
หลายคนต้องเจอกิจกรรมแบบวนลูปตั้งแต่รถติดช่วงเช้า หาเมนูกลางวันเดิมๆ ตอนเย็นกลับไปเผชิญรถติดอีกรอบ ชีวิตเมืองจึงเต็มไปด้วยกิจกรรมที่บั่นทอนพลังใจ พลังการและสมาธิ การมีสถานที่เหมือนเป็นที่ชาร์จพลังอย่างศูนย์การค้า ทั้งเที่ยวกินดื่ม นัดพบเพื่อนๆ หรือออกกำลังกาย ทำให้ทุกวันนี้ศูนย์การค้าไม่ได้แข่งกันที่จำนวนร้านค้าเพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ใครสามารถทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้ว่า “ชีวิตง่ายขึ้น”
Central Northville คือศูนย์การค้าล่าสุดที่เปิดตัวภายใต้เครือ “เซ็นทรัล” ซึ่งการพลิกฟื้นพื้นที่เดิมของ “เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์” ให้กลายเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และนนทบุรี ด้วยงบลงทุนถึง 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 59 ไร่ โดดเด่นด้วยแนวคิด Longevity Destination ที่เชื่อมสุขภาพ เวลา ครอบครัว และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน
ปรับเปลี่ยนให้เป็น New District ทางตอนเหนือ
อาจเรียกได้ว่า ทำเลที่ตั้งของ Central Northville มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ของเซ็นทรัล เนื่องจากพื้นที่นนทบุรีและกรุงเทพฯ ตอนเหนือมีฐานประชากรหนาแน่น รายล้อมด้วยหมู่บ้านจัดสรร หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล สถานศึกษา และเส้นทางคมนาคมสำคัญ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทางด่วนและมอเตอร์เวย์ และยังอยู่ในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยห้างเซ็นทรัลอย่าง Central WestGate, Central Westville, Central แจ้งวัฒนะ

โดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า โครงการ Central Northville ตั้งเป้าผู้มาใช้บริการเฉลี่ย 30,000 คนต่อวัน จากฐานเดิมที่เคยทีราว 20,000 คนต่อวัน โดยมีแบรนด์ประมาณ 300 แบรนด์ คิดเป็นสัดส่วนแบรนด์ใหม่ราว 80% และคาดการใช้จ่ายของผู้มาใช้บริการต่อรายต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท ขณะที่มีประชากรในพื้นที่อยู่ประมาณ 1.3 ล้านคน เฉพาะอำเภอเมืองนนทบุรีมีประชากรราว 420,000 คน ยังไม่รวมประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานในหน่วยงานรอบพื้นที่
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า โครงการ Central Northville คาดหวังให้เป็นพื้นที่ประจำวันของคนที่อยู่ในพื้นที่ทั้งที่พักอาศัย มาทำงาน และเดินทางมา เมื่อเมืองขยายตัวจากใจกลางกรุงเทพฯ ศูนย์การค้าจึงไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ผู้คนลดการเดินทางออกนอกพื้นที่และรวมกิจกรรมหลายอย่างไว้ในจุดเดียว รวมทั้งยังเป็นพื้นที่เปิดสำหรับคนรักน้องหมาน้องแมว (Pet-Friendly)
Longevity Economy แกนใหม่ของค้าปลีก
หนึ่งในเทรนด์ปีนี้ที่ออกตัวแรงมากอย่าง “Longevity” ที่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าค่าใช้จ่ายหลังเจ็บป่วย จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Active Lifestyle, Preventive Health, Performance, Fitness, Food Wellness และ Mental Well-being มีบทบาทสูงขึ้นในชีวิตประจำวัน

นั่นทำให้ Central Northville ได้นำแนวคิด Longevity ออกมาปรับเป็น 3 แกนของ Longevity Ecosystem ไม่ว่าจะเป็น
- Wellness: เพราะสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย คลินิกฟื้นฟูร่างกาย Sport Destination และบริการด้านสุขภาพ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมองสุขภาพและให้ความสำคัญกับ Preventive Healthcare มากขึ้น
- Living: Central Northville ปรับรูปแบบพื้นที่ให้เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ทั้งช้อปปิ้ง, Wellness, Green Space, Community และ Pet-Friendly Space ไว้ในที่เดียว ช่วยให้ลดการเดินทางออกนอกพื้นที่และใช้เวลาหลายกิจกรรมได้ในจุดเดียว
- Community: การมีสุขภาพที่ดีต้องดูแลสุขภาพจิตด้วย การมีพื้นที่พบปะ พูดคุย และสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบตัวให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน ช่วยเปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็น Everyday Third Place ของพื้นที่ และช่วยรวมทุกกิจกรรมให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกันในชีวิตประจำวัน
เห็นได้ว่า สุขภาพกำลังไหลเข้าไปอยู่ในหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงคอมมูนิตี้ แบรนด์ที่เข้าใจจุดนี้จะไม่สื่อสารสุขภาพแบบแยกส่วน แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า ผลิตภัณฑ์หรือบริการช่วยลดภาระ เพิ่มพลัง หรือทำให้ชีวิตประจำวันดีขึ้น
Biophilic Design ใส่ธรรมชาติในพื้นที่
นอกจาก Central Northville จะโดดเด่นเรื่อง Longevity แล้ว ยังได้รับการออกแบบมาให้แตกต่างจากศูนย์การค้าแบบเดิม ด้วยการใช้ Biophilic Design หรือการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมและสร้างประสบการณ์บนพื้นที่ภายใต้แนวคิด Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre ผ่านการตกแต่งด้วยต้นไม้จริง น้ำ แสง เสียง พื้นที่นั่งพัก และโซนที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ

โดย คุณจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า คุณภาพชีวิตเกิดจากสภาพแวดล้อมเล็กๆ ที่ดีขึ้นในทุกวัน แนวคิดนี้ถูกแปลงให้เป็นพื้นที่จริงตั้งแต่การขับรถเข้ามา การเห็นต้นไม้ น้ำตก แสงไฟ ไปจนถึงการเดินผ่านโซนที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ 5 สิ่งทั้ง ไม้ (Wood), พื้นผิวของดิน (Earth), น้ำ (Water), หิน (Stone) และ แสง (Light)
การออกแบบดีไซน์สำคัญกับธุรกิจค้าปลีก เพราะการออกแบบดีไซน์ไม่ได้ให้ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของผู้เข้ามาใช้พื้นที่ หากสถานที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เดินง่าย นั่งได้นาน และไม่รู้สึกว่าถูกเร่งให้ซื้อของ โอกาสที่จะใช้เวลาในพื้นที่และโอกาสในการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นก็เป็นไปได้
Central Northville จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติและสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมต่อผู้คนกับกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น มุม The Clouds ประติมากรรมน้ำตกจำลอง, มุม The Hill พื้นที่พักผ่อนและพบปะแบบขั้นบันได, Tree Grove พื้นที่สีเขียวธรรมชาติ, Stone Atrium สำหรับอีเวนต์, Playville สำหรับ Active Lifestyle และ PetVille สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
กิจกรรมและบริการเฉพาะเจเนอเรชัน
นอกจากความโดดเด่นของพื้นที่แล้ว Central Northville ยังมีการคัดสรรกว่า 300 แบรนด์ที่สามารถสะท้อนความต้องการของผูบริโภคแต่ละเจเนอเรชัน โดยเป็นรูปแบบ Tenant Mix ผ่านการจับกลุ่มตามพฤติกรรมผู้บริโภคหลายกลุ่ม โดยไม่ได้จัดร้านตามหมวดหมู่ประเภทของร้านค้าแบบเดิม อย่างเช่น

- กลุ่ม Gen Z ใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ทำให้มีการจัด Sport Lifestyle และกีฬาแร็กเก็ตที่เติบโตสูง ผ่าน D-Sports Stadium จากญี่ปุ่น พร้อมด้วยกิจกรรมกว่า 30 รูปแบบ เช่น ปีนผา เบสบอล พิกเคิลบอล และบาสเกตบอล รวมถึงบริการที่เกี่ยวกับกีฬาใน Supersports
- กลุ่ม Gen Y ที่ต้องพบเจอกับความเครียดจากงานและอาการออฟฟิศซินโดรม ฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกายจึงกลายเป็นพื้นที่สำหรับดูแลร่างกายและพื้นที่คอมมูนิตี้
- กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Silver Gen ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในรูปแบบ Preventive Health ผ่านคลินิกกายภาพ บริการฟื้นฟูร่างกาย และบริการด้านสุขภาพระยะยาว
โดยกลุ่มที่มีความสำคัญและถึงเป็นกลุ่มหลักของ Central Northville จะเป็นกลุ่มครอบครัว โดยมีการออกแบบพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการ ทั้ง Kidzooona, SF Cinema – The Prestige Cinema, B2S, พื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก และโซนอาหารที่ครอบคลุมตั้งแต่ร้านยอดนิยม คาเฟ่ ร้านอาหารสุขภาพ ไปจนถึง FoodVille และ Tops Food Hall ด้วยความหลากหลายทำให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับทุกช่วงเวลาทั้ง ช่วงเช้าที่มาออกกำลังกาย กลางวันสำหรับคนทำงานและหน่วยงานรอบพื้นที่ ช่วงเย็นเป็นเวลาของครอบครัว วันหยุดที่มาใช้เวลายาวขึ้น
Social Connection สู่ Everyday Third Place
ในด้านการสร้าง Community เป็นอีกส่วนที่ควรถูกจับตา เพราะสะท้อนบทบาทใหม่ของศูนย์การค้าในฐานะ Third Place พื้นที่ที่ไม่ใช่บ้านหรือที่ทำงาน แต่เป็นจุดนัดพบเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ซึ่ง Social Connection เป็นปัจจัยสำคัญของสุขภาพจิตที่ดีและอายุยืนยาว Central Northville จึงมีกิจกรรมอย่าง Run Club, Pet Club, Art Exhibition และ Signature Events เพื่อสร้าง Community Engagement ตลอดปี

สิ่งนี้กำลังชี้ให้เห็นว่า จุดสำคัญที่ทำให้ศูนย์การค้ายังสามารถอยู่รอดมาได้ในยุคเทคโนโลยีคือการเป็น Community นั่นเพราะไฮไลท์หรือความโดดเด่น อาจดึงคนให้เข้ามาได้ในช่วงแรก แต่การสร้างเพื่อเป็น Community จะทำให้มีการกลับเข้ามาใช้บริการซ้ำอีก หากได้รับประสบการณ์ที่ดี รวมถึงมีเหตุผลทางสังคมและอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ในมุมมองของธุรกิจ การเปิดตัว Central Northville จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจ SME รอบพื้นที่ เนื่องจากจะมีผูคนจำนวนมากเข้ามาสู่พื้นที่ ทำให้มีความต้องการบริการที่เกี่ยวกับอาหาร สุขภาพ เด็ก สัตว์เลี้ยง และไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันความคาดหวังของผู้บริโภคจะสูงขึ้น จากความพร้อมที่ Central Northville มี ทำให้ธุรกิจต้องสร้างมาตรฐานให้ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานของ Central Northville

Central Northville ได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ สู่การทำหน้าที่ Everyday Third Place อย่างเต็มตัว โดยใช้ความแข็งแกร่งจากการสร้าง Community ผ่านกิจกรรมอย่าง Run Club, Pet Club และ Art Exhibition เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญเพื่อผูกโยงสายใยทางอารมณ์และสังคมให้ผู้คนอยากกลับมาใช้พื้นที่ซ้ำๆ และช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ด้าน Longevity ที่ผสานกับธุรกิจ Retail ได้อย่างลงตัว
