ครั้งแรกของไทย adapter เปิดตัว ‘XSight’ เครื่องมือวิเคราะห์ประสิทธิภาพโฆษณาจากการมอง อารมณ์ความรู้สึก วัดผล เชิงลึกถึงระดับสมอง

  • 9.5K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

adapter digital ผู้นำแถวหน้าธุรกิจเอเจนซี่โฆษณาด้านดิจิทัลและผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาดของไทย เปิดตัวโซลูชันโฆษณา XSight” เครื่องมือวิเคราะห์ผลลัพธ์ของงานโฆษณาแนวใหม่ ครั้งแรกของวงการการตลาดและโฆษณาไทยที่นำเทคโนโลยี AI ตรวจจับพฤติกรรมการมอง (Eye Tracking) ตรวจจับสีหน้า อารมณ์ความรู้สึก (Facial Expression Tracking) มาทำงานร่วมกัน พร้อมประมวลผลด้วย AI นับเป็นเครื่องมือการวัดผลประสิทธิภาพของชิ้นงานวิดีโอโฆษณาที่สามารถผสานเทคโนโลยีดิจิทัล แนวคิดด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) และการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย (Emotional Intelligence) เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว เพื่อเสริมขีดความสามารถของแบรนด์ให้สามารถเข้าใจข้อมูลเชิงลึก ทั้ง ปฏิกิริยา อารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจที่ผู้ชมมีต่อการรับชมโฆษณา รวมถึงสามารถนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุง พัฒนาต่อเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว

อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล จำกัด (adapter digital group) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายหลักของ adapter คือการยกระดับและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมโฆษณาไทยด้วย Data, Innovation และ Marketing Technology (MarTech) เพราะเรามีความเชื่อว่าดิจิทัลจะช่วยให้ธุรกิจและแบรนด์สามารถขับเคลื่อนการเติบโตทั้งการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล การรับรู้ของแบรนด์และการสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเราก็ได้เห็นแล้วว่าวันนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายมาเป็นเครื่องมือหลักในการทำการตลาด ตั้งแต่วิธีการสื่อสารไปจนถึงการขายสินค้า แต่ในขณะเดียวกัน วิธีการประเมินหรือการวัดผลจากกลยุทธ์ที่เราใช้ก็จำเป็นจะต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยด้วยเช่นกันเพื่อให้แบรนด์ นักการตลาดสามารถเข้าใจอินไซท์เชิงลึกของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ adapter ตัดสินใจพัฒนาและเปิดตัวโซลูชันใหม่อย่าง XSight นวัตกรรมด้านการวัดผลโฆษณาที่จะเข้ามายกระดับการทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาตรวจจับความรู้สึก อารมณ์ จากสีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้ชมระหว่างรับชมโฆษณา ผสานเข้ากับเทคโนโลยีตรวจจับพฤติกรรมการมอง แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ผลลัพธ์ข้อมูลเชิงลึก อินไซท์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในสมองของผู้ชมที่มีต่อโฆษณา ซึ่งไม่ได้บอกแค่ยอดการรับชม อัตราการดูจบ ปฏิสัมพันธ์ของคนดู อัตราการกดข้าม อัตราการกดออกจากโฆษณา หรือการทำ Video Concept Test Research เหมือนเครื่องมือที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะ XSight จะทำให้แบรนด์มองเห็นทะลุปรุโปร่ง เข้าใจทั้งจุดที่ดีและจุดที่ต้องนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อเพื่อให้การสื่อสารตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยในปัจจุบัน แบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศก็กำลังตื่นตัวในการนำ Neuroscience และ Emotional Intelligence มาใช้วัดประสิทธิภาพของงานโฆษณาเช่นกัน

 

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จาก XSight เช่น การใช้งานเพื่อระบุ “Attention Signals Score” เพื่อให้แบรนด์เข้าใจซีนที่กระตุ้นความสนใจและการรับรู้ของคนได้ดีที่สุด จากการนำค่าเฉลี่ยอารมณ์ร่วมของผู้ชมที่เกิดขึ้นระหว่างชมโฆษณา (Emotion Intensity Score) รวมเข้ากับซีนที่ผู้ชมพร้อมใจกันมองไปยัง “แบรนด์ / ผลิตภัณฑ์” ในโฆษณามากที่สุด (Visual Impact Score) ซึ่งสิ่งนี้ยังสามารถนำมาต่อยอดกับการทำโฆษณาฉบับสั้นหรือ Bumper ads1 จากซีนที่ได้รับความสนใจที่สุด (Top Attention Scene) ที่มั่นใจได้ว่าจะเป็นการคัดเลือกซีนที่ดีที่สุด

 

หรือการนำ XSight ไปใช้ระหว่างขั้นตอน Double Head2 เพื่อให้ได้งานโฆษณาที่มีคุณภาพ คุ้มค่าต่องบประมาณ ตอบโจทย์ทุกฝ่าย และสร้างความมั่นใจให้กับทั้งฝ่ายการตลาด ครีเอทีฟ และมีเดียมากที่สุด รวมถึงการถอดบทเรียนจากงานโฆษณาทั้งของตัวเองและคู่แข่งเพื่อยกระดับงานโฆษณาให้โดดเด่นและแตกต่างจากเดิมในทุก ๆ ครั้ง เป็นต้น

ด้าน ธีรพงศ์ นภาพฤกษ์ชาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮานามิ ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวเสริมในฐานะของการเป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ ที่ได้ใช้ XSight วิเคราะห์ข้อมูลการทำโฆษณาว่า “ข้อมูลที่ได้จาก XSight ทำให้เราเห็นถึงพฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภคว่ามีความสอดคล้องกับสิ่งที่เราตั้งใจจะสื่อสารออกไปหรือไม่ นับเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้การประเมินผลลัพธ์จากการทำโฆษณาตรงจุด และต่อยอดได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการทำงานของทีมทั้งการตลาด ครีเอทีฟ หรือแม้แต่ทีมโปรดักชันได้เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าใจและทำงานได้ละเอียดแบบลงลึกได้ดีกว่าเก่า เพราะเดิมเราอาจจะมองยอดวิว ระยะเวลาการชม หรือเอนเกจเมนท์เป็นมาตรวัด แต่ adapter ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า XSight สามารถเติมเต็มช่องว่างที่แบรนด์ยังไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกผู้บริโภคที่มีต่อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียได้อย่างไร้รอยต่อ

นายอรรถวุฒิ กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า “ความท้าทายสูงสุดกับการทำงานโฆษณาในยุคดิจิทัลคือต้องรู้จักและเข้าใจผู้บริโภคให้มากที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว โดยเอาเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย เราเชื่อว่า XSight จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับอุตสาหกรรมโฆษณา ซึ่งจะช่วยทั้งงานโปรดักชันให้สามารถผลิตผลงานให้ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคที่รับชม แบรนด์ที่ต้องการขายสินค้า และยังช่วยให้สามารถเรียนรู้งานโฆษณาของเราและคู่แข่งเพื่อปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ตรงเป้าได้อย่างแม่นยำ ในฐานะผู้นำตลาดดิจิทัลเอเจนซี่ เรายังคงมีเป้าหมายการทำงานในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญญาให้กับลูกค้าและแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับงานโฆษณาให้สอดรับบริบทโลกที่เปลี่ยนไปด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไปจากเดิม และสามารถเสริมสร้างขีดความสามารถสูงสุดให้กับธุรกิจของแบรนด์ในโลกดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์”

 


  • 9.5K
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!