
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นหลายแบรนด์พยายามหยิบ “ความเป็นไทย” มาเล่าใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น แต่สิ่งที่ท้าทายเสมอ คือจะทำอย่างไรไม่ให้มันดูเป็นแค่การใส่ลายไทยลงบนแพ็กเกจแล้วจบ
ล่าสุด Punthai Coffee เลือกใช้กาแฟเป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องท้องถิ่นอีกครั้ง ผ่านแคมเปญ “Taste of Nan” ไทยริกาโนซีรีส์ใหม่ที่หยิบเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากจังหวัดน่านมาต่อยอดในคอนเซปต์ “Thai Craft” พร้อมดึง Pomme Chan มาช่วยตีความเสน่ห์ของเมืองน่านผ่านลายเส้นที่มีทั้งความละมุน สีสัน และกลิ่นอายร่วมสมัย

สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้น่าสนใจ คือวิธีที่แบรนด์พยายามเปลี่ยน “แก้วกาแฟ” ให้กลายเป็นเหมือนงานสะสมชิ้นหนึ่ง โดยเฉพาะลวดลายที่ Pomme Chan ออกแบบ หยิบทั้งธรรมชาติ ภูเขา วิถีชุมชน คนเก็บกาแฟ ไปจนถึงภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” จากวัดภูมินทร์ มาเล่าใหม่ผ่านคาแรกเตอร์ร่วมสมัยอย่าง “สกาย” และ “นานิ” ที่ช่วยให้วัฒนธรรมท้องถิ่นดูเข้าถึงง่ายขึ้น และมีความป๊อปมากขึ้นในแบบที่คนรุ่นใหม่รู้สึกเชื่อมโยงได้ทันที
และอีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการที่แบรนด์นำเสนอ “ที่มา” ของกาแฟด้วย ผ่าน Storytelling ตั้งแต่เรื่องแหล่งปลูกในจังหวัดน่าน วิธีการ Blend เมล็ดจาก 2 Process การคั่วแยกโปรไฟล์ ไปจนถึงการเล่าถึงชุมชนและเกษตรกรเบื้องหลัง ทุกอย่างถูกนำมาร้อยเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้กาแฟแก้วนี้มีมูลค่าทางอารมณ์มากกว่าเครื่องดื่มทั่วไป

และแน่นอนว่า เมื่อโลกของกาแฟวันนี้ไปไกลกว่าเรื่องของรสชาติ พันธุ์ไทย จึงเริ่มเติมเกม Lifestyle เข้าไปต่อทันที ด้วยการออกคอลเลกชันทัมเบลอร์ “Naan Series” ลายพิเศษจาก Pomme Chan ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็น Merchandise และเป็น Social Item ในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่พันธุ์ไทยกำลังทำโดยเฉพาะการขายกาแฟพรีเมียม พร้อมกับการพยายามสร้าง ‘Soft Power เวอร์ชันดื่มได้’ให้กับแบรนด์ตัวเอง เพราะผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้เลือกแบรนด์จากรสชาติอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เลือกจากเรื่องราว ความรู้สึก และคุณค่าที่แบรนด์ยืนอยู่เบื้องหลัง การจับมือกับศิลปินอย่าง Pomme Chan จึงเกิดเป็นสตอรี่ที่สวยงาม พร้อมกับดีไซน์ให้แบรนด์มีภาษาทางวัฒนธรรมที่ชัดขึ้น มากไปกว่านั้นช่วยให้ “กาแฟไทย” ถูกเล่าในแบบที่ contemporary มากพอจะอยู่ทั้งในมือคนดื่ม และบนฟีดโซเชียลของคนรุ่นใหม่ได้พร้อมกัน.

