จากผู้บุกเบิก Digital Wallet สู่การวางอนาคต PaymentTech เปิด 4 ยุทธศาสตร์ “ทรูมันนี่” ที่ทำให้ทุกเรื่องเงินง่ายขึ้น

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ประเทศไทยเดินทางมาไกลบนเส้นทางการเงินดิจิทัล ข้อมูลจาก Global Findex 2025 ของธนาคารโลกระบุว่า ผู้ใหญ่ไทยกว่า 92% มีบัญชีทางการเงิน  นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน

ขณะเดียวกัน การชำระเงินดิจิทัลก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง เฉพาะเดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยมีธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์มากกว่า 2.35 พันล้านรายการ หรือเฉลี่ยประมาณ 78 ล้านรายการต่อวัน

เมื่อตลาดเดินทางมาถึงจุดที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน และคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลแล้ว โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมจึงกำลังเปลี่ยนไป จากคำถามว่า “จะทำให้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างไร” มาสู่คำถามใหม่ว่า “จะทำอย่างไรให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ทางการเงินที่ง่ายขึ้น ดีขึ้น และตอบโจทย์ชีวิตจริงมากขึ้น”

นี่คือบทบาทของ PaymentTech ในมุมมองของทรูมันนี่

 

จาก Digital Wallet สู่ PaymentTech

 

ย้อนกลับไปในช่วงที่บริการทางการเงินดิจิทัลยังไม่แพร่หลาย โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมเท่าวันนี้ และสมาร์ตโฟนยังไม่ได้อยู่ในมือของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทรูมันนี่คือหนึ่งในผู้บุกเบิก Digital Wallet ในประเทศไทย โดยในปี 2558 มีผู้ใช้งานประมาณ 8 แสนรายต่อปี

ในเวลานั้น โจทย์สำคัญคือการทำให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Underserved ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต แต่ยังรวมถึงผู้ที่เผชิญข้อจำกัดในมิติอื่นของชีวิตทางการเงิน ตั้งแต่การใช้จ่าย การออมและลงทุน การเข้าถึงสินเชื่อ ไปจนถึงการสร้างความคุ้มครองทางการเงิน แทนที่จะรอให้ตลาดและเทคโนโลยีพร้อมสมบูรณ์ ทรูมันนี่เลือกพัฒนาบริการไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทรูมันนี่ขยายบทบาทจาก Digital Wallet สู่บริการชำระเงิน ก่อนต่อยอดไปยังสินเชื่อ การออม และความคุ้มครอง พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่อผู้ใช้งาน ร้านค้า พันธมิตร และบริการทางการเงินเข้าด้วยกัน จนปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านราย

 

 

การเติบโตดังกล่าวยังสะท้อนผ่านข้อมูลล่าสุดจาก AppSynth ซึ่งอ้างอิงการจัดอันดับของ data.ai ที่ระบุว่า ทรูมันนี่เป็นแอปการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดอันดับ 1 ในประเทศไทย ตอกย้ำว่า Digital Wallet ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสำหรับทำธุรกรรม แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น โจทย์ของอุตสาหกรรมจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการขยาย “การเข้าถึง” แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่การยกระดับ “ประสบการณ์” ให้ใช้งานง่าย เชื่อมต่อ และตอบโจทย์ชีวิตของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

นี่คือก้าวต่อไปของทรูมันนี่ จากหนึ่งในผู้บุกเบิก Digital Wallet สู่การขับเคลื่อน PaymentTech ที่มุ่งทำให้ทุกประสบการณ์ทางการเงินง่ายขึ้น เชื่อมต่อมากขึ้น สร้างคุณค่าได้มากขึ้น และเข้าใจผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

 

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทรูมันนี่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับวิวัฒนาการของผู้บริโภคและเทคโนโลยี จากจุดเริ่มต้นที่เราต้องการทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ มาถึงวันนี้ โจทย์ของเราคือการยกระดับประสบการณ์เหล่านั้นให้ใช้งานง่ายขึ้น เชื่อมต่อมากขึ้น สร้างคุณค่ามากขึ้น และเข้าใจผู้ใช้งานแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น นี่คือทิศทางของ PaymentTech ที่ทรูมันนี่กำลังขับเคลื่อนต่อไป” คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด

แม้ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้แล้ว แต่ Friction ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงของชีวิตทางการเงิน ตั้งแต่การชำระเงิน การเชื่อมต่อกับร้านค้าและบริการ การได้รับคุณค่าจากเงินที่ใช้ไป ไปจนถึงการทำความเข้าใจและตัดสินใจเรื่องเงินของตัวเอง

ทรูมันนี่จึงวาง 4 ยุทธศาสตร์ PaymentTech เพื่อเข้าไปลด Friction ในแต่ละมิติ โดยเลือกเริ่มต้นจาก Frictionless Payment Innovation หรือการยกระดับประสบการณ์การชำระเงินให้เป็น “กระดุมเม็ดแรก” เพราะการจ่ายคือกิจกรรมทางการเงินที่ใกล้ตัว เกิดขึ้นบ่อย และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนมากที่สุด

 

4 ยุทธศาสตร์ ยกระดับทุกประสบการณ์ทางการเงิน

การเริ่มต้นจาก Payment ไม่ได้หมายความว่า Friction เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นตอนการจ่าย แต่เพราะเมื่อกิจกรรมพื้นฐานที่เกิดขึ้นทุกวันสามารถทำได้อย่างลื่นไหล ก็จะเปิดทางให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อกับบริการอื่น ได้รับคุณค่าจากทุกการใช้จ่าย และมีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการเงินได้ดียิ่งขึ้น

 

 

1. Frictionless Payment Innovation พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดขั้นตอน และทำให้การชำระเงินรวดเร็ว ง่าย และลื่นไหลยิ่งขึ้น โดยเริ่มต้นจากพฤติกรรมและบริบทการใช้งานจริงของผู้บริโภค

2. Connected Payment Ecosystem เชื่อมต่อผู้ใช้งาน ร้านค้า พันธมิตร และเครือข่ายการชำระเงิน เพื่อให้บริการต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกันภายในระบบนิเวศเดียวกัน

3. Rewarding Ecosystem ทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ผู้ใช้งาน ผ่านสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์

4. Intelligent Platform นำข้อมูล AI และความเข้าใจผู้บริโภคมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่การนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการช่วยให้ผู้ใช้งานบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ง่ายขึ้น

ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์มีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้ทุกเรื่องการเงิน ง่ายขึ้น เชื่อมต่อมากขึ้น สร้างคุณค่าได้มากขึ้น และเข้าใจผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

เมื่อยุทธศาสตร์ ถูกเปลี่ยนเป็นความง่ายที่สัมผัสได้

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้ยุทธศาสตร์ PaymentTech ของทรูมันนี่เห็นภาพได้ชัดเจน คือการพัฒนาประสบการณ์ “แตะจ่าย ด้วยทรูมันนี่” จากกระบวนการชำระเงินที่อาจต้องปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอป เข้าเมนู และสแกน ทรูมันนี่ออกแบบประสบการณ์ให้เรียบง่ายเหลือเพียง ปลดล็อก • ยืนยัน • แตะจ่าย

เบื้องหลังความง่ายนี้ คือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และการถือครองบัตร ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงประสบการณ์แตะจ่ายได้กว้างขึ้น ทั้งผู้ใช้งาน iOS และ Android รวมถึงผู้ที่ไม่มีหรือไม่ต้องการผูกบัตรเครดิต

ผลตอบรับจากการใช้งานจริงสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยีช่วยลดความยุ่งยาก ผู้บริโภคก็พร้อมเปิดรับและนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่แล้วกว่า 1.5 ล้านคน และเกิดการแตะจ่ายมากกว่า 5 ล้านครั้ง ขณะที่ร้านค้าบางแห่งมียอดขายจากลูกค้าทรูมันนี่เพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเปิดให้บริการ

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความสนใจต่อฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็น Proof Point ว่า ความง่ายสามารถเปลี่ยนไปเป็นการใช้งานที่เกิดขึ้นซ้ำ พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค ร้านค้า และระบบนิเวศได้ในเวลาเดียวกัน

ความง่ายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความหมายเพียงการทำให้ธุรกรรมเสร็จเร็วขึ้น แต่ยังช่วยลดเวลาและความยุ่งยากจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำในทุกวัน เมื่อเรื่องพื้นฐานอย่างการจ่ายเงินลื่นไหลขึ้น ผู้คนก็มีเวลาและพื้นที่ทางความคิดกลับไปจัดการเรื่องเงินในมิติอื่น ตั้งแต่การออม การลงทุน ไปจนถึงการวางแผนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน

 

บทต่อไปของผู้บุกเบิก PaymentTech

 

เป้าหมายระยะยาวของทรูมันนี่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้ธุรกรรมหนึ่งรายการรวดเร็วขึ้น แต่คือการเชื่อมต่อประสบการณ์ทางการเงินทั้งหมดให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ตั้งแต่การใช้จ่าย การรับสิทธิประโยชน์ การออม การเข้าถึงบริการทางการเงิน ไปจนถึงการบริหารจัดการเงินที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคนมากขึ้น

เมื่อเทคโนโลยี ข้อมูล AI และระบบนิเวศสามารถทำงานร่วมกันได้ บริการทางการเงินจะไม่ได้เพียงรอให้ผู้ใช้งานเป็นฝ่ายค้นหา แต่จะสามารถช่วยให้แต่ละคนมองเห็นทางเลือก เข้าใจสถานะทางการเงิน และตัดสินใจได้เหมาะสมกับบริบทของตัวเองมากขึ้น

เพราะความเป็น Pioneer ไม่ได้หมายถึงการเป็นคนแรกเพียงครั้งเดียว แต่คือการมองเห็นโจทย์ใหม่และพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง เมื่อเทคโนโลยี พฤติกรรม และความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

จากการเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก Digital Wallet ที่ช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน วันนี้ ทรูมันนี่กำลังก้าวสู่บทต่อไปด้วยยุทธศาสตร์ PaymentTech ที่มุ่งทำให้ทุกเรื่องเงินง่ายขึ้นสำหรับทุกคน และก้าวสู่การเป็น Your Everyday Money Companion อย่างแท้จริง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •