เปิดมุมมอง ‘Jeff Bezos’ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งโลก ยกให้ ‘พนักงาน’ เป็นสูตรสำเร็จความ Success ของ Amazon

  • 689
  •  
  •  
  •  
  •  

Credit: lev-radin/Shutterstock

 

พอพูดถึงบุคคลที่รวยที่สุดในโลก อย่าง ‘Jeff Bezos’ ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ Amazon ยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกสัญชาติอเมริกัน มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินมูลค่าแตะสูงสุด 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นคนแรกของโลก (ตามประกาศเมื่อเดือน ส.ค. 2020)

เส้นทางความสำเร็จของ Bezos ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจมาก หลายๆ คนมักจะถามเขาถึงความสำเร็จที่ได้มาว่ามีองค์ประกอบจากส่วนไหนบ้าง? ขณะที่สื่อหรือบทสัมภาษณ์มากมายโหมกระแสไปที่ประเด็นของความร่ำรวย บทบาทในบริษัท และมุมมองแนวคิดของเขาเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับองค์ประกอบสำคัญอย่าง ‘การจ้างงาน’ กลับยังไม่มีใครพูดถึงมากนัก

ที่ผ่านมา เจ้าพ่อ Amazon รายนี้ มักจะพูดเสมอในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในแต่ละครั้งว่า “ผมโชคดีที่มีทีมงานดี มีพนักงานที่ดีเป็นมืออาชีพ” ดังนั้น “การกำหนดแนวทางในการจ้างงานของเราให้อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นองค์ประกอบเดียวที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จใน Amazon.com” เรียกได้ว่า พนักงานสำหรับเขาถือว่าเป็น key success ของธุรกิจเลยก็ว่าได้

 

Credit: dennizn/Shutterstock

 

อย่างที่เราเคยได้ยินกันว่า “หากเราอยากเก่ง จงพาตัวเองไปในอยู่ในที่ที่มีแต่คนเก่งๆ” ซึ่งมาตรฐานและความคาดหวังที่มาพร้อมกับ ซีอีโอ Bezos แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังยอมรับเลยว่าIt’s not easy to work here.” (มันไม่ง่ายนะครับที่จะทำงานที่นี่)

ขณะที่ ‘standard bar’ ของคุณสมบัติที่ Bezos จะเปิดใจรับเข้ามาทำงาน เคยเป็นกระแสพูดถึงมาสักพักใหญ่แล้ว แต่คุณสมบัติทั้ง 3 ข้อเหล่านั้นกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Amazon เตรียมจะจ้างงานครั้งใหม่ถึง 100,000 อัตราทีเดียว โดยจะจ้างงานทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

ถึงแม้ว่าการจ้างงานครั้งใหม่นี้ อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง แต่อย่างน้อยๆ แนวคิดจากบุคคลที่อยู่ใน C-Level ทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก น่าจะเป็นอีกหนึ่งมุมมองสำหรับภาคธุรกิจได้ หรือแม้แต่กลุ่มคนทำงาน คนที่กำลังมองหางานอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่วิกฤต COVID-19 ทำให้คนเป็นแสนเป็นล้านต้องตกงาน

Jeff Bezos ได้พูดว่า “ผมและทีมงาน ยังคงยึดมั่นในคำถามกว้างๆ 3 ข้อที่เคยระบุในจดหมายผู้ถือหุ้น เมื่อปี 1998 มาแล้ว เพราะมันใช้งานได้จริง จนทำให้เราเห็น Amazon ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้”

“สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมคำนึงก่อนที่จะจ้างงานใครก็ตาม คนที่ผมจ้างต้องเป็นครูพิเศษให้กับผมได้เสมอ หมายความว่า ถ้าคุณโชคดีพอที่จะเจอคนแบบนี้รีบจ้างให้ไว คนที่เราสามารถสอนงานพวกเขาได้ และพวกเขาเองก็สามารถสอนเรื่องต่างๆ ให้กับผมได้เช่นกัน”

เจ้าพ่อยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของสหรัฐฯ ยังพูดด้วยว่า “ผู้นำที่ดีจะนำพาสิ่งที่ถูกต้องมาบ่อยๆ แต่ไม่มีใครที่จะถูกตลอดเวลา คุณต้องใช้เวลาฝึกฝน แล้วสิ่งที่ถูกต้องมันจะเกิดบ่อยขึ้น ฟังมากขึ้น ฝึกมากขึ้น”

ส่วนสูตรสำเร็จ 3 ข้อใหญ่ๆ ที่ Jeff Bezos ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกพนักงานมาตลอด นั่นก็คือ เป็นบุคคลที่เราพร้อมจะชื่นชม’ หลายคนอาจเคยเห็นคนที่ทำงานหนักแต่ไม่เคยได้รับการยอมรับหรือชื่นชม ซึ่ง Bezos ให้ความสำคัญมากกับข้อนี้ โดยเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของตัวเองว่า เคยเป็นคนหนึ่งที่ทำงานหนักมากเพื่อที่จะได้ทำงานกับคนที่เขาชื่นชม ซึ่งเขาต้องการวัฒนธรรมทางความคิดแบบเดียวกันในสังคม Amazon

“ถ้าคุณมีคนที่ชื่นชมอยู่ในสังคมเดียวกัน ออฟฟิศเดียวกัน พวดเขาอาจเป็นตัวอย่างที่ดี หรือเป็นแรงบันดาลให้กับคุณได้ แต่ในระหว่างนั้น  พวกเขาก็ต้องเป็นคนที่รับฟังคนอื่น และพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองด้วย”

 

 

Bezos พูดอยู่ประโยคหนึ่ง มันค่อนข้าง touching มากๆ นั่นคือ “คนที่ฉลาดที่สุดมักจะทบทวนความเข้าใจ และพิจารณาอีกครั้งถึงสิ่งที่แก้ไขไปแล้ว พวกเขาจะเปิดรับมุมมองใหม่ ยอมที่จะขัดแย้งหรือสร้างความท้าทายต่อแนวคิดของพวกเขา”

ส่วนข้อที่ 2 คือ พนักงานใหม่ ต้องมีประสิทธิภาพแข็งแกร่งพอ ทำให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าปัญหาอุปสรรคมันจะเกิดขึ้นตลอดเวลา วิธีการแก้ไขก็ต้องถูกลับคมตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้น พนักงานที่จะจ้างใหม่ ต้องมีดีมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่มาทำงานเดิมหน้าที่เดิมที่บริษัททำอยู่ก่อนแล้ว แต่จะต้องทำได้ดีกว่าเดิมรวมไปถึงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ด้วย เพื่อให้บริษัทเติบโตได้ในหลากหลายแนวทาง

และข้อที่ 3 ไม่มีไม่ได้ ก็คือ คนๆ นั้นจะเป็น superstar ได้หรือไม่ หมายความว่า ผู้ที่ Amazon จะยอมจ้างงานต้องเป็นคนที่มีอะไรโดดเด่นไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ความโดดเด่นที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึง ทักษะในการทำงาน (เพราะต้องตามคุณสมบัติใน deep details อยู่แล้ว) แต่หมายถึงทักษะด้านใดก็ตามที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงกับเรื่องงาน เพราะ Bezos เชื่อว่า ความสามารถเหล่านั้นสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรหลายมิติได้

“Superstar สำหรับผมอาจจะเป็นใครก็ได้ที่มีความโดดเด่นจริงๆ เป็นกลุ่มคนที่ ‘mavericks’ หรือมีอิสระทางความคิดไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเป็นพิเศษ หรือแม้แต่การมีแนวคิด ‘กบฏ’ เล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึงขั้นหัวรุนแรง ผมก็โอเค เพราะบุคคลที่มีแนวคิดแหวกแนวเป็นอิสระ มักจะเห็นช่องทาง แนวทาง วิธีการบริการที่สร้างสรรค์ คาดไม่ถึง”

Jeff Bezos นิยามคำว่า mavericks ว่าเป็น ‘A key to innovating’

แนวคิดและมุมมองของ Jeff Bezos ถือว่าไปช่วยจุดประกายไฟให้กับชาววัยทำงานเพิ่มขึ้นมาก เพราะคงไม่มีใครอยากเข้าทำงานกับคนที่ไม่เก่งไม่โดดเด่น ในขณะเดียวกัน การที่จะอยู่ร่วมสังคมทำงานด้วยกันได้ เราต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันและกัน นั่นคือ องค์ความรู้ แนวคิด และมุมมองจากประสบการณ์ของเราที่จะแชร์ไปสู่คนอื่นได้

ทั้งนี้ มีหนึ่งประโยคจาก ซีอีโอ Amazon ที่กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ คิดว่ามันครอบคลุมและให้ความหมายครบถ้วน กับสิ่งที่เราอยากจะสรุปให้อ่านกัน ก็คือ The best candidates will show they’re different—stars in some way.” (ผู้สมัครงานที่ดีจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาแตกต่าง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง)

 

Credit: Mario John Bastin/Shutterstock

 

 

ที่มา: fastcompany, cnbc


  • 689
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม