
ช่วงเวลาแห่งความสุขของหลายคนอาจแตกต่างกันออกไป ช่วงเวลาความสุขของบางคนอาจเป็นช่วงเวลาหลังเลิกงาน บางคนใช้ช่วงวันหยุดในการเติมเต็มความสุข ซึ่งคนรุ่นใหม่ Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์จากกิจกรรมหลากหลาย ขณะเดียวกันพื้นที่ค้าปลีกกำลังเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้ระยะเวลาที่ผู้บริโภคใช้ภายในพื้นที่มีมากขึ้น
นั่นทำให้ Happitat โครงการ Lifestyle Destination แห่งใหม่ย่านบางนา ของ CP Axtra เลือกเริ่มต้นจากคำว่า “ความสุข” มาผสมผสานกับ Lifestyle เสริมด้วยธรรมชาติ เพิ่มเติมด้วย Technology และ Community เข้าด้วยกัน
ความสุขที่มีได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอวันหยุด
โดย คุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานการค้าอสังหาริมทรัพย์ CP Axtra ชี้ว่า ความสุขสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนทำงานรุ่นใหม่กำลังมีแรงกดดันหลายด้านซ้อนกัน Work-life Balance นั่นทำให้ Happitat วางองค์ประกอบประสบการณ์ตั้งแต่ร้านอาหาร พื้นที่พักผ่อน Wellness กิจกรรมสำหรับเด็ก สัตว์เลี้ยง เทคโนโลยี พื้นที่กิจกรรม ไว้ใน Ecosystem เดียวกัน

สำหรับโครงการ Happitat มีพื้นที่ค้าปลีกและบริการกว่า 48,000 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่สำนักงาน Grade A ประมาณ 24,000 ตารางเมตร และแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 อาคารหลักที่เชื่อมถึงกัน
ช่วยมให้พื้นที่ทำงานและการใช้ชีวิตผสานเข้าด้วยกัน คนทำงานในพื้นที่สามารถลงมาทานอาหาร เจอเพื่อน ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนได้ ขณะที่คนจากพื้นที่โดยรอบสามารถใช้ Happitat เป็นจุดนัดพบหรือพื้นที่กิจกรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายในการ Shopping ทุกครั้งที่เดินเข้ามา
เทคโนโลยีผสานธรรมชาติสู่ Experience Design
นอกจากนี้ Happitat ให้น้ำหนักกับเรื่องของธรรมชาติ โดยพื้นที่ภายในโครงการถูกออกแบบให้มีทั้งต้นไม้ สวนแนวตั้ง Pocket Garden และพื้นที่สีเขียว ก่อนเชื่อมต่อออกไปยังพื้นที่ป่าประมาณ 30 ไร่ของ The Forestias ซึ่งอยู่ติดกับโครงการ การนำธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่เชิงพาณิชย์ จึงมีบทบาทมากกว่าเรื่องความสวยงาม การเข้าถึงธรรมชาติในเมืองยังมีความสัมพันธ์กับการลดความเครียดและการเพิ่ม Well-being ให้กับผู้คน

ผู้บริโภคสามารถนั่งทานกาแฟรับบรรยากาศชิลๆ ท่ามกลางต้นไม้ หรือเดินออกจากร้านอาหารเข้าสู่สวน พร้อมทั้งยังสามารถพาเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงออกมาใช้พื้นที่ธรรมชาติ ผสานกับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่จะเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ร่วมในบริเวณ Grand Stairs ที่มีการติดตั้งจอดิจิทัลภายในอาคารขนาดใหญ่ความยาวกว่า 50 เมตร ใหญ่ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อม Immersive Content จากทีมสร้างสรรค์ทั้งไทยและต่างประเทศ

โดยวางแผนให้หมุนเวียนคอนเทนต์ตลอดทั้งปี ที่สำคัญยังเปิดให้ผู้บริโภคสามารถใช้สมาร์ทโฟน Interaction กับสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอได้ ด้วยจอ LED ขนาดใหญ่ ช่วยสร้างประสบการณ์ความรู้สึก Wow ได้ แต่การทำให้ผู้บริโภคอยากกลับมาจำเป็นต้องมี Content ที่สดใหม่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมใหม่ๆ การหมุนเวียน Immersive Content จะช่วยสร้างความรู้สึกค้นหาอยากลองทุกๆ เดือนที่แตกต่างออกไปและนำไปสู่การอยากกลับมาซ้ำๆ
แหล่งรวมร้านอาหารและ Pet Family
หนึ่งในกลยุทธ์ที่เรียกได้ว่าคลาสสิคที่สุดของธุรกิจ Retail คือเรื่องของอาหาร ส่งผลให้ Happitat ดึงคู่ค้าร้านอาหารตั้งแต่ Street Food ไปจนถึงร้านอาหารระดับ Michelin พร้อมดึงเชฟอย่าง Jacob Jan Boerma เชฟมิชลิน 3 ดาวจากเนเธอร์แลนด์ มาร่วมสร้างร้าน Vuur รวมถึงเชฟหนุ่ม–ธนินธร จันทรวรรณ และร้านอาหารอีกจำนวนมากภายในโครงการ

เพราะการทานอาหารไม่ได้หมายถึงแค่ความหิวเพียงอย่างเดียว แต่การทานอาหารยังเป็นกิจกรรมสำหรับ วันว่างๆ ช่วงเวลาพิเศษ หรือจุดนัดพบเพื่อนและครอบครัว ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลากับการทานอาหารในปัจจุบันค่อนข้างนาน และหมายถึงโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในฐานะ Lifestyle Destination
สำหรับคำว่าครอบครัวในปัจจุบันอาจไม่ได้หมายถึงพ่อแม่ลูกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัจจุบันการใช้ชีวิตอยู่คนเดียว หรือการใช้ชีวิตเป็นคู่แต่ไม่มีบุตรกลายเป็นเรื่องปกติแล้วในชีวิตของคนไทย ไม่จริงทำให้เทรนด์ Pet Family มีแนวโน้มเติบโตอย่างสูง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ Happitat จึงมีทั้งบริการ Pet Us ที่รวม Grooming ฝากเลี้ยงและบริการด้านสุขภาพสัตว์ ไปจนถึงพื้นที่และร้านค้าที่รองรับสัตว์เลี้ยง
ส่งผลให้ภายในพื้นที่ Happitat มีทั้ง Jumptopia พื้นที่เด็กๆ, ร้านของเล่น Playation, ร้านอาหาร Wellness และพื้นที่สำหรับ Pet Family เพื่อรองรับ “ครอบครัว” ที่มีหลากหลายรูปแบบ

Happitat ถือเป็นโครงการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันใน Retail แม้ว่า E-commerce จะมีจุดเด่นเรื่องของราคา ความเร็วและความสะดวก แต่ Physical Retail สามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านบรรยากาศ อาหาร กลิ่น เสียง การเคลื่อนไหว ธรรมชาติ การพบปะ และกิจกรรมร่วม โดยมีเป้าหมายมีผูเข้ามาใช้บริการ 50,000-80,000 คนต่อวัน ซึ่งหากโครงการเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด อาจขยับเป้าหมายสู่ระดับแสนคนต่อวันได้



