103.58.148.118

Thai Media

Ξ Leave a comment

หมุนคลื่นไปไม่เจอแล้ว พี่ฉอด ปรับใหม่ ย้าย Chill ลงออนไลน์ ย้าย EFM ไป 104.5

posted by  6,531 views

ในยุคดิจิทัลที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการสื่อสารและเปิดรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจากการเลือกเสพสื่อและตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน สื่อ Traditional Media จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ค่ายยักษ์ใหญ่ อย่าง เอ-ไทม์ มีเดีย ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องปรับตัวไปตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน

ล่าสุด ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหาร ได้แก่ สมโรจน์ วสุพงศ์โสธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย  กรรมการผู้จัดการ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตละคร ช่อง GMM 25 เตมีย์ เตมียงค์  Digital Media Director  สายธุรกิจ GMM MEDIA และ สุรีย์รัตน์ ยรรยงลีลางกูร  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัญชี สายธุรกิจ GMM MEDIA แถลงข่าวการเปลี่ยนแปลงคลื่นทั้ง 3 ของ เอ-ไทม์

atime ok

ฉอด สายทิพย์ กล่าวว่า เอ-ไทม์ มีเดีย ได้มีการจัดทำรายการวิทยุออนไลน์ควบคู่ไปกับการออนแอร์ทางสถานีวิทยุมาตั้งแต่ปี 2540 ตลอดระยะเวลาเรามีการเชื่อมโยงระหว่างออนแอร์และออนไลน์เพื่อขยายฐานผู้ฟังมาโดยตลอด และเราได้เก็บรวบรวมตัวเลขและสถิติต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านออนไลน์มาตลอด 20 ปี ทำให้เราได้เห็นถึงพฤติกรรมของคนฟังของเราว่า ยังฟังรายการวิทยุอยู่แต่มีการเปลี่ยนช่องทางการเปิดรับฟังวิทยุผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ตรงกับผลการทำรีเสิร์ชจาก Circle (บริษัท เซอร์เคิล จำกัด) และผลสำรวจของ Nielsen (บริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด) ที่ให้ข้อสรุปว่า ผู้บริโภคยังฟังรายการวิทยุอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางการเปิดรับฟัง (Device) จากเครื่องรับวิทยุไปฟังผ่านสมาร์ทโฟนและเว็บไซต์แทนเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่คนยังเลือกฟังวิทยุก็เพราะว่า การฟังวิทยุเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะมีดีเจคอยเลือกเพลงให้ ทุกครั้งที่ฟังเพลย์ลิสต์จึงมีความหลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจ ฉะนั้นผู้ฟังจึงไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาเพลงฟังเอง เพียงแค่เปิดก็ได้ฟังเพลงเลย

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ จะมีการปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คน Gen C (The Connected Comsumer) ที่มีพฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ขึ้นกับเพศและอายุ ดังนี้

1.เปลี่ยน Chill จากรายการวิทยุ เป็น รายการวิทยุออนไลน์ เต็มรูปแบบ

ผลักดัน Chill 104.5 FM เป็นรายการวิทยุออนไลน์เต็มรูปแบบเป็นคลื่นแรก โดยทำการคืนช่องให้กับราชการ นอกจากนี้ ยังสร้างแอพฯ Chill ขึ้นมาอีกด้วยเพื่อให้แฟนๆ ได้ดาวน์โหลดและร่วมกิจกรรมกับทาง Chill โดยตรง

เนื่องจากเห็นว่าสถิติการเปิดฟังผ่านทางออนไลน์ของ Chill พบว่าเป็นอันดับสูงสุดมาโดยตลอด เฉลี่ยอยู่ที่ 1.4 ล้าน IP / 4 ล้าน ID นับว่ามียอดคนฟังมากที่สุดในกลุ่มรายการวิทยุของ เอ-ไทม์ มีเดีย นอกจากนี้ สถิติด้าน Social Media ยังมียอด Engagement ของคนฟังมากที่สุดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโพสต์-ไลค์-เม้น-แชร์ กิจกรรมและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่อง กิน-เที่ยว-ช้อป ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคนฟัง Chill ที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน จึงจัดให้มีรายการใหม่สำหรับชาวออฟฟิศ ได้แก่ ช่วง “โป้ง-เชา ชี้เป้าดาวออฟฟิศ” ทอล์คโชว์ใหม่เฟ้นหาสาวสวยจากแต่ละออฟฟิศมานั่งหันหลังให้ทุกคนได้พูดคุยเล่นเกม พร้อมร่วมโหวตลุ้นได้เห็นหน้าเธอ และอีกหนึ่งทอล์คโชว์ ได้แก่ ช่วง “ใต้โต๊ะทำงาน” โดย ดีเจ.เผือก พงศธร – ดี เจ.อาร์ต มารุต มาเม้าท์เรื่องที่ทำงาน

“ช่องทางการหารายได้ของ Chill นั้น จะเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มเติมขึ้นเพราะมีเว็บไซต์และ  Facebook ซึ่งจะทำให้เรารับคอนเทนต์เพิ่มเติมจากลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งโฆษณาที่เป็นทั้งคลิป โปรดักส์ หรือคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่เราเสนอก็สนใจเรื่องของการสร้างดิจิทัลคอนเทนต์รูปแบบนี้อยู่แล้ว และไม่ยากเลยที่จะทำการขาย โดยเราจะเสนอจัดการขายในรูปแบบ Package ใหม่ให้”

2.เปลี่ยนเลขคลื่น EFM จาก 94.0 เป็น 104.5

คลื่น อีเอฟเอ็ม (EFM) เปลี่ยนเลขคลื่นความถี่ให้คนฟัง จากเดิม 94.0 เป็น 104.5 FM ซึ่ง ฉอด สาทิพย์ การันตีว่ายังครบทุกรายการฮ็อตเอาไว้หมด แต่จะเพิ่มเติมช่วงและรายการที่สนุกๆ ให้มากขึ้น ด้วยการร่วมทีกับ Chill ที่มีความแข็งแกร่งทางออนไลน์ สร้างเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ในชื่อ อีเอฟเอ็ม ชิล ออน เดอะ บีช (EFM Chill On The Beach) และ อีเอฟเอ็ม ชิล ออน เดอะ ฮิลล์ (EFM Chill On The Hill)

“เหตุที่ตัดสินใจคืนคลื่น 94.0 แล้วมาใช้ 104.5 แทน เพราะเป็นคลื่นที่สามารถออนแอร์ได้เวลามากที่สุด โดยไม่ได้ถูกแบ่งไปในกิจการของราชการมากนัก ถ้าเทียบกับคลื่น 94.0”

atime1

ฉอด สายทิพย์ กล่าวถึงภาพรวมการปรับคอนเทนต์ครั้งนี้ว่า ได้ตั้งเป้าว่าจะสามารถเติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 15% โดยที่อัตราการเติบโตของตลาดวิทยุอยู่เพียงแค่ 3% เท่านั้น แต่ด้วยการบริหารจัดการของเรา การบุกออนไลน์มากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถโตกว่าตลาดได้อย่างแน่นอน

สำหรับกลยุทธ์ที่จะใช้เพื่อเอาชนะแพล็ทฟอร์มอื่นๆ ฉอด สายทิพย์ กล่าวว่า ในตลาดเมืองไทยการทำคอนเทนต์ที่เป็น Music Platform ไม่ว่าจะเป็น Joox หรือมี Apple อะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เรามองคือ เราคือวิทยุออนไลน์ เราไม่ได้กระโดดไปที่ Music Platform คือไม่ได้ออนดีมานด์ อยากฟังเพลงนั้นต้องได้ฟังเพลงนั้น แต่เราเสนอในรูปแบบของรายการ ดังนั้น จึงอาจจะเรียกไม่ได้ชัดว่าเป็นคู่แข่งกัน เพราะเรายังมีความเป็นดีเจ ยังมีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งของคนอื่นอาจจะเป็น Music Platform คือฟังเพลงอย่างเดียว แต่ของเราคือยังเปิดเพลงให้ฟังอยู่ ดังนั้น ความท้าทายคือ เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนออนไลน์มาคุยกับดีเจได้เหมือนเดิม

“เราก็เลยร่วมกันทำแอพฯ Atime เราเลยคิดว่าถ้าดีเจจะเล่นเกมสักช่วงเวลาหนึ่ง เราให้เขาถ่ายรูปด้วยแอพฯ ของเรา แล้วส่งมาดีเจก็จะเห็นว่าใครส่งรูปอะไรมา หรือใครส่งข้อความอะไรมา ซึ่งมันเป็นก้าวแรกที่บอกว่าเราสามารถชวนคนที่ฟังออนไลน์อยู่และเราจับต้องเขาได้จริงๆ มันเลยมีแคมเปญที่ทำกับออนไลน์มาโดยตลอดเล่นเกมกับดีเจบนสื่ออนไลน์ที่ผู้ฟังใช้อยู่ ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายที่พิสูจน์แล้วว่าเรามีคนออนไลน์อยู่กับเราเยอะจริงๆ”

atime5.1

 

atime2 ok

 

สำหรับในส่วนของคลื่น กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม (Greenwave 106.5 FM) ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยยังคงเน้นการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับผู้ฟัง เป็น White Marketing ที่เราทำต่อเนื่อง โดยร่วมกับช่อง GMM25 ทำบิ๊กโปรเจค 25 กิจกรรมทำดีตามรอยพ่อ ที่ตอนนี้ดำเนินการไปทั้งหมด 10 โครงการแล้ว สำหรับ GMM25 นั้น มียอดผู้ชมมากกว่า 6 ล้านคนต่อวันและมีอัตราเติบโตสูงถึง 55% ซึ่งกลุ่มคนดูส่วนใหญ่อายุระหว่าง 15-34 ปี

ส่วนยอดดาวน์โหลดแอพฯ Atime ปัจจุบันมีอยู่ 4.6 ล้านครั้ง โดยคาดว่าปลายปีนี้ขึ้น 5 ล้านครั้งอย่างแน่นอน ส่วนแอพฯ Chill เราตั้งเป้าไว้ว่าปลายปีน่าจะได้อย่างน้อย 1 แสนครั้ง

สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่ Atime ใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงสถานีนั้นมีความน่าสนใจมาก ดังภาพต่อไปนี้

listener1 listener2 listener3 listener4

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ four = 13

Recent Posts

Facebook