103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ 1 comment

จับตาการเจาะตลาดมังกร เกมรุกในรอบ 10 ปี ของ ‘พาซาญ่า’

posted by  499 views

หลังจากเงียบหายไปนาน ทาง ‘พาซาญ่า’ ได้กลับมามีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจอีกครั้ง กับการบุกตลาดจีน ภายใต้บริษัทร่วมทุน ‘พาซาญ่า ซีโนเปีย’ ซึ่งเป็นเพียงสเต็ปแรกของการเปิดเกมรุกในรอบ 10 ปี เพราะหลังจากนี้จะเร่งเครื่องให้มากขึ้น ทั้งแตกไลน์ธุรกิจ เปิดออนไลน์ ชอป และออก Sub Brand จับตลาดกลางลงล่าง เพื่อให้ปีนี้มีการเติบโตขึ้น 10% จากรายได้ปีที่ผ่านมา 1,000 ล้านบาท

“ที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ทำให้หลายปีที่ผ่านมาธุรกิจสิ่งทอตกอยู่ในช่วงขาลง เห็นได้จากโรงงานในธุรกิจนี้ทยอยปิดตัวไปนักต่อนัก เราเองก็เงียบ ๆ ไปหลายปี แต่ตอนนี้หลายอย่างสัญญาณดีขึ้น ทำให้เราเคลื่อนไหวอีกครั้ง” ชเล วุทธานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลอรี่ จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘พาซาญ่า’ กล่าว

pasaya_CSC06574

 

เจาะตลาดจีน เปิดแนวรุกรอบ 10 ปี

ความจริงแล้ว ทางพาซาญ่า ได้มีการส่งออกสินค้าในรูปแบบ B2B ไปในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส , ญี่ปุ่น และประเทศแถบอาเซียนเกือบทั้งหมด รวมถึงจีน ก็ได้เข้าไปทำตลาดมานานนับสิบปี

แต่ครั้งนี้จะเป็นการเปิดตลาดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ภายใต้การดำเนินการของ ‘บริษัท พาซาญ่า ซีโนเปีย’ ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลอรี่ จำกัด , บริษัท Doers Knowledge Management  (Thailand) , บริษัท GEP Spinning จำกัด และนักธุรกิจชาวไต้หวัน  หลิน อี่ หาว โดยจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบ B2C ด้วยระบบการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจเปิดชอปพาซาญ่า คาดว่า จะใช้ลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทต่อชอป

ส่วนทำเลที่จะเปิดชอปนั้น จะเน้นกระจายไปตามเมืองสำคัญในภูมิภาคต่าง ๆ ของจีน อาทิ กวางโจว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และฉงซิ่ง ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกคาดว่า จะมีการเปิดร้านแฟรนไชส์ประมาณ 5 แห่ง จากนั้นจะขยายไปเรื่อย ๆ

“ที่จีนมีคู่แข่งที่เป็นโลคอลใหญ่ ๆ อยู่ 3-4 ราย แต่เราได้เปรียบที่เรามีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี และมีโรงงานผลิตเอง ขณะที่คู่แข่งไม่มี ส่วนทำไมก่อนหน้านี้เราไม่กล้าทำ B2C ก็เพราะกลัวปัญหาลอกเลียนแบบ แต่ตอนนี้ปัญหานี้ลดลง เนื่องจากค่าแรงที่จีนสูงขึ้นกว่าไทยเกือบ 2 เท่าตัว และเราได้พาร์ทเนอร์ดี”

แม้จีนจะเป็นตลาดที่น่าสนใจทั้งกำลังซื้อและการบริโภคที่มีจำนวนมหาศาล แต่การบุกตลาดนี้ ชเล ยอมรับว่า หิน และโหดสุด ด้วยลักษณะเฉพาะบางอย่าง ขณะเดียวกันหากสามารถทำได้ จะขยายตลาดไปประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และทางพาซาญ่าเองก็คาดหวังจะเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยผลักดันสัดส่วนรายได้ด้านส่งออกจากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ให้เพิ่มขึ้นในอนาคต

pasaya_7M300759

เปิดเกมรุกในประเทศรอบด้าน

ขณะที่ตลาดในประเทศ ก็จะมีการขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตไปควบคู่กัน อย่างเช่น ธุรกิจในส่วนของ B2B การขายผ้าผืนเพื่อนำไปตกแต่งให้กับบริษัทต่าง ๆ ทั้ง โครงการบ้าน , อินทีเรีย , โรงแรม ฯลฯ ในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเปิดธุรกิจใหม่ Luxury Hotel Collection ชุดเครื่องนอนผ้าฝ้าย 100% ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ทางพาซาญ่าคิดค้นเอง คือ Cool Mercerization ทำให้เนื้อผ้ามีความเย็น และเงางามกว่าผ้าฝ้ายปกติ โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มลูกค้าโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป

ส่วนที่ 2 ธุรกิจ B2C การขายให้กับผู้บริโภค ซึ่งดำเนินการผ่าน 3 ช่องทาง นั่นคือ ‘ฝากขาย’ ตามศูนย์การค้าและโฮมโปร ที่ตอนนี้มีกว่า 100 จุดทั่วประเทศ , ‘สแตนอโลน’ หรือ ร้านของพาซาญ่าเอง ปัจจุบันมีอยู่ 7 แห่งทั้งประเทศ

ตามแผนที่วางไว้ เตรียมจะมีการเปิดสาขาใหม่ เน้นในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ที่รองรับ AEC อาทิ เชียงใหม่ อุดรธานี  ระยอง พัทยา เป็นต้น คาดว่า ในปี 2563 จะเห็นสาขาใหม่ประมาณ 5-6 สาขา

ขณะที่สาขาเดิม จะมีการลดขนาดสาขาลงจาก 100 ตร.ม. เหลือประมาณ 50-80 ตร.ม. พร้อมกับโฟกัสการเลือกสินค้ามาจำหน่ายในแต่ละสาขา ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนในย่านนั้น เพื่อช่วยลดคอร์สในการบริหารพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขายให้มากขึ้น

สุดท้าย ‘ช่องทางออนไลน์’ โดยในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการรีลอนช์เวบไซต์ pasaya.com ให้เป็น online shop สำหรับรองรับการซื้อขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ตามเทรนด์ของโลกและผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

“ตอนนี้โลกเปลี่ยนไป ออฟไลน์ ออนไลน์ต้องไปด้วยกัน ยิ่งคนจีนด้วยแล้วซื้อออนไลน์เป็นหลัก เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของพาซาญ่าที่ต้องทำตรงนี้ให้เวิร์ค” รติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด

pasaya_CSC06354

ตั้งเป้าปีนี้โต 10% หลังรายได้ไม่ขยับมาหลายปี

อย่างไรก็ตาม สิ่งทอ เป็นธุรกิจที่มีสินค้าเหมือน ๆ กัน ซึ่งราคา ถือเป็นจุดแข่งขันหลักและเป็นจุดตัดสินใจสำคัญในการซื้อ ยิ่งในภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวเช่นนี้ด้วยแล้ว ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคายิ่งขึ้น

ดังนั้น ทางพาซาญ่าเอง จึงได้ออกSub brand ในชื่อว่า Amore by PAZAYA สำหรับตลาดที่เน้นเรื่องราคาเป็นหลัก โดยราคาสินค้าจะถูกกว่าแบรนด์หลักอย่างพาซาญ่ามากกว่า 50% ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และมีแผนจะขยายจุดวางจำหน่ายเพิ่มเติม

การรุกหนักในรอบ 10 ปีครั้งนี้ ทางผู้บริหารพาซาญ่า คาดว่า จะทำให้รายได้ในปีนี้ เติบโต 10% หลังจากที่ผ่านมาหลายปีรายได้ของพาซาญ่าอยู่ในระดับ 1,000 ล้านบาทแบบไม่มีการเติบโต

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Lupang

FB Comments

Related Posts

1 Comment

  • I like your product very much, i can sense through quality by touching everytime i used your product!

Leave a Reply


2 + = seven

Recent Posts

Facebook