ถอดรหัสความเป็นผู้นำแห่งอนาคต ในยุคความไม่แน่นอนคือความแน่นอน (Uncertainty is the only certainty)

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สรุป THE NEXT HUMANS: Decoding the DNA of Future-Ready Success ถอดรหัส DNA ความสำเร็จแห่งอนาคต โดย ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO กลุ่มบริษัท Bitkub ในงาน #AssetWisepresentsMarketingOopsSummit2026

 

เปิดมุมมองภาวะผู้นำในโลกที่ไม่แน่นอนและการสร้างความเชื่อใจ โดย คุณท็อป จิรายุทธ CEO กลุ่มบริษัท Bitkub ซึ่งแบ่งปันความรู้ที่ได้จากการไปศึกษาที่ Harvard Business School เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เนื้อหาที่นำเสนอเน้นไปที่ทักษะการบริหารจัดการและภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะในวงการตลาด แต่รวมถึงการบริหารองค์กรในภาพรวม โดยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

#1 การนำทีมในภาวะที่ไม่แน่นอน (Leading a Team Under Uncertainty)

ความแตกต่างระหว่าง “ความเสี่ยง (Risk)” และ “ความไม่แน่นอน (Uncertainty)

  • ความเสี่ยง (Risk) มักเป็นเรื่องเชิงลบ สามารถคำนวณและควบคุมได้ในระดับหนึ่ง
  • ความไม่แน่นอน (Uncertainty): อาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ไม่มีใครเคยทำมาก่อน (เช่น โครงการอวกาศของ Elon Musk)

 

ทักษะผู้นำในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง

ความสามารถในการ “Reframe” (ปรับกรอบความคิด) โดยผู้นำต้องสามารถเปลี่ยนมุมมองจากสถานการณ์เชิงลบให้กลายเป็นโอกาส หรือหา “เหตุผล” (Anchoring Reason) มายึดเหนี่ยวจิตใจพนักงาน เพื่อไม่ให้ทีมชะงักงัน หรือไร้ทิศทางเมื่อเผชิญกับความผันผวน

การสร้างความมั่นคงทางใจให้ตนเอง (Leader’s Self-Serenity) ผู้นำต้องมีหลักยึดเหนี่ยวส่วนตัว ตัวอย่างเช่น CEO ที่มีชีวิตการทำงานที่ไม่แน่นอน มักจะพยายามสร้างกิจวัตรที่คงที่ในด้านอื่นของชีวิต (เช่น บินสายการบินเดิม พักห้องเดิม) เพื่อให้ตัวเองมีสมอทางใจ

การสร้างกลไกยึดเหนี่ยวสำหรับทีม (Anchoring Mechanism for Teams)

การประชุมประจำ การจัดประชุมรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ (เช่น Daily Scrum, Weekly Meeting) แม้บางครั้งอาจไม่มีวาระสำคัญ แต่การได้เห็นหน้าผู้นำเป็นประจำก็เป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้พนักงานได้

อย่ามองแต่ประสิทธิภาพ (Efficiency) เพียงอย่างเดียว ในโลกที่ไม่แน่นอน การยึดติดกับประสิทธิภาพสูงสุดในทุกเรื่องอาจทำให้มองข้ามคุณค่าบางอย่างที่สร้างความมั่นคงทางใจ

แนวคิด “คนเปิดประตูโรงแรม (Dorman)” พนักงานเปิดประตูโรงแรมไม่ได้ทำหน้าที่แค่เปิดประตู (ซึ่งระบบอัตโนมัติทำได้มีประสิทธิภาพกว่า) แต่ยังเพิ่มคุณค่าผ่านการทักทาย การช่วยเหลือ และการสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งสร้างมูลค่าให้โรงแรมโดยรวมอย่างมหาศาล ผู้นำต้องพร้อมที่จะ “ยอมเสียประสิทธิภาพ” บางส่วนเพื่อสร้าง Anchoring Mechanism เหล่านี้

 

#2 ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในอนาคต: ความเชื่อใจ (Trust)

ในยุคของ AI และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ความเชื่อใจ” จะกลายเป็นสิ่งที่ขาดแคลนและมีมูลค่ามากที่สุด ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ดังนั้น จะแนะนำ 3 องค์ประกอบ สำคัญของการสร้างความเชื่อใจ (3 Pillars of Trust)

  1. Logic (เหตุผล/ตรรกะ) ความสามารถในการใช้เหตุผล การตัดสินใจอย่างมีตรรกะ และความเชี่ยวชาญในสายงาน
  2. Empathy (ความเห็นอกเห็นใจ) ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกและมุมมองของผู้อื่น การใส่ใจ
  3. Authenticity (ความเป็นของแท้/จริงใจ) การเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่เสแสร้ง

การพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความเชื่อใจ (สำหรับจุดอ่อน)

สำหรับผู้ที่มีจุดอ่อนด้าน Logic (มักเกิดจากปัญหาการสื่อสาร)

อย่าแกล้งรู้ทุกเรื่อง ยอมรับในสิ่งที่ไม่รู้ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ

ปรับวิธีการสื่อสารแบบ “Triangle 2” แทนที่จะเริ่มต้นด้วยรายละเอียดมากมายแล้วค่อยสรุปประเด็นหลัก (สามเหลี่ยมฐานล่าง) ให้เริ่มด้วยการบอกผลลัพธ์หรือประเด็นหลักก่อน แล้วค่อยอธิบายเหตุผลหรือรายละเอียดทีหลัง (สามเหลี่ยมฐานบน) วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังได้รับสาระสำคัญแม้มีเวลาจำกัด

สำหรับผู้ที่มีจุดอ่อนด้าน Empathy (มักเกิดจากความคิดที่เร็วและไม่ชอบเสียเวลา)

อย่าเร่งรัดหรือขัดจังหวะ หลีกเลี่ยงการแสดงความหงุดหงิดหรือขัดจังหวะผู้อื่นที่อธิบายช้า

ใช้คำถามนำ (Ask to Lead): แทนที่จะให้คำตอบหรือแสดงความไม่พอใจ ให้ใช้คำถามเพื่อชี้นำการประชุมไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้ผู้ร่วมประชุมรู้สึกมีส่วนร่วมและไม่รู้สึกว่าถูกมองข้าม

กำหนดวาระการประชุม (Agenda) ที่ชัดเจน: ช่วยให้การประชุมมีขอบเขตและตรงประเด็น

สำหรับผู้ที่มีจุดอ่อนด้าน Authenticity

  • สำหรับผู้ที่ “ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง”: ให้พกพาของบางอย่างที่สื่อถึงตัวตนที่แท้จริงในวัยเด็ก เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้กล้าแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น
  • สำหรับผู้นำที่ “ความเป็นตัวเองสูงจนคนอื่นไม่กล้าเป็นตัวเอง”: ผู้นำไม่ควรพูดก่อนหรือให้คำตอบทั้งหมด แต่ควร “เฉลิมฉลองความแตกต่างหลากหลาย” (Celebrate Uniqueness) และสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Space) ในการประชุม เพื่อให้พนักงานกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

บทสรุป

ความเชื่อใจเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ และเมื่อความเชื่อใจถูกทำลายแล้ว หากได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี ก็อาจแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ การสร้าง Trust ในองค์กรผ่านการพัฒนา Logic, Empathy, และ Authenticity ของแต่ละบุคคลและทีม จะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ลดความขัดแย้ง และทำให้องค์กรสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในอนาคตที่ “ความเชื่อใจ” เป็นสิ่งล้ำค่าและขาดแคลนที่สุด ผู้นำควรเป็นแบบอย่างและสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง.

 

 

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!
CLOSE
CLOSE