ส่องโปรไฟล์คนรวย กับพิษเศรษฐกิจที่ทำให้เศรษฐีพันล้านจนลงกว่าปีที่แล้ว 994 คน

  • 293
  •  
  •  
  •  
  •  

world-richest-2019

ทีมงาน MarketingOops! ได้ลองส่องเข้าไปดูข้อมูลอันดับ “มหาเศรษฐีพันล้าน” The Richest People in the World ปี 2019 จากเว็ปไซต์ Forbes.com ที่ทำการจัดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดในโลกเอาไว้ (แบบ Real-time) ความน่าสนใจของข้อมูลนี้ นอกจากจะโชว์ให้เห็นว่าคนที่รวยที่สุดในโลกเขาทำอะไรถึงได้รวยเอาๆ แต่ยังมีความน่าสนใจอีกหลายประการ ลองตามไปดูกัน

Forbes ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ความมั่งคั่งของบุคคลเหล่านี้ไม่อาจต้านทานต่อพิษเศรษฐกิจได้ โดยในปีนี้ ทั่วโลกมีเศรษฐีหลักพันล้านเหรียญสหรัฐฯ (Billionaires) เข้ารอบมา 2,153 คน หายไป 55 คนจากปีก่อน และในจำนวนกว่า 2 พันคนนี้ มีเศรษฐีพันล้านจนลงกว่าปีที่แล้ว 994 คน

อีกข้อสังเกตคือ ปีนี้ จำนวนเศรษฐีพันล้านของจีนน้อยลงจากปีที่แล้วถึง 49 คน ขณะที่เศรษฐีพันล้านชาวอเมริกันมีมากถึง 607 คน โดยมีมหาเศรษฐีอเมริกันติดอันดับ 20 คนรวยที่สุดในโลก มากถึง 14 คน

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ จากข้อมูลความมั่งคั่งสุทธิแบบเรียลไทม์ (Real Time Net Worth) จะพบว่า เพียงแค่ชั่วเวลาไม่ถึงชั่วโมง อยู่เฉยๆ พวกเขาก็อาจจะรวยขึ้นหรือจนลงเป็นหลักพันล้านหรือหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (วัดจากมูลค่าหุ้น) กันเลยทีเดียว ผิดกับคนธรรมดาอย่างพวกเราที่ทำงานทั้งปี ความมั่งคั่งทางบัญชีขยับไปไม่ถึงไหน

โยนความเศร้าทิ้งไปก่อน แล้วมาส่องดูโฉมหน้าและโปรไฟล์ของบุคคลที่รวยที่สุดในโลก (ณ วันที่ 5 มี.ค. 2019 ซึ่งเป็นวันเก็บข้อมูลจัดอันดับของ Forbes) กันเลยดีกว่า….

Jeff Bezos รวยที่สุดในปฐพี

jeff_bezos
Photo credit : Fortune.com

Jeff Bezos เป็นเจ้าของตำแหน่งคนรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับ Forbes400 ประจำปี 2018 มาถึงต้น มี.ค. ปีนี้ เขาก็ยังคงครองอันดับ 1 อยู่ได้ ด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง 1.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ รวยเพิ่มขึ้นจาก มี.ค. ปีที่แล้ว ถึงเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทุกคนรู้ว่าหนุ่มใหญ่วัย 55 ปีคนนี้ รวยมาจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบรนดังอย่าง Amazon แต่อาจยังไม่รู้ว่าเขายังเป็นเจ้าของ The Washington Post และเป็นผู้ก่อตั้ง Blue Origin บริษัทนำเที่ยวในอวกาศ ล่าสุด เขากลับมาเป็นโสดอีกครั้ง หลังจากประกาศหย่ากับภรรยา MacKenzie เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตามกฎหมายของรัฐ Washington เธอจะได้สินทรัพย์ครึ่งหนึ่งของ Jeff ซึ่งนั่นจะทำให้เธออาจขึ้นแท่นผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลก

ส่องคนรวยที่สุดในโลกอันดับ 2-4

gate-buffet-arnault
Photo Credit : Forbes.com

รวยที่สุดอันดับ 2 ได้แก่ Bill Gates เขาเคยเป็นคนรวยที่สุดในอุตสาหกรรม Tech และรวยที่สุดในสหรัฐฯ เมื่อปี 2017 แต่ปี 2018 เขาติดอันดับที่ 2 ของ Forbes400 ตามหลัง Jeff Bezos โดยมูลค่าความมั่งคั่งของเขา ณ วานนี้อยู่ที่ 9.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เขารวยมาจากบริษัท Microsoft แต่ปัจจุบันเขาถือหุ้น Microsoft ไม่ถึง 2% โดยได้บริจาคหุ้น Microsoft รวมมูลค่ากว่า 3.58 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation (Gates Foundation) ที่เขาและภรรยาตั้งขึ้น ซึ่งเป็นมูลนิธิเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อันดับ 3 ได้แก่ Warren Buffett ปรมาจารย์การลงทุนด้าน VI (Value Investing) มูลค่าความมั่งคั่งอยู่ที่ 8.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เขาได้อันดับ 3 ใน Forbes400 เมื่อปีที่แล้ว เขาถือเป็นเศรษฐีในหน้าประวัติศาสตร์โลกที่รวยติด TOP3 ของโลกจากการลงทุนในหุ้นเท่านั้น ด้วยการลงทุนผ่านบริษัทที่เขาตั้งและเป็น CEO เอง ได้แก่ Berkshire Hathaway ซึ่งเป็น Holding Company ที่ถือหุ้นในบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกมากมาย

อันดับ 4 ได้แก่ Bernard Arnault คนฝรั่งเศสคนนี้มีสมญาว่า “ราชาแบรนด์หรู” เพราะเขาคือเจ้าของกลุ่มบริษัท LVMH ผู้ผลิตแบรนด์หรูร่วม 70 แบรนด์ในหลากหลายธุรกิจ ซึ่งเอ่ยชื่อมาต้องมีแบรนด์ที่หลายคนใฝ่ฝัน อาทิ Louis Vuitton, Christian Dior, Guerlain, Tag Heuer, BVLGRI, Hennessy ไปจนถึงเชนค้าปลีกที่หลายคนรู้จัก เช่น SEPHORA เป็นต้น โดยมูลค่าความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 5 พลิกผันกันเป็นเสี้ยววินาที

Carlos-Ortega-Ellison-Mark
Photo Credit: Forbes.com

ขณะที่อันดับ 5 ตกเป็นของ Carlos Slim Helu คนที่รวยที่สุดของประเทศแม็กซิโก เจ้าพ่อธุรกิจสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ปัจจุบันเขายังถือหุ้นในหลากหลายบริษัทในแม็กซิโก รวมถึงถือหุ้นใน New York Times มูลค่าความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยคนที่จ่อมาติดๆ ได้แก่ Amancio Ortega ผู้ร่วมก่อตั้ง Inditex เจ้าของแบรนด์ Zara, Pull & Bear และอีกหลายๆ แบรนด์สินค้าแฟชั่น มีความมั่งคั่งอยู่ที่ 6.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามมาด้วย Larry Ellison ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Oracle ที่มีความมั่งคั่งอยู่ที่ 6.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ไล่มาด้วย Mark Zuckerberg พ่อมดโซเชี่ยลมีเดียอันดับ 1 ของโลก ที่มูลค่าความมั่งคั่งอยู่ที่ 6.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ความน่าสนใจคือ เพราะมูลค่าความมั่งคั่งที่ห่างกันไม่ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่อันดับ 6-8 ห่างกันแค่หลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ

ถ้านั่งดูความมั่งคั่งแบบ Real-time ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง จะเห็นว่าอันดับของ 4 มหาเศรษฐีเหล่านี้สามารถสลับกันไปมาได้แทบจะทุกนาที นั่นหมายความว่าความรวยของพวกเขาสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้นาทีละร้อยล้านหรือพันล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

ส่องคนเอเชียที่รวยที่สุดในโลก มี 3 เจ้าสัวจีนติด Top25

Asian-Richest
Photo Credit : Forbes.com

Mukesh Ambani ติดอันดับคนรวยที่สุดในโลกเป็น อันดับที่ 13 โดยปี 2018 เขาติดอันดับหนึ่งคนรวยที่สุดในอินเดีย เขาคือเจ้าพ่อพลังงานน้ำมันและก๊าซ และยังมีธุรกิจบริการเครือข่ายโทรคมนาคม Reliance Jio ในอินเดีย

Ma Huateng หรือ Pony Ma คนรวยที่สุดในโลก อันดับที่ 20 เขาก็คือเจ้าของ Tencent อาณาจักรออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของจีน โดยมูลค่าความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 3.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ รวยกว่า Jack Ma เจ้าของตำแหน่งคนจีนที่รวยที่สุดเมื่อปี 2018 ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา Pony Ma ได้ตำแหน่งคนจีนที่รวยเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

Jack Ma บุคคลที่รวยเป็นอันดับที่ 21 ของโลก แต่เขาคือคนรวยที่สุดในประเทศจีนเมื่อปี 2018 Jack Ma เป็นเจ้าของอาณาจักร Alibaba ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีน และใหญ่อันดับต้นของโลก โดยมูลค่าความรวยของเขา ณ วันที่ 5 มี.ค. 2019 อยู่ที่ 3.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

Hui Ka Yan ติดอันดับคนรวยอันดับที่ 22 ของโลก เขาคือเจ้าพ่ออสังหาฯ และประธานบริษัท China Evergrande Group โดยเขาเคยเป็นคนรวยที่สุดในประเทศจีนเมื่อปี 2017 ก่อนจะตกมาครองอันดับ 3 ในปีที่แล้ว เพราะถูก Jack Ma และ Pony Ma แย่งอันดับ 1 และ 2 ไปครอง มูลค่าความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 3.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

2 เจ้าสัวไทยรวยแพ้เจ้าสัวอินโดนีเซีย

ธนินทร์-เจริญ
สองเจ้าสัวเมืองไทย ติดอันดับ Top100 คนรวยที่สุดของโลก

สำหรับ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้ครองตำแหน่งคนรวยที่สุดในประเทศไทย เจ้าของอาณาจักรกลุ่ม CP ที่มีหลากหลายธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มบริษัทที่ครอบคลุมวิถีชีวิตคนไทยมากที่สุด ธนินท์ติดโผคนที่รวยที่สุดในโลกเป็น อันดับที่ 75 ด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง 1.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรอบ 1 ปีเขารวยเพิ่มขึ้น 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 1 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

ด้านเจ้าพ่อธุรกิจน้ำเมาอย่าง เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้เป็น Landlord รายใหญ่ของเมืองไทย ติดอันดับคนรวยที่สุดของโลก อันดับที่ 87 ด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง ณ วันที่ 5 มี.ค. 2019 อยู่ที่ 1.45 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ รวยลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ถ้าพูดถึงคนรวยที่สุดในอาเซียน สองเจ้าสัวไทยต้องหลีกทางให้กับสองพี่น้องตระกูล Hartono ซึ่งเป็นกลุ่มตระกูลที่รวยที่สุดในอินโดนีเซียเมื่อปี 2018

R. Budi Hartono รวยเป็น อันดับที่ 54 ของโลก ด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง 1.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่พี่ชายของเขาคือ Michael Hartono รวยติด อันดับ 56 ของโลก มีความมั่งคั่ง 1.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยตระกูล Hartono รวยมาจากกิจการยาสูบ Djrum และถือหุ้นใน Bank Central Asia รวมถึงกิจการผลิตน้ำมันปาล์ม กิจการอสังหาฯ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ Polytron และเป็นเจ้าของห้าง Grand Indonesia นอกจากนี้ยังมีกองทุนร่วมทุน Global Digital Prima Ventures ที่ลงทุนในหลากหลายสตาร์ทอัพที่โดดเด่นของอินโดนีเซีย

มหาเศรษฐีพันล้านอายุน้อยที่สุดในโลก

kylie-jenner
มหาเศรษฐีพันล้านมีอายุน้อยที่สุดในโลก โดยรวยจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

ส่งท้ายด้วย เศรษฐีพันล้านที่อายุน้อยที่สุด (ที่รวยด้วยตัวเอง) โดยในปีนี้ ตกเป็นของ Kylie Jenner ด้วยมูลค่าความมั่งคั่งแตะ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ​ในวัยเพียง 21 ปี ซึ่งถือว่าทำลายสถิติของ Mark Zuckerberg ที่เคยทำสถิติไว้ที่อายุ 23 ปี

Kylie เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลคาร์เดเชียน ที่คนทั้งโลกต่างรู้ถึงความสวยและความไฮโซของสาวๆ บ้านนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอได้รับการจัดอันดับจาก Forbes ในครั้งนี้มาจากธุรกิจเครื่องสำอางที่เธอสร้างขึ้นเอง โดยเริ่มต้นด้วยลิปสติกแท่งละ 29 เหรียญสหรัฐฯ บวกกับการใช้ความเป็น Celeb และพลังแห่งโลกโซเชี่ยลให้เกิดประโยชน์ เพราะเธอมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ลิปสติกของเธอขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ด้วยสถิติยอดขาย 5.45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ​ ภายใน 6 อาทิตย์

นอกจากนี้ เธอยังได้รับยกย่องเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อโซเชี่ยลที่สุดคนหนึ่ง (Most Valued Social Media Influencer) ด้วยจำนวนผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 128 ล้านคน และทาง twitter อีกกว่า 26.6 ล้านบัญชี (ณ วันที่ 6 มี.ค. 2019) จากฐานผู้ติดตามที่มากขนาดนี้นี่เอง ทำให้ไม่ว่าเธอจะใช้หรือโพสต์ถึงแบรนด์ใด สินค้าและแบรนด์นั้นมักจะขายดี สินค้าแฟชั่นหลายๆ แบรนด์จึงอยากได้เธอมาช่วยโปรโมตแบรนด์ให้

แหล่งข้อมูล Forbes Billionaires


  • 293
  •  
  •  
  •  
  •  
Tummy
Tummy
เมื่อไหร่ที่หยุดพัฒนาตัวเอง ถึงแม้เราไม่ได้ถอยหลัง แต่โลกก็จะทิ้งเราไว้ข้างหลังและหนีห่างออกไป จนวันหนึ่งเมื่อตื่นมา เราอาจรู้สึกแปลกแยก ... มาเปิดโลกทัศน์ แล้วสนุกกับทุกความเคลื่อนไหวในโลกใบนี้ไปพร้อมกันนะคะ