
Smartwatch บนข้อมือของเราอาจกำลังมีบทบาทมากกว่าการบอกว่าวันนี้เดินไปกี่ก้าว หัวใจเต้นเร็วแค่ไหน หรือนอนหลับดีหรือเปล่า เพราะข้อมูลเหล่านี้กำลังถูกนำไปใช้ในวงการแพทย์ ตั้งแต่การติดตามอาการผู้ป่วยพาร์กินสัน การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ไปจนถึงงานวิจัยเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับของโรงพยาบาลรามาธิบดีในประเทศไทย
เบื้องหลังกรณีศึกษาเหล่านี้มีชื่อของ Garmin เข้ามาเกี่ยวข้อง ผ่านธุรกิจ Garmin Health ที่สนับสนุนการนำข้อมูลจากอุปกรณ์ Wearable ไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีและบริการด้านสุขภาพร่วมกับพันธมิตร
สำหรับ Garmin ซึ่งผู้บริโภคคุ้นเคยในฐานะแบรนด์ Smartwatch สำหรับนักวิ่งและคนออกกำลังกาย นี่เป็นโอกาสในการนำความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์และการเก็บข้อมูลสุขภาพไปต่อยอดในตลาด Healthcare และลูกค้าองค์กร
ที่น่าสนใจคือ Garmin Health กำลังเติบโตในเอเชีย โดยบริษัทเปิดเผยในงาน Garmin Health Summit 2026 ว่า ธุรกิจมีการเติบโตมากกว่า 25% ในภูมิภาค และประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตโดดเด่น
แล้ว Garmin กำลังมองเห็นโอกาสอะไรในตลาดนี้ และข้อมูลจาก Smartwatch สามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างไร?
Garmin Health กับโอกาสนำข้อมูลสุขภาพไปใช้ในตลาด B2B
สำหรับโรงพยาบาล การมีข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยระหว่างใช้ชีวิตที่บ้านสามารถช่วยสนับสนุนการติดตามอาการและการดูแลรักษา ขณะที่นักวิจัยต้องการข้อมูลทางสรีรวิทยาที่เก็บได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว
ความต้องการเหล่านี้เป็นโอกาสที่ Garmin Health เข้ามามีบทบาท โดยนำเทคโนโลยี Wearable และระบบ Garmin Health Connected Ecosystem มาสนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพกับบริการของพันธมิตร ผ่านเครื่องมืออย่าง API และ SDK ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลจากอุปกรณ์ Garmin ไปใช้พัฒนาและปรับเข้ากับโซลูชันของตนเองได้
ธุรกิจที่ Garmin Health ให้ความสำคัญครอบคลุม Healthcare, Research & Clinical Trials, Insurance, Gym & Fitness, Employee Health & Benefits และ Innovations
ในมุมกลยุทธ์ การทำงานผ่านพันธมิตรสร้างโอกาสให้ Garmin ได้หลายทาง ทั้งการเข้าถึงลูกค้า B2B กลุ่มใหม่ การนำเทคโนโลยีที่พัฒนามาแล้วไปใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับองค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธมิตรเป็นผู้พัฒนาและให้บริการโซลูชันเฉพาะด้าน
อย่างไรก็ตาม Garmin ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดรายได้หรือรูปแบบการคิดค่าบริการของ Garmin Health ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่ารายได้จากความร่วมมือเหล่านี้ได้
จากโรคพาร์กินสันถึงเบาหวาน ตัวอย่างการใช้ Garmin ใน Healthcare
หนึ่งในกรณีศึกษาที่ Garmin นำเสนอคือ Orbit Health บริษัทที่พัฒนาโซลูชัน Neptune สำหรับติดตามอาการผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
ผู้ป่วยพาร์กินสันอาจมีอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน การติดตามอาการเฉพาะเวลาที่เดินทางไปโรงพยาบาลจึงอาจให้ข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน
Orbit Health ใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์ Accelerometer และ Gyroscope ของอุปกรณ์ Garmin เพื่อนำไปประมวลผลและประเมินความรุนแรงของอาการ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหว รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง
อีกตัวอย่างคือ Twin Health ซึ่งพัฒนา Whole Body Digital Twin เทคโนโลยีที่สร้างแบบจำลองระบบเผาผลาญเฉพาะบุคคล โดยนำข้อมูลจาก Garmin มาใช้ร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ เพื่อออกแบบคำแนะนำเกี่ยวกับอาหาร การนอนหลับ และกิจกรรมทางกาย พร้อมมีทีมดูแลสุขภาพติดตามผล
ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เกือบ 84% ของกลุ่มผู้เข้าร่วมที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของโปรแกรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน เข้าสู่ภาวะโรคเบาหวานสงบ (Diabetes Remission) ตามเกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงในการศึกษา ทั้งนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากโปรแกรมดูแลสุขภาพของ Twin Health ซึ่งมีหลายองค์ประกอบทำงานร่วมกัน
สำหรับประเทศไทย มีกรณีศึกษาจาก โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนำอุปกรณ์ Garmin มาใช้ศึกษาการดูแลผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA)
ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักต้องใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ระหว่างนอนหลับ แต่ปัญหาสำคัญคือการใช้งานเครื่องอย่างต่อเนื่องให้ได้ตามคำแนะนำในการรักษา
ผลการศึกษาวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Trial) ที่นำเสนอภายในงานพบว่า กลุ่มที่ใช้อุปกรณ์ Garmin ติดตามข้อมูลการนอนหลับมีระยะเวลาการใช้เครื่อง CPAP เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40 นาทีต่อคืน หลังติดตามผลเป็นเวลา 8 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มที่ดีขึ้นในด้านระยะเวลาการนอนหลับลึก จำนวนก้าวเดินในชีวิตประจำวัน และอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก
กรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าข้อมูลจาก Wearable สามารถสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยได้หลายรูปแบบ โดยการวิเคราะห์และใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางคลินิกยังอยู่ภายใต้โซลูชันของพันธมิตรและบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ Garmin สำหรับผู้บริโภคจึงไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตัวเอง
Garmin Health โตแรงในเอเชีย ไทยติดกลุ่มตลาดที่เติบโตโดดเด่น
การขยายบทบาทของ Wearable ในอุตสาหกรรมสุขภาพเกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตของตลาดในเอเชียแปซิฟิก
ข้อมูลที่นำเสนอในงาน Garmin Health Summit 2026 ประเมินว่าตลาด Wearable ในภูมิภาคนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เป็น 24,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 หรือเติบโตเฉลี่ย 13.6% ต่อปี
ขณะที่ตลาดอุปกรณ์สวมใส่สำหรับ Healthcare และงานวิจัยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 20.7% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน
ยอร์น วัตซ์เก้ (Jörn Watzke) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย Garmin Health ระบุว่า ประเทศไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม เป็นกลุ่มประเทศที่ Garmin Health มีการเติบโตโดดเด่น ครอบคลุมลูกค้าจากหลายอุตสาหกรรม ทั้ง Healthcare, Research, Insurance, Gym & Fitness และ Corporate Benefits
นอกจากนี้ ฐานลูกค้า Garmin Health ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในปี 2026 โดยบริษัทคาดว่าจะมีโครงการวิจัยและลูกค้ารายใหม่ในภูมิภาคสูงสุด 100 รายหรือโครงการภายในปีนี้
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานลูกค้าองค์กรของ Garmin Health และโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคที่มีความต้องการใช้เทคโนโลยีสุขภาพเพิ่มขึ้น
อนาคตของ Wearable กับโอกาสสร้างธุรกิจบนข้อมูลสุขภาพ
แนวโน้มสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ Garmin Health คือ Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งเป็นประเด็นหลักของงาน Garmin Health Summit 2026 โดยให้ความสำคัญกับ Healthspan หรือช่วงชีวิตที่คนเราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี รวมถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
ปัจจุบัน Garmin ระบุว่ามีงานวิจัยมากกว่า 1,260 โครงการที่ใช้อุปกรณ์ Wearable ของบริษัทเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล ซึ่งช่วยให้นักวิจัยติดตามข้อมูลทางสรีรวิทยาและกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมต้องจดจำและรายงานย้อนหลัง
อย่างไรก็ตาม การนำข้อมูล Wearable ไปใช้ใน Healthcare ยังมีความท้าทาย ทั้งความแม่นยำของข้อมูล มาตรฐานการใช้งานทางคลินิก และการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งาน
ในมุมธุรกิจ Garmin Health เป็นตัวอย่างของการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่แล้วไปสร้างโอกาสในตลาดใหม่ ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การทำให้อุปกรณ์ Wearable เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริการสุขภาพที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโรงพยาบาล งานวิจัย และองค์กรต่าง ๆ อาจช่วยเพิ่มความต้องการใช้เทคโนโลยีของ Garmin ในระยะยาว
ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Digital Healthcare ในเอเชีย ความสามารถในการสร้างความร่วมมือและพัฒนา Use Case ที่ใช้งานได้จริงจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่น่าจับตาสำหรับ Garmin Health
