
เมื่อพูดถึงการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและพื้นที่อาคารสำนักงานในไทยของ “กลุ่มเซ็นทรัล” (Central Group) ที่ปัจจุบันมี 11 โครงการ ไม่วาจะเป็นจิวเวลรี่เทรด เซ็นเตอร์, บ้านสีลม, เซ็นทรัลสีลม ทาวเวอร์, แพลทฟอร์ม วงเวียนใหญ่, หัวหมาก เซ็นเตอร์, มาร์เก็ตเพลส วงศ์สว่าง, ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ล่าสุดได้ขยายพอร์ตโฟลิโอ ด้วยการพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์รูปแบบใหม่อีก 2 โครงการ ได้แก่ “POP Phuket” ในย่านเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต และ “Tops Wongamat” ย่านวงศ์อมาตย์ พัทยา เตรียมเปิดช่วงไตรมาส 4 ปีนี้
นอกจากโครงการที่เปิดดำเนินการในปัจจุบัน และโครงการใหม่แล้ว “กลุ่มเซ็นทรัล” ยังมี Landbank มากกว่า 100 แปลง กระจายอยู่ในจังหวัดศักยภาพทั่วประเทศ
ภายใต้พอร์ตโฟลิโอ และที่ดินที่รอการพัฒนาอีกมากมาย มี “ฟันเฟืองสำคัญ” ทำหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือ “Central Land and Development” (เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์) หรือ CLD ผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการโครงการต่างๆ และที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัล
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักหน่วยงาน Central Land and Development พร้อมวิธีคิด กลยุทธ์การพัฒนาโปรเจกต์ และการสร้าง POP Phuket และ Tops Wongamat

Central Land and Development ฟันเฟืองพัฒนาที่ดินและบริหารจัดการอสังหาฯ ของกลุ่มเซ็นทรัล
Central Land and Development เป็นหน่วยงานในกลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) ทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของ “เซ็นทรัลพัฒนา” (Central Pattana: CPN) และ “เซ็นทรัล รีเทล” (Central Retail: CRC) โดยครอบคลุมทั้งศูนย์การค้าและพื้นที่อาคารสำนักงาน ไปจนถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น และที่ดินผืนศักยภาพทั่วประเทศ
ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอโครงการศูนย์การค้าและพื้นที่อาคารสำนักงานที่เปิดดำเนินการแล้ว มีทั้งหมด 11 โครงการ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ประกอบด้วย
- จิวเวลรี่เทรด เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าอัญมณีใหญ่ที่สุดในอาเซียน
- ไชน่าเวิลด์ ศูนย์รวมม้วนใจกลางพาหุรัด
- หัวหมาก เซ็นเตอร์ ศูนย์ขนาดกลาง เป็นแหล่งช้อปปิ้งของคนที่อาศัยอยู่ในย่านหัวหมาก
- มาร์เก็ตเพลส วงศ์สว่าง ศูนย์ขนาดกลาง เป็นแหล่งช้อปปิ้งของคนย่านวงศ์สว่าง
- บ้านสีลม คอมมูนิตี้ ไลฟ์สไตส์ ใจกลางสีลม
- ท๊อปส์ มาร์เก็ต เพลส อุดมสุข ศูนย์ขนาดเล็กแหล่งช้อปปิ้งของคนที่อาศัยอยู่ในย่านอุดมสุข
- เซ็นทรัลสีลม ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานและพื้นที่ไลฟ์สไตส์ใจกลางสีลม
- แพลทฟอร์ม วงเวียนใหญ่ ศูนย์ขนาดเล็กแหล่งช้อปปิ้งของคนที่อาศัยอยู่ในย่านวงเวียนใหญ่
- ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์โอเพนมอลล์ที่ภูเก็ต
- ตลาดจริงใจ เชียงใหม่ คอมมูนิตี้ มาร์เก็ต ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ
- เซ็นทรัลดิ ออริจินัล สโตร์ จุดหมายแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยในย่านเจริญกรุง

ไม่แค่นั้น Central Land and Development ยังดูแลและบริหารจัดการที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัลอีกกว่า 100 แปลงที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา กระจายอยู่ในจังหวัดใหญ่ และเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น ขนาดที่ดินเริ่มตั้งแต่กว่า 10 ไร่ ไปจนถึงกว่า 300 – 400 ไร่ หนึ่งในแปลงที่มีศักยภาพสูงคือ ที่ดินย่านรังสิต คลอง 4
คุณพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กลุ่มเซ็นทรัล ขยายความถึงวิสัยทัศน์ในการนำ Private Property ของกลุ่มเซ็นทรัลมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าในเชิงธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพให้กับสินทรัพย์ของกลุ่มเซ็นทรัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนา Format ใหม่ๆ ซึ่งในหลายครั้ง CLD จะเป็นผู้เริ่มต้นทดลองและพัฒนาโมเดลขึ้นมาก่อน จากนั้นถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบริษัทในเครือเซ็นทรัล เช่น เซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัล รีเทล เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลต่อไป

“วิธีคิดในการพัฒนาโครงการของเรา เริ่มจากนำ ‘ที่ดิน’ ที่มีอยู่แล้ว มาศึกษาและวิเคราะห์ เพื่อมองหาโอกาส (Opportunity) ว่าพื้นที่นั้นๆ เหมาะจะพัฒนาเป็นอะไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าต่อการลงทุน ประกอบกับกลุ่มเซ็นทรัลไม่ใช่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมีความยืดหยุ่น เปิดกว้าง และใช้เวลาในการตัดสินใจน้อยกว่า ทำให้สามารถสร้างและผลักดันโครงการต่างๆ ได้รวดเร็ว
อย่างโปรเจกต์ใหม่ล่าสุด ทั้ง ‘POP Phuket’ และ ‘Tops Wongamart’ ใช้เวลาศึกษาและสร้างเป็นโครงการไม่ถึง 2 ปี ซึ่งมอลล์ที่เราพัฒนาขึ้น คงไม่ทำ Shopping Mall ทั่วไป หรือ Basic Shopping Mall แต่ต้องการทำสิ่งที่ Unique มีดีไซน์แตกต่าง และมีเอกลักษณ์เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ
นอกจากนี้เรายังผสานความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท หรือกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล เช่น เซ็นทารา, เซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัล รีเทล มาร่วมกันพัฒนาตามความเชี่ยวชาญของบริษัทต่างๆ ในเครือ”

ปั้น “POP Phuket” คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ ใจกลางเชิงทะเล
“ภูเก็ต” ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวราว 540,000 – 550,000 ล้านบาทต่อปี
กลุ่มเซ็นทรัล จึงต่อยอดความสำเร็จจาก Porto de Phuket ที่เปิดให้บริการในปี 2019 ด้วยการพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์แห่งที่ 2 ในย่านเชิงทะเล “POP Phuket” ให้เป็น Lifestyle Ecosystem ด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม 5,490 ตารางเมตร
ทำเลเชิงทะเล เป็นทำเลทองที่มีการโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกว่า 20,000 ยูนิต และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18.8% ต่อปี โดยโครงการ POP Phuket ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ The Standard Residence Phuket Bangtao ช่วยเสริมทั้งสองโครงการนี้เข้าด้วยกัน ทำให้เกิด traffic เพิ่มขึ้น และยังใกล้กับ Porto de Phuket

โดยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจาก Small Shopping Mall อื่นๆ ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ POP Strategy
- P – Playful Design: ดีไซน์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบ POP ART ที่เน้นความสนุกสนาน ทันสมัย มีเอกลักษณ์ และเส้นสายสีสัน
- O – Open: เป็น Open Mall พื้นที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น Physical Layout ปลอดโปร่ง เดินสบาย รับบรรยากาศธรรมชาติ
- P – People: ผู้คนและชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางชุมชน เชื่อมโยง ผู้คน แบรนด์ ร้านค้า และชุมชนโดยรอบเข้าด้วยกัน
ภายในจัดสรรพื้นที่กว่า 60% เป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งไทยและนานาชาติ นำโดย Tops Fine Food, ร้านอาหารระดับแม่เหล็ก เช่น Aquila, Campus Coffee Roasters, Spice House
ขณะที่อีก 40% ออกแบบเป็น Vibrant Tenant Mix ของร้านค้าพรีเมียม และบริการด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ร้าน specialty และร้านบริการความงามระดับพรีเมียม

POP Phuket นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเซ็นทรัล โดยคาดว่าจะดึงดูดผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 80% และลูกค้าไทย 20%
“ภูเก็ตยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตกที่มีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ (Expat) สูงถึง 80% ควบคู่กับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เราจึงพัฒนา POP Phuket ให้เป็นมากกว่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็น ‘Life Ecosystem’ ที่เข้ามาเติมเต็มดีมานด์ด้านไดนิ่งและไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะตัวสูง“

ผนึกกำลัง Centara เปิดตัว “Tops Wongamat” พรีเมียมไลฟ์สไตล์มอลล์ในย่านวงศ์อมาตย์
อีกหนึ่งโครงการที่เจาะตลาดเมืองท่องเที่ยว คือ “Tops Wongamat” Premium Neighborhood Lifestyle Mall มูลค่าการลงทุน 430 ล้านบาท บนพื้นที่ 4,711 ตารางเมตร ในย่าน “วงศ์อมาตย์” พัทยา ซึ่งเป็นหนึ่งใน Prime Area ที่รายล้อมด้วยคอนโดหรูและโรงแรม 4-5 ดาว
ความพิเศษของโปรเจกต์นี้คือ การ Synergy ระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และเครือโรงแรมเซ็นทารา โดยกลุ่มเซ็นทรัลเล็งเห็นถึงศักยภาพของทำเลซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya มีห้องพัก 555 ห้อง รวมถึงโรงแรม Cosi Pattaya Wong Amat Beach มีห้องพัก 282 ห้อง สะท้อนถึงฐานลูกค้านักท่องเที่ยวและผู้เข้าพักคุณภาพสูง ส่งผลให้ Tops Wongamat เข้ามาเติมเต็มและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบน
การออกแบบ Tops Wongamat พัฒนาภายใต้แนวคิด Neighborhood Lifestyle Open Mall ชั้นเดียว จัดสรรพื้นที่กว่า 80% เป็นโซนร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการ รวมทั้งช่วยเพิ่มความถี่และระยะเวลาในการใช้บริการภายในศูนย์การค้า ขณะที่อีก 20% ถูกออกแบบให้เป็น curated mix คัดสรรร้านค้าพรีเมียมแบะบริการด้านไลฟ์สไตล์

“DNA ของเซ็นทรัล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซ็นทรัล, เซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัล รีเทล และบริษัทต่างๆ ในเครือ คือ ‘ไม่เคยหยุดพัฒนา’ เราปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยอยู่เสมอ อย่างเซ็นทรัลชิดลม มีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ, หัวหมาก เซ็นเตอร์ จากอดีตเป็นเซ็นทรัล หัวหมาก ต่อมาเป็นบิ๊กซี หัวหมาก และปัจจุบันเป็นหัวหมาก เซ็นเตอร์ หรือจิวเวลรี่เทรด เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็น Specialty Mall จำหน่ายจิวเวลรี่ ก็มีการรีโนเวทอยู่เสมอ
ขณะเดียวกันแนวคิดการพัฒนาทุกโครงการของเซ็นทรัล ให้ความสำคัญกับ ‘Centrality’ การเป็นศูนย์กลางของชุมชนนั้นๆ โดยมีแกนหลัก คือ การผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่น (Local) และการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ โดยไม่สร้างความแตกต่างเกินพอดีจนแปลกแยกไปจากพื้นที่” คุณพงศ์ สรุปทิ้งท้าย





