103.58.148.118

Social media

Ξ Leave a comment

มาร์ค ขอโทษปมร้อน Cambridge Analytica แล้ว ให้ความมั่นใจจะไม่เกิดขึ้นอีก พร้อมวาง 3 กฎเหล็ก ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม

posted by  3,627 views

หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ ไม่มีท่าทีใดๆ เกี่ยวกับประเด็นร้อน Cambridge Analytica ล่าสุดมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ได้ออกมาพูดผ่านสื่อและ Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Facebook  ออกมากล่าวขอโทษ ผ่านบทสัมภาษณ์ของ CNN เกี่ยวกับประเด็นอื้อฉาว Cambridge Analytica กรณีที่มีการนำข้อมูลผู้ใช้กว่า 50 ล้านรายไปใช้ในแคมเปญหาเสียว่า เขารู้สึกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และมันคือความรับผิดชอบของบริษัท ซึ่งตอนนี้เขาทำอย่างเต็มที่ที่จะให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง

และนี่นับเป็นครั้งแรกที่ ซัคเคอร์เบิร์ก ออกมาแสดงท่าทีต่อปมร้อนดังกล่าว รวมทั้งแสดงความขอโทษที่ปล่อยให้เธิร์ดปาร์ตี้เข้าถึงข้อมูลของยูเซอร์ได้

Mark Z1

นอกจากนี้ เขายังได้โพสต์อธิบายเรื่องดังกล่าวลงบน Facebook ส่วนตัว เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย โดยเขายอมรับว่า บริษัทได้ทำผิดพลาดในการจัดการกับปัญหาการเปิดเผยข้อมูลของ Cambridge Analytica

ทั้งนี้ ซัคเคอร์เบิร์ก ได้กางแผนหลากหลายแนวทางออกมา เพื่ออธิบายถึงการดีไซน์การลดจำนวนการแชร์ข้อมูลยูเซอร์ออกไปให้นักพัฒนาข้างนอก รวมทั้งยังต้องมีการตรวจสอบคัดสรรนักพัฒนาบางคนที่สามารถเข้าถึงคลังข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ก่อนที่จะยังยั้งให้เกิดผลได้เมื่อปี 2014

โดยในส่วนที่เขาอธิบายผ่าน Facebook ส่วนตัว เราขอหยิบมาแปลให้ทราบโดยย่อ ใจความว่า เรา (Facebook) ต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อการปกป้องข้อมูลของยูเซอร์ และถ้าเราไม่สามารถทำให้คุณได้นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งตอนนี้เราทำงานจนเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น และทำให้มั่นใจด้วยว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำมานานปกป้องข้อมูลผู้ใช้มาอย่างยาวนาน แต่เราก็ได้ทำผิดพลาด และเราก็พร้อมที่จะก้าวออกมาเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้องอีกครั้ง

Mark Z2

จากนั้นเขาก็ไล่ไทม์ไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2007 ที่เริ่มนำข้อมูลต่างๆ ของยูเซอร์ออกมาใช้เผยแพร่ เช่น วันเกิด แสดงที่อยู่ แชร์ภาพ สิ่งที่ทำใ ซึ่งผู้คนที่เป็นเพื่อนถึงจะเข้าถึงข้อมูลได้

ปี 2013 มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มีนักวิจัยที่ชื่อ Aleksandr Kogan สร้างเพอร์ซันนัลแอปฯ ขึ้นมา โดยมีคนอินสตอลประมาณ 300,000 คน ที่นำข้อมูลของตัวเองมาใช้ลงในแอปฯ นี้ นั่นหมายคามว่า Kogan สามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นหมื่นๆ ของเพื่อนของคุณได้ด้วย

ปี 2014 เราประกาศว่าเปลี่ยนแปลงแพล็ทฟอร์มขนาดใหญ่ โดยจำกัดการเข้าถึงข้อูล ซึ่งทำให้แอปฯ ประเภทเดียวกับ Kogan ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลยูเซอร์และเพื่อนยูเซอร์ได้อีกแล้ว

ปี 2015 เราทราบมาจากสื่ออย่าง The Guardian ว่า Kogan ได้แชร์ข้อมูลที่ได้จากแอปฯ ไปให้กับ Cambridge Analytica ซึ่งมันผิดหลักการของนโยบายการแบ่งปันข้อมูลโดยไม่ได้รับการยินยอมของเรามาก ดังนั้น เราจึงทำการแบนแอปฯ ของ Kogan ทันที พร้อมกับเรียกร้องให้ Kogan และ Cambridge Analytica ออกมายืนยันว่าได้ลบข้อมูลอันเป็นทรัพย์สินที่ไม่ถูกต้องนี้ไปแล้ว

สัปดาห์ก่อน เราทราบจาก The Guardian, The New York Times และ  Channel 4ว่า Cambridge Analytica อาจจะไม่ได้ลบข้อมูลที่พวกเขาได้ไป เราจึงทำการแบนพวกเขาออกไปจากการใช้บริการทุกอย่างของเราทันที แต่ทั้งนี้ Cambridge Analytica อ้างว่าเขาทำการลบไปแล้วและเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการตรวจสอบโดยบริษัทที่เราจ้างมาเพื่อเป็นการยืนยันสิ่งที่เขาอ้าง เรายังคงทำงานกับหน่วยงานตรวจสอบอย่างแข็งขันเพื่อที่จะสอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สิ่งนี้คือรอยร้าวของความเชื่อใจระหว่าง Kogan, Cambridge Analytica และ Facebook และมันก็ยังเป็นรอยร้าวของความเข้าใจระหว่าง Facebook และผู้ใช้งานที่แบ่งปันข้อมูลกับเรา และคาดหวังว่าเราจะปกป้องให้พวกเขาได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องรีบแก้ไขมัน

ในกรณีนี้ เราพร้อมในการทำเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2014 แล้วแต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำเพิ่มมากขึ้นอีก และผมก็พร้อมที่จะก้าวออกมายืนแถวหน้า

อันดับแรก เราจะต้องทำการสอบสวนทุกแอปฯ ที่เข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาล ในช่วงก่อนที่เราจะทำการเปลี่ยนแพล็ทฟอร์ม และลดการเข้าถึงในปี 2014 และเราจะกำกับตรวจสอบแอปฯ ที่ต้องสงสัยทุกอันด้วย เราจะแบนนักพัฒนาจากแพล็ทฟอร์มที่ไม่เห็นด้วยในการตรวจสอบ และถ้าเราพบว่านักพัฒนานำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด เราก็จะแบนเขาพร้อมกับบอกทุกคนให้ทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดกับแอปฯ นั้น ซึ่งรวมไปถึงคนที่นำข้อมูลของ Kogan ไปใช้ในทางที่ไม่ชอบด้วย

อันดับที่สอง เราจะจำกัดนักพัฒนาในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อปกป้องการโจมตี ตัวอย่างเช่น เราจะถอดนักพัฒนาที่เข้าถึงข้อมูลของคุณถ้าคุณไมได้ใช้แอปฯ ขอเขาเป็นเวลา 3 เดือน เราจะลดการให้ข้อมูลคุณกับแอปฯ คุณ sign in เพียงแค่ชื่อ ภาพโปรไฟล์ อีเมล์ เท่านั้น เราไม่ต้องการให้นักพัฒนาได้รับการยินยอมจากคุณง่ายๆ เพื่อแค่ขอในการเข้าถึงโพสต์หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ และเราจะทำการเปลี่ยนแปลงการแบ่งปันในสองสามสัปดาห์นี้

อันดับสาม เราต้องทำให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจซึ่งแอปฯ ที่คุณอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของคุณ โดยในเดือนหน้าเราจะแสดงให้ทุกคนได้รู้จักกับเครื่องมือใหม่ที่จะอยู่บนด้านบนของ News Feed ซึ่งคุณสามารถกลับตัวออกจากการยินยอมให้แอปฯ นั้นเข้าถึงได้ด้วย เราพร้อมแล้วที่จะนำเครื่องมือดังกล่าวออกมาใช้งานดูแลความเป็นส่วนตัว และตอนนี้เราจะใส่เครื่องมือนี้ลงไปบนด้านบนของ News Feed เลยเพื่อให้แน่ใจว่าทุกๆ คนได้เห็นมัน

เหนือไปกว่าขั้นตอนดังกล่าว เราพร้อมมากกว่าในปี 2014 อีก เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นก้าวต่อไปที่เราต้องสานต่อเพื่อรักษาความปลอดภัยของแพล็ทฟอร์ม

เราเริ่มต้น Facebook และจบวันนี้ด้วยความรับผิดชอบของผม ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับแพล็ทฟอร์มของเรา ผมจริงจังมากเกี่ยวกับสิ่งที่ทำ ในการป้องป้องชุมชนของเรา ปัญหาแบบที่เกิดกับกรณีCambridge Analytica จะไม่มีอีกต่อไป แต่เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้ เราจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่จะคุ้มครองแพล็ทฟอร์มของเราต่อไปข้างหน้าและทำชุมชนของเราให้ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคนในอนาคต

เราขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมในสิ่งที่เชื่อร่วมกัน บนภาระกิจของการทำงานที่จะสร้างชุมชนที่ดีไปด้วยกัน ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาในการแก้ไขสิ่งนี้ยาวนานแต่เราก็จะต้องทำมันให้ได้ และผมสัญญาว่าเราจะทำงานอย่างหนักและสร้างบริการที่ดียิ่งๆ ขึ้นให้ยั่งยืนยาวนาน.

ที่มา The Verge

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ three = 8

Recent Posts

Facebook