103.58.148.118

Social media

Ξ Leave a comment

Social Network อาวุธลับสังคมยุค Digital

posted by  2,121 views

ดร.เอียน เฟนวิค กูรูเน็ตจากศศินทร์ บอกไว้ว่า Social Network กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกและมีอิทธิพลเหนือสื่อกระแสหลักอย่างมีนัยสำคัญ

วันนี้กว่า 70% ของคนทั่วโลกนิยมอ่านบล็อก และอีก 35% ของคนทั่วโลกมีบล็อกเป็นของตัวเอง

ขณะที่ Facebook ถือเป็น Social Network ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 250 ล้านคน ขณะที่ทวิตเตอร์มีคนใช้ทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านคน เป็นเว็บที่มีคนเข้าไปมากกว่าเว็บไซต์ระดับโลกอย่างนิวยอร์คไทม์และวอลล์สตรีท เจอร์นัล

“ถ้าเทียบ Facebook เป็นประเทศ ถือว่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอับดับที่ 4 ของโลก และถ้าจะบอกว่า Twitter และ Facebook เป็นแค่เว็บสำหรับวัยรุ่น ต้องคิดใหม่ เพราะกลุ่มที่ใช้เว็บประเภทนี้มากที่สุด อยู่ในกลุ่มอายุ 35-49 ปี” ดร.เอียน

 @pm

นักการเมืองไทย(ขอ)โหนกระแส

ในไทยวันนี้เทคโนโลยีอย่าง 3G หรือ Wi-Max กำลังถูกลบเลือนด้วยกระแส “Hit” ของ Social Network โดยเฉพาะ “Facebook” และ “Twitter” ก่อนหน้านี้มีคนดังในหมู่นักแสดงใช้ช่องทางนี้มากมาย แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้เกิดกระแสฮือฮา

แต่ทันที ที่นักการเมืองดังๆ ของไทยหลายคน ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงการใช้ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ค เป็นช่องทางสื่อสารไปยังประชาชน รวมถึงใช้เป็นช่องทางประกาศนโยบายต่างๆ และในมุมของการบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวในชีวิตประจำวัน

ไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร, กรณ์ จาติกวณิช, กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, จาตุรนต์ ฉายแสง, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์,  อภิรักษ์ โกษะโยธิน, ศิริโชค โสภา ฯลฯ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ทั้ง Twitter และ Facebook  กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยเกือบทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ

@pm_abhisit_2

@thaksinlive_2

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” กูรูด้านอินเทอร์เน็ต และหนึ่งในผู้เล่น Twitter และ Facebook คนแรกๆ ในไทย ยอมรับว่า กระแสบูมของ Social Network ขณะนี้ ถูกจุดประกายโดยนักการเมือง เพราะวันนี้ใครๆ ก็รู้จัก Twitter, Facebook กลายเป็น mass market ไม่ใช่ niche market อีกต่อไป

“ตอนนี้ แม้แต่ป้าที่ขายของในตลาดก็รู้จัก Twitter และ Facebook  จากก่อนหน้าที่เป็นเว็บเฉพาะกลุ่ม แต่ทุกวันนี้กลายเป็นทุกคนรู้จักหมด เพราะพอนักการเมืองลงมาเล่น สื่อทีวีก็ทำข่าว นั่นทำให้เว็บถูกโปรโมทโดยสื่อทีวีที่ทุกคนเข้าถึงได้มากสุด แต่ขณะที่  นักการเมืองกำลังใช้ช่องทางนี้ เป็นอาวุธทางการเมืองที่สำคัญ แน่นอนว่า อีกไม่นานความนิยมของทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คก็จะถูกจับตามองจากสาธารณชนเพิ่มมากขึ้นตามมา”

ระวัง!ตัวปลอมขโมยชื่อ

จุดที่ดีที่สุดของเว็บประเภทนี้ คือ การเข้าถึงเครือข่ายผู้คนได้อย่างรวดเร็ว และเรียลไทม์ อาจจะถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็นช่องทางที่กลุ่มคนบางกลุ่มใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น  ซึ่งขณะนี้ เริ่มเกิดสแปม เริ่มมีกระแสตัวจริง ตัวปลอมที่เข้ามาเขียนแทนเจ้าของทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊คตัวจริงยิ่งทำให้จุดประสงค์ของการใช้เว็บประเภทนี้ถูกบิดเบือน

ปัจจุบัน มีคนไทยที่อยู่ในเครือข่าย หรือลงทะเบียนการใช้งานใน Facebook มีหลายแสนคน บางกระแสบอกว่า อาจถึง 8 แสนคนด้วยซ้ำไป ขณะที่ Twitter มีจำนวนคนไทยเล่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากต้นปี 2552 ที่คาดว่าจะมีผู้เล่นในไทยแค่หลักหลายหมื่นคน หากแต่วันนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนคนแล้ว

และแน่นอนว่า หลังจากที่นักการเมือง รวมถึงคนดังๆ หันมาใช้ช่องทางนี้ในการติดต่อสื่อสาร ก็จะยิ่งทำให้การตลาดออนไลน์ถูกหยิบขึ้นมาประเด็น และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การทำการตลาดในรูปแบบที่เรียกว่า Digital marketing ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ช่องทางใหม่โอกาส-ธุรกิจ

“อภิศิลป์ ตรุงกานนท์” กูรูด้านอินเทอร์เน็ตอีกคนของไทย บอกว่า วันนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ ธุรกิจที่มีความต้องการชัดเจนที่จะใช้ช่องทางเว็บ social ในการทำตลาดท่องเที่ยว เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว พร้อมยอมรับว่า กระแสนักการเมืองใช้ Twitter, Facebook ทำให้อัตราการเติบโตของคนเล่นเว็บ Social ในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่า จะเป็นเพียงแค่แฟชั่นในช่วงแรกหรือเปล่า เพราะตอนนี้ คนก็อยากจะเทียบฟอร์มระหว่างการใช้เว็บประเภทนี้ของทั้งนายกฯ คนปัจจุบัน และอดีตนายกฯ ทำให้มีคนสมัครเข้ามา เพื่อติดตามเพิ่มขึ้น แต่หลังจากนี้ เมื่อกระแสจางลง คนที่สมัครเป็นสมาชิกก็อาจจะไม่เข้ามาอีกเลยก็ได้”

Source:  กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


5 + three =

Recent Posts

Facebook

PR News