว่าร้อยละ 69 เลือกจ่ายเงินผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟนมากกว่าใช้เงินสด

สำหรับนักท่องเที่ยวจีนในปี 2018 อยู่ที่ราว 149.72 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ร้อยละ 14.7 ตามรายงานของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน

ปัจจัยที่คนจีนเลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว

มีการสำรวจพบว่า การท่องเที่ยวอย่างมีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ Unique และชวนให้ดึงดูด คือปัจจัยอันดับหนึ่งที่ดึงให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปมากที่สุด ตามด้วยเรื่องของความปลอดภัยในอันดับสอง นอกจานกั้นที่เหลือคือ ความเป็นมิตรของคนในพื้นที่ ฐานะการเงิน ตารางเวลาที่เหมาะสม และความสะดวกสบาย อยู่ในอันดับที่รองลงมาใกล้เคียงกันทั้งหมด

สำหรับเรื่องความสะดวกสบาย ยังรวมถึงขั้นตอนและกระบวนการทางเอกสารในการขอวีซ่าและขอพาสปอร์ตท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งเวลานี้มีทั้งหมด 73 รปะเทศที่พยายามให้คนจีนเข้าประเทศโดยมีเพียงพาสปอร์ต และงดเว้นวีซ่าได้

นอกจากนี้ ในช่วงอายุของกลุ่มที่มีอัตราเพิ่มสูงสุดก็คือ สาวจีนในช่วงอายุ 25-35 ปี แล้วยังเป็นกลุ่มที่กำลังซื้อเพิ่มขึ้นสูงสุดจากปี 2018 ที่ผ่านมาด้วย

สถานที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2018

รายงานอ้างอิงจาก Chinainternetwatch ยังมีข้อมูลเสริมที่ระบุว่า หากเทียบกับปีก่อน แม้ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน จะเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง แต่ก็มีสัดส่วนที่ลดลงถึงร้อยละ 8 ในขณะที่อาเซียนก็ลดลงร้อยละ 4 รวมถึงใน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็ลดลงถึงร้อยละ 5

นอกจากนี้มีการวิเคราะห์ว่า นักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 20 ปี มีความตื่นเต้นมากกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบผจญภัยหรือไปเที่ยมสถานที่น่าตื่นเต้น ซึ่งในส่วนนี้มีร้อยละ 18 ที่ออกเดินทางไปที่ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศยุโรปเหนือ

นักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางและหาข้อมูลของสถานที่ก่อนไปมากขึ้น รวมถึงการใช้บริการของ Ctrip เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรยักษ์ใหญ่ของจีนก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของคนจีนในหลายประเทศด้วยเช่นกัน

นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายออนไลน์เพื่ออะไรบ้าง

ตารางนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Chinainternetwatch ชี้ว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการช็อปปิ้งทั่วไป ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่ง และคิดเป็นร้อยละ 24.6

อันดับสองตามด้วยค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก โรงแรม และตามด้วยค่าอาหาร โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดตามมา

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เรื่องช็อปปิ้งนำมาอันดับหนึ่ง ยังเป็นเพราะการออกโปรโมชั่นหรือเพราะการแจ้งลดราคา Sale รวมถึงคุณภาพสินค้า ทั้งหมดนี้มีส่วนต่อการตัดสินใจซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพสินค้าที่ถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญมาก และทั้งหมดนี้เป็นการใช้จ่ายด้วยระบบ Mobile Payment

เขียนโดย อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร
Expertise: China Marketing
อ่านบทความ Exclusive เพิ่มเติมได้ที่นี่

Copyright © MarketingOops.com


  • 121
  •  
  •  
  •  
  •  
Ittichai
Ittichai
ผู้ก่อตั้ง บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดจีน เจ้าของเพจ Level Up Thailand, Level Up China และ เว็บไซต์ Level Up Thailand (https://www.levelupthailand.com) มีความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ในจีน เป็นนักพูดสร้างสรรค์ และผู้เขียนหนังสือ “บุกตลาดจีนด้วยโซเชียลมีเดีย”