SC Asset เปิดแผนพัฒนาบ้านแนวราบ ลุยโปรเจ็กต์ใหม่สู่เป้า #แบรนด์บ้านเดี่ยว No.1 ด้วย 3 กลยุทธ์จัดหนักแบบ Fully-Loaded

  • 364
  •  
  •  
  •  
  •  

ยุคนี้เป็นอีกหนึ่งยุคที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เกิดกระแสและเทรนด์หลายๆ อย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะกระแสการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนไปถึงเทรนด์คนโสดที่มากขึ้น ความนิยมในการอาศัยในบ้านหลังเล็กๆ มากกว่าอยู่เป็นครอบครัวใหญ่เหมือนสมัยก่อน

ความนิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้ SC Asset ผุดไอเดียเก๋ๆ รับความต้องการของผู้พักอาศัยในยุคนี้ได้น่าสนใจ ใครจะคิดว่าจู่ๆ จะมีคนสร้างโปรเจ็กต์บ้านสำหรับคนโสดขึ้นมา และใส่ใจบ้านสร้างคลังสมองและชีพจรบ้านขึ้นมา เพื่อให้ดูแลเราได้ไม่ใช่เราต้องเป็นฝ่ายดูแลบ้านอย่างเดียว

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SC Asset ได้พูดถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 2564-2565) ซึ่งมีโปรเจ็กต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย หลายคนพูดว่า SC Asset คลอดโปรเจ็กต์สวนทางกับภาวะตลาด แต่ไม่ใช่เลย เพราะคุณณัฐพงศ์ ยืนยันว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายแนวราบสูงสุดที่ 14,757 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 37% เทียบปีต่อปี ซึ่งในภาพรวม SC Asset มียอดขายทั้งหมดทำสถิติใหม่ที่ 16,602 ล้านบาท ถือว่าเป็น pre-sale สูงที่สุดในรอบการทำธุรกิจของ SC Asset

ที่สำคัญ SC Asset กลายมาเป็นแบรนด์บ้านเดี่ยวที่มี market share อันดับ 1 ของบ้านที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งตำแหน่งนี้ในภาวะตลาดแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

กลยุทธ์ SC Asset แบบ Fully-Loaded เพื่อเป้าหมาย #No.1

 

อย่างที่เกริ่นไปว่า ดีมานด์ความต้องการบ้านเดี่ยวกับภาวะตลาดสำหรับ SC Asset คือสวนทางกันคนละทิศละทาง ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะเห็น SC Asset ปักหมุดตั้งเป้าใหม่สำหรับปีนี้ ต้องการจะขึ้นเป็น #บ้านเดี่ยวอันดับ 1 ในตลาดไทย ซึ่งการเดินทางระหว่างนี้สู่เป้าหมายใหม่ มีอะไรน่าสนใจบ้าง แล้ว SC Asset ใช้กลยุทธ์แบบไหน เราจะหยิบมาเล่าให้ฟัง

คุณณัฐพงศ์ ได้พูดถึง vision หลักๆ ของปี 2564-2565 เพื่อไต่สู่เป้าหมายที่ว่านั้น หลักๆ ก็คือ worry-free homes – บ้านต้องดูแลคน – เป็นบ้านที่ดี (ทันสมัย) เพื่อ mission คือ “สร้างเช้าที่ดีให้ลูกค้าทุกคน” ซึ่งทิศทางธุรกิจใหม่จะเน้นไปที่กลยุทธ์แบบ Fully-Loaded จะโฟกัสที่ความพร้อมหลักๆ 3 ด้านด้วยกัน

 

ที่ดินพร้อม

 

หมายถึง SC Asset เตรียมงบประมาณสำหรับช่วง 2 ปีนี้ ราวๆ 25,000 ล้านบาท เพื่อโอนที่ดินกว่า 30 แปลง ซึ่งเป็นแผนไอเดียเพื่อต่อยอดโปรเจ็กต์ใหม่ต่างๆ พูดได้ว่า เป็นการรุกพัฒนาแบบจัดหนักจัดเต็มมาก เพราะว่า 30 แปลงที่ว่ามานี้ ครอบคลุมทุกระดับราคาทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

สภาพคล่องพร้อม

 

ความพร้อมด้านนี้ SC Asset หมายถึง สภาพคล่องของกระแสเงินสดที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและวงเงินพร้อมเบิกมากกว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนระดับหนี้ก็ลดลงอยู่ในระดับต่ำมากๆ เหลือ D/E 1.38 จาก D/E 1.58 ในปี 2562

 

สินค้าพร้อม

 

ส่วนความพร้อมในด้านนี้ คือ สินค้า (โปรเจ็กต์, ดีไซน์, เทคโนโลยี ฯลฯ) หรือสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ซึ่งสำหรับ SC Asset ค่อนข้างโดดเด่น อย่างที่คุณณัฐพงศ์ พูดให้ฟังว่า ไอเดียของ SC Asset เน้นไปที่การพัฒนาสินค้าตามปรัชญาของแบรนด์ ‘For Good Mornings’ คือ สร้างทุกเช้าที่ดีให้ลูกค้าทุกคน ซึ่งโฟกัสไปที่ 3 เรื่องหลักๆ Design, Technology และ Living Solutions

ที่น่าสนใจคือ ไอเดียการดีไซน์บ้านที่ตอบโจทย์กลุ่มคนในยุคใหม่ ยุค New Normal ที่อะไรๆ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความต้องการที่มีหลากหลายมากขึ้น ซึ่ง SC Asset มีแนวคิดเรื่องบ้านแบบ ‘Homes For All’ พูดง่ายๆ คือ จะทำให้ความต้องการของคนหลายๆ gen ที่อยู่ด้วยกันแฮปปี้ได้อย่างไร โซลูชั่นอันดับแรกคือ ต้องเข้าใจธรรมชาติของแต่ละ gen ก่อนที่จะดีไซน์บ้านในแต่ละโครงการ

อย่างเช่น gen Z เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจของคนในบ้าน หรือจะเป็น gen Y จนถึง Baby Boomer ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวในบ้านมากขึ้น และแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน

พอฟัง vision ของ SC Asset แล้วเห็นชัดขึ้นว่า ทิศทางที่กำลังจะไปค่อนข้างใส่ใจกับผู้พักอาศัยที่มีความแตกต่างเรื่อง gen ที่สำคัญยังให้ความสำคัญกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจง อย่างเช่น ‘โครงการบ้าน SoU-21 และ บ้านคนโสด’ ที่โครงการเวนิว พระราม 9

อยากจะยกตัวอย่างไอเดีย ‘บ้านคนโสด’ เพราะค่อนข้างเรียกเสียงฮือฮาจากหลายๆ คนได้ ซึ่งไอเดียนี้มาจากอินไซต์ของ SC Asset ลูกค้ากว่า 30% ที่สนใจบ้านที่มีห้องหลายห้อง และห้องนอนไม่ใหญ่

คุณณัฐพงศ์ เล่าให้ฟังว่า ดีไซน์ของโปรเจ็กต์บ้านคนโสดนั้น จะเน้นที่ฟังก์ชั่นบ้านที่มีหลายๆ ห้องไม่ได้แบ่งสัดส่วนให้ห้องนอนมีขนาดใหญ่อีกต่อไปแล้ว เพราะว่ากลุ่มคนโสดเขาจะมีกิจกรรมทำเยอะ ชอบใช้เวลาไปกับการดูหนัง ฟังเพลง ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ดังนั้น SC Asset จะแบ่งสัดส่วนห้องให้มีมากขึ้นแม้ว่าไซส์บ้านจะเท่าเดิม

หรือจะเป็นดีไซน์บ้านที่เน้นฟังก์ชั่น ‘พื้นที่ประชุม – ห้องทำงาน’ สำหรับคนที่ใช้เวลาทำงานในบ้านมากกว่าข้างนอก ซึ่งก็คือ ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันนี้

ส่วนแนวคิด Technology For Good Mornings ของ SC Asset ตามคอนเซ็ปต์ให้บ้านเป็นคนดูแลเรา ซึ่ง SC Asset ได้พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองชื่อว่า ‘RueJai OS’ ก็เพื่อให้เหมาะสมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบ้านที่ SC Asset เป็นคนสร้างขึ้นมา ที่สำคัญต้องใช้งานง่าย คอยทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เราแบบเงียบๆ และจะออกมาช่วยเหลือหรือซัพพอทเราเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น

 

เทคโนโลยี RueJai ยกระดับชีวิตให้ง่ายขึ้น ให้บ้านดูแลเรา

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจจาก SC Asset ก็คือ เทคโนโลยี RueJai นี้แหละ เพราะว่าทิศทางปีนี้จะเน้นไปที่ 3 เรื่องใหญ่ด้วยกัน ก็คือ

สมองของบ้าน = เพื่อช่วยควบคุมการทำงานส่วนหลักๆ ของบ้านผ่าน RueJai Home Panel โดยจะใช้ระบบปฏิบัติการ RueJai OS เป็นการยกระดับบ้านของ SC Asset ให้เป็น สมาร์ทโฮมได้เลย

ชีพจรของบ้าน = เทคโนโลยีนี้ของ RueJai จะทำหน้าที่คล้ายๆ ระบบเซนเซอร์ของบ้าน ที่ช่วยตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ ภายในบ้าน เช่น กระแสไฟฟ้าลัดวงจร, ระดับก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์, ระดับคุณภาพของอากาศในบ้าน เป็นต้น

ปัญญาประดิษฐ์ = SC Asset ได้พัฒนาระบบ Speech AI-NLP (Natural Language Processing) และ AI บน Home OS ซึ่งจะช่วยสร้างระบบการเรียนรู้ และสามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยเป็นรายแรกในประเทศ ที่น่าสนใจคือ SC Asset ทำงานร่วมกับ super women 9 คน ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น (เพราะทักษะการฟังจะเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว) และร่วมมือพัฒนาระบบกับบริษัท วัลเคน โคอะลิชั่น จํากัด

แนวคิด Living Solution ตามสไตล์ SC Asset ในฐานะที่ SC เป็นผู้นำด้าน Living Solutions Provider ลูกบ้านทุกคนจะเป็นสมาชิก RueJai Club อัตโนมัติ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในบริการหลังการขายที่สมาร์ทอีกรูปแบบหนึ่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคุณณัฐพงศ์ พูดว่า RueJai Club จะช่วยเรื่องบ้าน จัดการให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ซึ่ง 3 บริการหลักๆ ที่ลูกบ้านนิยมใช้บริการ ก็คือ สุขาภิบาล, น้ำดื่มเดลิเวอรี่, แม่บ้านทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น

ที่จริงความพร้อมของอาณาจักร SC Asset ยังรวมไปถึง SC Able ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ช่วยดูแลเรื่องงานบริหารนิติบุคคลทั้งแบบบ้านและคอนโดฯ ทั้งหมด 28 โครงการ ซึ่งอย่างน้อยๆ SC Asset ก็โชว์ให้เห็นว่าในแต่ละโครงการมีสแตนดาร์ดในแง่ของการบริหารจัดการโครงการที่เหมือนกัน

สำหรับแผนเปิดโปรเจ็กต์ใหม่ของ SC Asset ในปีนี้มี 11 โครงการ (เป็นบ้าน 8 โครงการ, คอนโดฯ 3 โครงการ) ได้ตั้งเป้าชัดเจนว่ายอดขายจะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเราดูจากความพร้อมทั้งหมดที่ SC Asset เตรียมสแตนบายด์เอาไว้แล้ว เป้าหมายสู่แบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ 1 ในไทยก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม


  • 364
  •  
  •  
  •  
  •