CP ALL พลิกปณิธาน Giving and Sharing Opportunities สู่การให้ที่ยิ่งใหญ่กับสังคมไทย

  • 133
  •  
  •  
  •  
  •  

เรารู้กันดีว่าแบรนด์ที่ดีจะมุ่งสร้างสังคมที่ดีซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนวันนี้หลายแบรนด์จึงมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาสังคมมีการคืนกำไรกลับสู่สังคมไทยแบบนับไม่ถ้วน

ท่ามกลางไม่กี่แบรนด์ที่สามารถ “ให้” หรือแบ่งปันเพื่อตอบแทนสังคมจนสามารถสร้างอิมแพคได้อย่างเป็นรูปธรรม CP ALL เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นมากเรื่องความสามารถจุดประกายให้ประชาชนและกลุ่มผู้นำความคิดรับรู้และเข้าใจได้ว่า CP ALL เป็นบริษัทที่เป็นที่พึ่งเป็นผู้ให้ในทุกช่วงเวลาแม้แต่ช่วงที่ยากลำบากที่สุดอย่างในช่วงโควิดที่ผ่านมา สอดคล้องกับปณิธานขององค์กร

ให้แบบนี้สำคัญกว่าแจกสิ่งของ

 

ปณิธานนั้นคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” เรื่องนี้ถึงเป็นการแสดงจุดยืนชัดว่า วัฒนธรรมองค์กรเรื่อง Giving and Sharing Opportunities นั้นเริ่มจากการให้ก่อนจะขยายผลเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่กับสังคมนำไปสู่ความเชื่อว่า “การให้” คืออานุภาพแห่งชีวิตที่มีความสุขและไม่มีวันสิ้นสุด

คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องโคมลอย เพราะยืนยันในวิดีโอว่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสังคมมนุษย์จะแข็งแรงได้เมื่อมีความเมตตากรุณาและความเมตตากรุณาจะส่งผลให้หัวใจของสังคมแข็งแรงสมองและแขนขาขององค์รวมจะทรงพลังมากขึ้นสามารถมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าและผลักดันความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่า

และเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19  องค์กรจึงพร้อมที่จะให้ เริ่มที่การ “ให้ด้วยหน้าที่”

เริ่มจากพนักงานหลากหลายในวิดีโอมีทั้งพนักงาน 7-Delivery ที่บอกว่าลูกค้าบางรายตั้งใจรอสินค้าให้ส่งถึงบ้านในช่วงโควิดขณะที่พนักงานประจำร้าน7-Eleven พูดด้วยความภูมิใจถึงนโยบายลดราคาสินค้าอย่างข้าวกล่องราคา 35 บาทเหลือ 25 บาทโดยบอกว่าการลดไป 10 บาทถือว่า “เยอะนะครับ” และช่วยคนในชุมชนแถวร้านค้าได้มาก

“พร้อมที่จะให้” เสียงของผู้บริหารที่มาจากท้องถิ่นในวิดีโอ “วรวิทย์ตั้งพิพัฒน์ไพบูลย์” ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกสรรหาและสวัสดิการปฏิบัติการบมจ. ซีพี ออลล์ ออกมาพูดถึงการให้โอกาส เพื่อย้ำว่าหลายคนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับทุกคนในองค์กรไม่ใช่แค่เงินหรือสวัสดิการ

คุณพ่อของพนักงานหลายคนยังส่งเสียงในวิดีโอแสดงความไม่ต้องกลัวว่าลูกหลานจะตกงาน “เขาไม่ทิ้งลูกเราแน่นอน” หลายคนยืนยันและสบายใจเมื่อ CP ALL ไม่มีนโยบายปลดพนักงานแม้จะมีวิกฤติก็ตาม

ช่วงโควิด-19 องค์กรได้ยกความดีให้พนักงานโดยชื่นชมที่พนักงานได้ร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมของร้านนำไปสู่การให้ “ให้ด้วยความห่วงใย” ซึ่งตอบสถานการณ์โควิด-19 จนบริษัทสามารถให้คำมั่นว่า “ไม่ว่าจะวิกฤตอีกกี่ครั้ง CP ALL ก็จะไม่ทิ้งกัน

วิดีโอนี้ยังสะท้อนคำพูดของเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อเด็กพิการซึ่งบอกว่าโควิด-19 ทำให้เราเห็นการช่วยเหลือของคนทุกกลุ่มไม่เพียงช่วยเหลือกันมากขึ้นแต่ยังเห็นใจกันมากขึ้นและรู้จักการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

ที่ผ่านมาทางองค์กรยังทำโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยร่วมกับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการและสมาคมชมรมผู้ปกครองเด็กพิการผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อเด็กพิการย้ำในวิดีโอว่ารู้สึกดีใจและชื่นใจแทนครอบครัวเด็กพิการเพราะหลายรายรู้สึกดีใจที่ได้เห็นสิ่งของหรือผ้าอ้อมบริจาคเหมือนกับสมาชิกชมรมผู้ปกครองเด็กพิการที่มองว่าการช่วยเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันจะช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าสิ่งที่ได้มอบให้นั้นมีคุณค่ามากซึ่งหากมีการช่วยเพื่อนต่ออีกทอดเพื่อนจะมีกำลังใจและสามารถไปช่วยผู้อื่นต่อได้ก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมการให้ไม่สิ้นสุด

“ให้คนไทยด้วยกัน” ในวิดีโอตัวแทนจากหลายโรงพยาบาลส่งเสียงขอบคุณ เช่น โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ฐานทัพเรือสัตหีบโดยรองผู้อำนวยการกองสุขภาพจิตและจิตเวชแพทย์ย้ำว่าทุกหน่วยมีการเข้ามาช่วยกันดูแลให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความสุขทุกฝ่ายจึงต้องร่วมใจเพื่อให้ประเทศไทยผ่านภาวะวิกฤตนี้ไปได้ยังมีโครงการ “ศิริราชร่วมใจต้านภัยโควิด” ที่ขอบคุณ CP ALL ที่มอบอุปกรณ์ป้องกัน PPE มาให้กับโรงพยาบาล

การให้ไม่รู้จบ

ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา มีทั้งการมอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิดโรงพยาบาล 77 จังหวัด รวมถึงข้าวกล่องราคาพิเศษเพื่อคนไทยและสร้างอาชีพด้วยการรับสมัครงาน 20,000 อัตราและร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ทำโครงการ “พาณิชย์ลดราคา” ช่วยประชาชนเพื่อช่วยค่าครองชีพแถมยังร่วมกับภาคประชาสังคมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับสมาพันธ์แรงงานนอกระบบและศูนย์การดำรงชีวิตทั้งหมดนี้ทำคู่ไปกับการสมทบโรงทาน 500 แห่งในสมเด็จพระสังฆราชด้วย

บทสรุปของมูลค่าการบริจาคทั้งหมด 423 ล้านบาทถือว่าเกิดขึ้นจากปณิธานองค์กรเรื่องการให้ทำให้บริษัทสามารถเดินสู่การให้ที่ยิ่งใหญ่กับสังคมเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอีกกี่ครั้งคนไทยจะไม่ทิ้งกัน

สมกับแท็กไลน์ทรงพลัง “CP ALL ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”.


  • 133
  •  
  •  
  •  
  •