จับตาการเจาะตลาดมังกร เกมรุกในรอบ 10 ปี ของ ‘พาซาญ่า’

  • 42
  •  
  •  
  •  
  •  

หลังจากเงียบหายไปนาน ทาง ‘พาซาญ่า’ ได้กลับมามีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจอีกครั้ง กับการบุกตลาดจีน ภายใต้บริษัทร่วมทุน ‘พาซาญ่า ซีโนเปีย’ ซึ่งเป็นเพียงสเต็ปแรกของการเปิดเกมรุกในรอบ 10 ปี เพราะหลังจากนี้จะเร่งเครื่องให้มากขึ้น ทั้งแตกไลน์ธุรกิจ เปิดออนไลน์ ชอป และออก Sub Brand จับตลาดกลางลงล่าง เพื่อให้ปีนี้มีการเติบโตขึ้น 10% จากรายได้ปีที่ผ่านมา 1,000 ล้านบาท

“ที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ทำให้หลายปีที่ผ่านมาธุรกิจสิ่งทอตกอยู่ในช่วงขาลง เห็นได้จากโรงงานในธุรกิจนี้ทยอยปิดตัวไปนักต่อนัก เราเองก็เงียบ ๆ ไปหลายปี แต่ตอนนี้หลายอย่างสัญญาณดีขึ้น ทำให้เราเคลื่อนไหวอีกครั้ง” ชเล วุทธานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลอรี่ จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘พาซาญ่า’ กล่าว

pasaya_CSC06574

 

เจาะตลาดจีน เปิดแนวรุกรอบ 10 ปี

ความจริงแล้ว ทางพาซาญ่า ได้มีการส่งออกสินค้าในรูปแบบ B2B ไปในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส , ญี่ปุ่น และประเทศแถบอาเซียนเกือบทั้งหมด รวมถึงจีน ก็ได้เข้าไปทำตลาดมานานนับสิบปี

แต่ครั้งนี้จะเป็นการเปิดตลาดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ภายใต้การดำเนินการของ ‘บริษัท พาซาญ่า ซีโนเปีย’ ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลอรี่ จำกัด , บริษัท Doers Knowledge Management  (Thailand) , บริษัท GEP Spinning จำกัด และนักธุรกิจชาวไต้หวัน  หลิน อี่ หาว โดยจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบ B2C ด้วยระบบการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจเปิดชอปพาซาญ่า คาดว่า จะใช้ลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทต่อชอป

ส่วนทำเลที่จะเปิดชอปนั้น จะเน้นกระจายไปตามเมืองสำคัญในภูมิภาคต่าง ๆ ของจีน อาทิ กวางโจว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และฉงซิ่ง ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกคาดว่า จะมีการเปิดร้านแฟรนไชส์ประมาณ 5 แห่ง จากนั้นจะขยายไปเรื่อย ๆ

“ที่จีนมีคู่แข่งที่เป็นโลคอลใหญ่ ๆ อยู่ 3-4 ราย แต่เราได้เปรียบที่เรามีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี และมีโรงงานผลิตเอง ขณะที่คู่แข่งไม่มี ส่วนทำไมก่อนหน้านี้เราไม่กล้าทำ B2C ก็เพราะกลัวปัญหาลอกเลียนแบบ แต่ตอนนี้ปัญหานี้ลดลง เนื่องจากค่าแรงที่จีนสูงขึ้นกว่าไทยเกือบ 2 เท่าตัว และเราได้พาร์ทเนอร์ดี”

แม้จีนจะเป็นตลาดที่น่าสนใจทั้งกำลังซื้อและการบริโภคที่มีจำนวนมหาศาล แต่การบุกตลาดนี้ ชเล ยอมรับว่า หิน และโหดสุด ด้วยลักษณะเฉพาะบางอย่าง ขณะเดียวกันหากสามารถทำได้ จะขยายตลาดไปประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และทางพาซาญ่าเองก็คาดหวังจะเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยผลักดันสัดส่วนรายได้ด้านส่งออกจากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ให้เพิ่มขึ้นในอนาคต

pasaya_7M300759

เปิดเกมรุกในประเทศรอบด้าน

ขณะที่ตลาดในประเทศ ก็จะมีการขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตไปควบคู่กัน อย่างเช่น ธุรกิจในส่วนของ B2B การขายผ้าผืนเพื่อนำไปตกแต่งให้กับบริษัทต่าง ๆ ทั้ง โครงการบ้าน , อินทีเรีย , โรงแรม ฯลฯ ในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเปิดธุรกิจใหม่ Luxury Hotel Collection ชุดเครื่องนอนผ้าฝ้าย 100% ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ทางพาซาญ่าคิดค้นเอง คือ Cool Mercerization ทำให้เนื้อผ้ามีความเย็น และเงางามกว่าผ้าฝ้ายปกติ โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มลูกค้าโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป

ส่วนที่ 2 ธุรกิจ B2C การขายให้กับผู้บริโภค ซึ่งดำเนินการผ่าน 3 ช่องทาง นั่นคือ ‘ฝากขาย’ ตามศูนย์การค้าและโฮมโปร ที่ตอนนี้มีกว่า 100 จุดทั่วประเทศ , ‘สแตนอโลน’ หรือ ร้านของพาซาญ่าเอง ปัจจุบันมีอยู่ 7 แห่งทั้งประเทศ

ตามแผนที่วางไว้ เตรียมจะมีการเปิดสาขาใหม่ เน้นในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ที่รองรับ AEC อาทิ เชียงใหม่ อุดรธานี  ระยอง พัทยา เป็นต้น คาดว่า ในปี 2563 จะเห็นสาขาใหม่ประมาณ 5-6 สาขา

ขณะที่สาขาเดิม จะมีการลดขนาดสาขาลงจาก 100 ตร.ม. เหลือประมาณ 50-80 ตร.ม. พร้อมกับโฟกัสการเลือกสินค้ามาจำหน่ายในแต่ละสาขา ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนในย่านนั้น เพื่อช่วยลดคอร์สในการบริหารพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขายให้มากขึ้น

สุดท้าย ‘ช่องทางออนไลน์’ โดยในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการรีลอนช์เวบไซต์ pasaya.com ให้เป็น online shop สำหรับรองรับการซื้อขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ตามเทรนด์ของโลกและผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

“ตอนนี้โลกเปลี่ยนไป ออฟไลน์ ออนไลน์ต้องไปด้วยกัน ยิ่งคนจีนด้วยแล้วซื้อออนไลน์เป็นหลัก เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของพาซาญ่าที่ต้องทำตรงนี้ให้เวิร์ค” รติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด

pasaya_CSC06354

ตั้งเป้าปีนี้โต 10% หลังรายได้ไม่ขยับมาหลายปี

อย่างไรก็ตาม สิ่งทอ เป็นธุรกิจที่มีสินค้าเหมือน ๆ กัน ซึ่งราคา ถือเป็นจุดแข่งขันหลักและเป็นจุดตัดสินใจสำคัญในการซื้อ ยิ่งในภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวเช่นนี้ด้วยแล้ว ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคายิ่งขึ้น

ดังนั้น ทางพาซาญ่าเอง จึงได้ออกSub brand ในชื่อว่า Amore by PAZAYA สำหรับตลาดที่เน้นเรื่องราคาเป็นหลัก โดยราคาสินค้าจะถูกกว่าแบรนด์หลักอย่างพาซาญ่ามากกว่า 50% ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และมีแผนจะขยายจุดวางจำหน่ายเพิ่มเติม

การรุกหนักในรอบ 10 ปีครั้งนี้ ทางผู้บริหารพาซาญ่า คาดว่า จะทำให้รายได้ในปีนี้ เติบโต 10% หลังจากที่ผ่านมาหลายปีรายได้ของพาซาญ่าอยู่ในระดับ 1,000 ล้านบาทแบบไม่มีการเติบโต

 


  • 42
  •  
  •  
  •  
  •