103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

GPI เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 3.50 บาท ดีเดย์จองซื้อ 22-24 พ.ย. นี้ ชูศักยภาพธุรกิจสื่อและผู้นำการจัดงานแสดงยานยนต์

posted by  628 views

GPI_UW_resize

บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ GPI เคาะราคาขายหุ้น IPO หุ้นละ 3.50 บาท เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 22-24 พฤศจิกายนนี้ คาดเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 1 ธันวาคมนี้ พร้อมประกาศแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน รวมถึงผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ด้านผู้บริหารมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจสื่อและผู้นำการจัดงานแสดงยานยนต์ ‘Bangkok International Motor Show’ ที่มีผู้เข้าชมกว่า 1.6 ล้านคนต่อปี และ Bangkok Used Car Show งานจัดการแสดงรถยนต์มือสอง พร้อมวางกลยุทธ์ต่อยอดขยายการจัดงานแสดงยานยนต์ในต่างประเทศและขยายการจัดงานแสดงสินค้าสู่อุตสาหกรรมด้านอื่นๆ พร้อมวางนโยบายซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่เพื่อขยายการรับงานพิมพ์ได้อย่างหลากหลาย

ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน รวมถึงแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

นายเชาว์ อรัญวัฒน์ กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่หุ้นละ 3.50 บาท โดยขั้นตอนต่อไปนับจากนี้จะเปิดให้ประชาชนจองซื้อหุ้นในวันที่ 22-24 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะนำหุ้น GPI เข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 1 ธันวาคม 2560

ทั้งนี้ บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 250 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้นหรือคิดเป็นร้อยละ 16.67 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ปรับปรุงเครื่องจักรในโรงพิมพ์และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ดร.วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมั่นใจต่อการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ เนื่องจาก GPI เป็นบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 47 ปี โดยเริ่มก่อตั้งจากการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายนิตยสารด้านยานยนต์ และขยายสู่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยการออกนิตยสารด้านยานยนต์และไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมอีกหลายฉบับ ต่อด้วยธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ

ปัจจุบัน GPI แบ่งโครงสร้างการดำเนินธุรกิจหลักเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2.กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ และ 3.กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ โดยถือเป็นผู้นำการสร้างสรรค์สื่อนวัตกรรม
ยานยนต์และการจัดกิจกรรมครบวงจรที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้จัดงานแสดง Bangkok International Motor Show ที่มีความยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ผู้นำการสร้างสรรค์สื่อนวัตกรรมยานยนต์และการจัดกิจกรรมครบวงจร กล่าวว่า สำหรับกลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดนั้น สร้างรายได้หลักให้แก่บริษัทฯ ประมาณ 83% ของรายได้จากการขายและบริการในปี 2559 โดยในส่วนการจัดงานแสดงสินค้านั้น ปัจจุบันมีการจัดงานแสดงยานยนต์ที่สำคัญ 2 งานต่อปี (ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ของทุกปี) ได้แก่ 1.การจัดงาน Bangkok International Motor Show ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ รถต้นแบบ ยนตรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ ที่มีผู้เข้าชมกว่า 1.6 ล้านคนต่อปี และเป็นหนึ่งในงานแสดงยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญงานหนึ่งของโลก รวมถึงเป็นงานมหกรรมยานยนต์เพียงงานเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองการจัดงานจากสมาคม OICA และ 2.การจัดงาน Bangkok Used Car Show ซึ่งเป็นงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์หรูมือสองและรถยนต์มือสองคุณภาพดี

ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เป็นของบริษัทฯ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตามความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจสู่การรับจัดแข่งขันเครื่องบินภายใต้ชื่อ ‘Air Race 1’ ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยที่จะขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยเป็นการแข่งขันเครื่องบินครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีเครื่องบินระดับโลกเข้าแข่งขัน พร้อมทั้งได้วางกลยุทธ์ขยายการจัดงานแสดงยานยนต์ในต่างประเทศ เช่น ภูมิภาคอาเซียน และยังได้ขยายการจัดงานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาได้ริเริ่มจัดงานมหกรรมอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นงานแสดงของใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ และเตรียมจัดงานขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้ นอกจากนี้ จะรุกจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย

ขณะที่กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของรายได้จากการขายและบริการในปี 2559 ซึ่งมาจากการผลิตและจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับยานยนต์ นิตยสารเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และได้รุกเข้าสู่ธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ อาทิ นิตยสารในรูปแบบดิจิทัล สื่ออินเทอร์เน็ต (Website) และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น www.grandprix.co.th ส่วนกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 7% ของรายได้จากการขายและบริการในปี 2559 ซึ่งมาจากการรับจ้างผลิตและจัดส่งสิ่งพิมพ์ต่างๆ อาทิ หนังสือ นิตยสาร วารสาร แค็ตตาล็อก ฯลฯ โดยบริษัทฯ มีนโยบายที่จะซื้อเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่เพื่อขยายงานพิมพ์ได้อย่างหลากหลาย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GPI กล่าวว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 2560) บริษัทฯ มีรายได้รวม 677.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 666.61 ล้านบาท ซึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่มีกำไรสุทธิ 158.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 142.10 ล้านบาท เนื่องจากบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง

“เรามีเป้าหมายจะเป็นผู้นำการสร้างนวัตกรรมในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความบันเทิงและการจัดกิจกรรมอย่างครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และไลฟ์สไตล์ โดยมีความมั่นใจในศักยภาพของบริษัทฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจสื่อและการจัดงานแสดงยานยนต์ ถึงแม้ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น แต่บริษัทฯ ไม่หยุดนิ่งที่จะหาโอกาสใหม่ๆ โดยนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต” ดร.ปราจิน กล่าว

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ three = 9

Recent Posts

Facebook

PR News