103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา พา “เจ มาร์ท-เจ เวนเจอร์ส” ผลิตหุ่นยนต์เชื่อมโลก Robotics และ AI

posted by  640 views

jaymart

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าใกล้คนเข้าไปทุกที จนกลายเป็นเรื่องง่าย และเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะนวัตกรรมด้าน IoT รวมทั้ง Cloud ถูกนำไปใช้ในหลายธุรกิจ ทั้งค้าปลีก ธุรกิจการเงิน รวมทั้งแวดวงการศึกษา

กลุ่มบริษัทฯ เจ มาร์ท บริษัทโฮลดิ้งค้าปลีกและการเงินเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มเข้าสู่โลกของ Robotics และ AI ทุกทีตามแนวโน้มอุตสาหกรรมของโลกที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง ภายใต้การขับเคลื่อนของการปรับระบบดำเนินงาน ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT กลมกลืนไปกับความต้องการของผู้บริโภค และในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

ถึงวันนี้ อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กำลังจะพาเจ มาร์ท และบริษัทในเครืออย่างเจ เวนเจอร์ส ก้าวไปสู่โลกเทคโนโลยีอย่างเต็มตัวสะท้อนการเดินหน้าในภาคธุรกิจอีก 1 สเต็ปของเจ มาร์ท นับจากนี้ไป

J mart (5)

เจ มาร์ท ได้จับมือเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ UBTECH Robotics ผู้ผลิตและออกแบบนวตกรรมหุ่นยนต์ AI และ Humanoid Robot ระดับแนวหน้าของโลกจากประเทศจีน, บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด  ผู้นำด้านการผลิตเอกสารป้องกันการปลอมแปลงขั้นสูง และสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (Institute of Field Robotics: FIBO) หรือ ฟีโบ้

เพื่อพัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ป้อนภาคธุรกิจ หน่วยงานการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม หรือในชีวิตประจำวันภายในบ้าน และยังยกระดับเชื่อมไปยังนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ร่วมกับภาครัฐ กับคลัสเตอร์หุ่นยนต์ ที่อนุมัติโดยดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้มีการจัดตั้งคลัสเตอร์ หุ่นยนต์เพื่อการผลิต และหุ่นยนต์สำหรับภาคบริการขึ้นมา ซึ่งถือเป็น 1 ใน S-curve ของประเทศ ที่จะรองรับดีมานด์ในอนาคต

J mart (4)

ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การสร้างพันธมิตรในวันนี้ทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจจากกลุ่มเจ มาร์ท เจ เวนเจอร์ส UBTECH Robotics จากจีนที่เป็นลีดเดอร์ด้าน AI Service ด้าน Robotics ที่ทั้งสมาร์ทและมีความชำนาญอย่างสูงด้านไอที รวมทั้งเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงจากจันวาณิชย์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของประเทศ

“การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลใน 5 ปีข้างหน้า สำหรับการลงทุนด้านหุ่นยนต์ที่จะเกิดขึ้น เป็นนโยบายรัฐบาลที่จะสนับสนุนการเกิดขึ้นของคลัสเตอร์หุ่นยนต์ในอนาคต กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สถาบันไทย-เยอรมัน จัดตั้งความร่วมมือที่ประกอบด้วยภาคการศึกษา 15 แห่ง เข้ามาเป็นเครือข่ายเพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนในด้านนี้”

J mart (3)

ผ่าแนวคิด เจ มาร์ท

การที่เจ มาร์ท มองเห็นถึงแนวโน้มการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เหมือนกับมองเห็นแนวโน้มการใช้มือถือ จนต้องเปิดร้านเจ มาร์ท ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน ขายเพียงแค่ 2 แสนเครื่อง แต่ปัจจุบันขายได้มากกว่า 20 ล้านเครื่องของทั้งอุตสาหกรรม

“โมเดลของเจ มาร์ท เมื่อก่อนขายมือถือ แต่ตอนนี้จะขายโรบอท จะเกิดขึ้นได้ยังไง ความจริงแล้วพื้นฐานตรงนี้ ด้วยความเชื่อว่า เทคโนโลยีจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเริ่มขายโทรศัพท์มือถือ ราคาก็แพง ซิมให้ใช้ก็ยังน้อย แต่มันเป็นเทรนด์เดียวกัน ถ้าย้อนกลับไป 30 กว่าปีที่แล้ว ผมทำงานอยู่ที่บริษัทไฟฟ้าฟิลิปส์ ขายทีวีสีฟิลิปส์ ตอนนั้นไฟฟ้าเข้าตรงไหน ทีวีต้องไปตรงนั้น”

“นั่นคือจุดเริ่มแรก เราก็เห็นการพัฒนา พอมาเป็นมือถือ สัญญาณเกิดขึ้นที่ไหน มือถือก็เกิดขึ้นได้ มาถึงวันนี้ ผมเชื่อว่า เทคโน จะเป็นตัวที่แข่งกัน แล้วใครสามารถนำเทคโนโลยี ที่สามารถ deliver benefits ได้ดีที่สุด มันก็จะเป็นสินค้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ผมเชื่อในเทคโนโลยี เหมือนเมื่อตอนขายมือถือ และเชื่อว่าเทคโนโลยีจะสามารถผลิตสินค้า ตั้งแต่ B2B B2C รีเทล ธุรกิจบริการ ร้านอาหาร โรงพยาบาล โชว์รูมรถยนต์ โรงภาพยนต์ จนถึงระดับนำมาใช้ภายในบ้าน ระดับใช้สถาบันการศึกษา เชื่อว่าการพัฒนาธุรกิจตรงนี้ควรจะต้องเริ่มแล้ว” คุณอดิศักดิ์ กล่าว

การเคลื่อนตัวครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าของเจ มาร์ท อีกครั้งหนึ่ง

232932

“เป็นการวางทิศทางของธุรกิจในอนาคตว่า ถ้าเราเข้ามาในธุรกิจ Robot และ AI แล้ว เราก็น่าจะมาสร้างธุรกิจใหม่ ที่เราเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอนาคตอันใกล้ ตอนนี้เรากำลังพัฒนาภาษาไทย พูดโต้ตอบเป็นภาษาไทย จากนั้นเราก็คงนำมาจำหน่ายได้ เป็นการพัฒนาเพื่อขาย”

“ที่เราสนใจอีกตลาดหนึ่งก็คือ Education ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่กว้างมาก ตลาดจะใหญ่มาก แต่การพัฒนาอย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 ปี หรืออาจจะเร็วกว่านี้ ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของ benefits ของตัว Robot แล้วก็เรื่องของราคาจำหน่าย ที่จะเป็นตัวผลักดันให้คนจำเป็นต้องใช้มัน ตลาด B2B ราคาก็จะแป็นหลักล้านบาท B2C ประมาณ 3-4 หมื่นบาท ส่วนตลาด Education จะต่ำกว่าหมื่นบาท ภาพโดยรวมจะเป็นประมาณนี้ ซึ่งเราจะวางสินค้าทั้ง 3 รูปแบบ ยอดขายในปีแรกคาดว่ามีประมาณ 1 หมื่นตัว และ 5 ปีต่อจากนี้ก็จะเฉลี่ยปีละ 1-3 แสนตัว แต่ต้องพัฒนาภาษาก่อน ตอนนี้มันพูดภาษาจีนอยู่”

การสร้างหุ่นยนต์ของเจ มาร์ท ส่วนหนึ่งเพื่อทดแทนแรงงานคนในองค์กร ลดต้นทุนเรื่องคน แต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด  ขึ้นอยู่ว่าเราจะนำมาใช้งานในส่วนไหน แต่ที่เตรียมการไว้แล้วคือ การใช้หุ่นยนต์ในหน้าร้านของเจมาร์ท หรือร้านค้าพันธมิตรภายในกลุ่ม ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงต้นปี 2562 โดยเจ มาร์ท เป็นตัวแทนจำหน่ายหลักในประเทศไทย

คุณอดิศักดิ์กล่าวว่า ยังคงเดินหน้าขยายสาขาทั้งในส่วนเจ มาร์ท รวมทั้ง เจ คาเมร่า ออกไปอีก จากปัจจุบัน 206 สาขา โดยจะเปิดอีก 10 สาขาในช่วงปีนี้ เน้นเปิดตามห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก

J mart (2)

เจ เวนเจอร์ส ทัพหน้าเรื่อง Tech

ขณะที่บริษัทแม่อย่างเจ มาร์ท ทำหน้าที่เป็นหน้าบ้านในการขายสินค้า เจ เวนเจอร์ส ก็จะเป็นบริษัทในเครือเจ มาร์ท กรุ๊ป ที่มีบทบาทสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาสู่กลุ่ม อนาคตเทคโนโลยีจะพัฒนาตรงไหน เจ เวนเจอร์ส  ก็จะตามนำเอาเทคโนโลยีนั้นทั้งเรื่องของ Robot Big Data หรือ Machin Learning เข้ามาพัฒนาศักยภาพในเครือข่าย

“เจ เวนเจอร์ส จะหน้าที่หลักนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกลุ่มเจ มาร์ท ให้ก้าวกระโดดต่อไป ในเจฟินคอยท์ เราเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามา เพื่อให้มันก้าวกระโดดในเรื่องฟินเทค ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่จะเอามุมมองเรื่องเทคโนโลยี อีกด้านหนึ่ง เอา IoT เอา Sensor เข้ามาทั้งในเรื่องรีเทล เรื่องโมบาย เจ เวนเจอร์ส เป็นบริษัทที่เกิดขึ้นมา เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้กับกลุ่มเจ มาร์ท” คุณธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส กล่าว

“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นนโยบายระดับโลก วันนี้เป็นพาร์ทเนอรจับมือทำการศึกษาร่วมกัน วันข้างหน้าก็จะมีการ Joint venture ด้วยกัน ตอนนี้เรากำลังวางกลไกให้ AI เกิดการเรียนรู้จากข้อมูลที่เรามีอยู่ และเราจะเริ่มเก็บข้อมูลที่มันเรียนรู้ตอนนี้ความฉลาดอยู่ในระดับหนึ่ง เช่น เต้นได้ สวัสดีได้ แต่ถ้าเราใส่โปรแกรมเข้าไปให้เรียนรู้ มันก็จะฉลาดขึ้น”

232943

“ถ้าเป็นสมัยก่อนหุ่นยนต์จะฉลาดที่ตัวของมันเอง เช่น ฮอนด้า อาซิโม่ ราคาตัวละเป็นร้อยล้าน แต่ทุกวันนี้ความฉลาดของมันไปอยู่ที่ Cloud หมดแล้ว ตัวเล็กที่เห็นคือเราใส่ซิม แต่ถ้าเป็นโปรแกรมหรือข้อมูลจะไปอยู่บน Cloud หมด เช่น ของกูเกิล ไลน์ หรือเฟสบุค ข้อมูลจะอยู่ที่ Cloud แต่คำตอบคือ เราจะใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ได้ยังไง” คุณธนวัฒน์กล่าว

CEO ของ เจ เวนเจอร์ส กล่าวอีกว่า ครั้งนี้เป็นความร่วมมือนำจุดเด่นของแต่ละฝ่ายมาร่วงมลงมือกัน เช่น FIBO สร้างหุ่นยนต์ได้ แต่ UBTECH ก็สามารถทำได้ แต่เป็น mass กว่า ทำหุ่นในราคาตัวเล็ก ซื้อได้ ส่วนจันวาณิชย์เชี่ยวชาญเทคโนโลยีจดจำใบหน้า ทำพาสปอร์ต ซึ่งมีเทคนิคอยู่แล้ว ด้านเจ มาร์ท เป็นวีซีที่ดี

“ขณะนี้หุ่นยนต์ยังอยู่ที่เมืองจีน ถ้านำเอามาเมืองไทย จินตนาการว่าถ้าเราขายสักแสนตัว ในแสนบ้านมันจะเป็นแสน pattern ประเทศไทยมีคำว่า สวัสดี สัก 200 pattern ถ้าเราไม่ขายออกไปมันก็จะไม่เรียนรู้ถ้าขายคำว่าสวัสดีออกไป มันก็จะเกิดการเรียนรู้จากกลไก Machine learning ตอนนี้เป็นเรื่องของการศึกษา ทำความเข้าใจ ถ้ามันเป็นไปได้ สุดท้ายต้องมีหน่วยงานในการจัดการ”

“เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีในประเทศไทย ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ Platform การเก็บดาต้า ทุกวันนี้ดาต้าของเราไปอยู่กับใครสักคน กระจายไปอยู่กับ facebook Google Alibaba กันหมด เรายังไม่ได้มีการ protect มาร์ค ซัคเคอเบิก แจ็ค หม่า รู้จักคนไทยดีกว่าคนไทยด้วยกันเอง ตอนนี้เราอยากให้มีบริษัทคนไทย เริ่มเก็บ Platform Data เอาไว้ เพราะถ้าวันหนึ่งเราต้องต่อสู้กับบริษัทข้ามชาติ อย่างน้อยเราก็มีจะมี Data เก็บอยู่ใน Platform กัน”

232934

“โดยเทคโนโลยี เรารู้ว่า Cloud IoT Big Data มาในแง่หุ่นยนต์มันเป็น Internet of things เป็นเรื่องของ Sensor โดย Internet หุ่นยนต์จะเห็นอย่างที่เราเห็น แต่ฉลาดกว่าเพราะจดจำด้วย Sensor ข้างหน้าจะเป็น Sensor ข้างหลังจะเป็น Cloud หรือคือมันสมอง ในมุมมองของเจ เวนเจอร์ส ไม่อยากจะเป็นเจ้าของดาต้าตรงนี้ แต่เราจะศึกษา เราจะ Analyst ดูว่าคืออะไร จากนั้นก็วางแผนแล้วจึงนำไปใช้ ตอนนี้มันเหมือนเป็น Kiosk แต่สักวันหนึ่งมันจะฉลาดขึ้น เพราะเรียนรู้จากพฤติกรรม ปีหน้าเราจะเริ่มนำเข้ามา โปรแกรม แล้วก็เริ่มทำการศึกษามัน เป็นการนำร่อง โครงการนี้เมื่อเซ็นสัญญาก็จะจับมือร่วมกันทำงาน”

ผู้บริหารเจ เวนเจอร์ส มองว่า เมื่อหุ่นยนต์ชาญฉลาดขึ้น คนก็อยากซื้อ ตอนนี้หุ่นยนต์เป็นเพียงแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่ง เจ มาร์ท มีขายของอยู่แล้ว แต่มันยังไม่เกิดประโยชน์ ขายตอนนี้ก็ยังไม่มีคนซื้อ เหมือนกับโทรศํพท์ ทุกวันนี้ราคา 3-4 หมื่นบาท ในความเป็นจริงการใช้โทรศัพท์ไม่มาก แต่เราใช้ฟังก์ชั่นอย่างอื่นที่อยู่ในโทรศัพท์เยอะมาก

“ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อนพ่อแม่จะถามเราว่า จะซื้อโทรศัพท์ทำไม ในเมื่อที่บ้านก็มีโทรศัพท์ ที่บ้านก็ใช้ได้ วันนี้เราใช้อย่างอื่นในโทรศัพท์กัน เพราะโทรศัพท์มี ios แต่ในหุ่นยนต์จะมี ros (Robot Operating System) วันข้างหน้าให้หุ่นยนต์พัฒนาให้ และเมื่อถึงวันนั้นเราจะเข้าใจว่า จะซื้อมาทำไม วันนี้จะเป็นความร่วมมือพัฒนา ทั้งในเรื่องมันสมองกลและหุ่นยนต์ไปควบคู่กันไป เจ มาร์ท จะทดลองนำมาตั้งเพื่อให้เกิดเรียนรู้ พัฒนา เมื่อไปถึงจุด Commercial  ได้ คนจะเห็นประโยชน์ต่อมันแล้วคนจะซื้อเอง”

“หุ่นยนต์ก็คือกล้อง แต่เป็นกล้องที่เดินได้ ตอนนี้น่าจะเป็นยุคของหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์จะทำงานเหมือนโทรศัพท์มากขึ้นทุกอย่าง เราจะสั่งให้โทร ให้ร้องเพลง ถ่ายรูป อ่านหนังสือก็ได้ เหมือนกับยุคก่อนที่เรานึกไม่ออกว่า ผู้คนจะซื้อโทรศัพท์มือถือไปทำไม” คุณคุณธนวัฒน์ กล่าว

J mart (1)

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้ง FIBO กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือกับ UBTECH ในครั้งนี้  FIBO จะให้การสนับสนุนด้านเทคนิคการผลิตหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์  ทดสอบความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ นำหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ให้เกิดผลอย่างแท้จริง

“FIBO ให้ความสำคัญและศึกษาเรื่องนี้มานาน สถาบันฯ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสังคมยุคดิจิทัลที่เริ่มต้นได้สักระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Robotics และ AI อย่างแท้จริงในอนาคต จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ยิ่งได้ผู้นำหลักภาคเอกชน ที่ให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่างเจมาร์ทและจันวาณิชย์ ถือเป็นโอกาสะขับเคลื่อนทุกภาคส่วน ให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในประเทศให้ทัดเทียมต่างประเทศ”

FIBO ผนึก เจมาร์ท - จันวาณิชย์ ร่วมลงนาม MOU กับ UBTECH

คุณธนพล กองบุญมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า จันวาณิชย์ เชี่ยวชาญด้านการผลิตเอกสารป้องกันการปลอมแปลงขั้นสูง เอกสารทางการเงิน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นเทคโนโลยีในระบบSecurity ซึ่งให้ความสำคัญรวมทั้งศึกษาเรื่องเทคโนโลยีนี้มาสักระยะแล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ User Experience การเป็นพันธมิตรเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจในการพัฒนา Robotics และ AI ให้ทำงานแทนระบบต่างๆ และก้าวต่อไป คือการสร้างหุ่นยนต์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยรวมถึงประชาชน จะเริ่มให้ความสำคัญ และปรับตัวรับโลกแห่งยุคดิจิทัลใหม่ในเร็ววันนี้

“UBTECH จะเป็น AI Platform เจมาร์ท ดูเรื่องการขาย เจ เวนเจอร์ส เป็นผู้ลงทุน ส่วนผมจะเป็นเทคโนโลยีด้านการจดจำใบหน้า เป็นการร่วมมือกันทำงาน ซึ่งต่อไปจะชัดเจนมากขึ้น”

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Ou-Kin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


1 + = eight

Recent Posts

Facebook