103.58.148.118

Consumer insight

Ξ Leave a comment

ถึงเวลาแบรนด์ปรับตัว เมื่อ “Big Data” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ FMCG

posted by  1,358 views

fmcg

“Big Data กำลังเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกแห่งการโฆษณา”

ปัจจุบันคนไทยใช้เวลาไปกับ Social Media เฉลี่ยวันละ 6.30 ชั่วโมง และ Gen Y เป็นกลุ่มที่ใช้เยอะที่สุด เฉลี่ยวันละ 7 ชั่วโมง ในส่วนของกิจกรรมบนโลกออนไลน์ คนไทยส่วนใหญ่ 86% เน้นใช้ Social Media ตามมาด้วยการค้นหาข้อมูล 86% และใช้อีเมล 70% เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ก็ทำให้ Big Data เป็นตัวแปรสำคัญในทุกอุตสาหกรรม
ซึ่งวันนี้ Big Data ไม่ใช่คำศัพท์ใหม่ในวงการอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มนักการตลาดที่นำ Big Data มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปต่อยอดในการแข่งขัน ล่าสุด ดันน์ฮัมบี้ (ประเทศไทย) ได้เผยผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก และตลาด FMCG โดยเก็บข้อมูลจาก พฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าปลีกของลูกค้าทั่วประเทศได้มากกว่า 70%

Connect Media 2018 presentation-page-003

Top 7 แพลตฟอร์ม Social Media ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด

Connect Media 2018 presentation-page-005

1. YouTube 97.1%
2. Facebook 96.6%
3. LINE 95.8%
4. Instagram 56%
5. Pantip 54.7%
6. Twitter 27.6%
7. WhatsApp 12.1%

สินค้าที่คนไทยนิยมซื้อออนไลน์มากที่สุด

Connect Media 2018 presentation-page-004

1. เสื้อผ้า และแฟชั่น 44%
2. เครื่องสำอาง 33.7%
3. Mobile/IT 26.5%

ที่น่าจับตามองในเวลานี้คือ กลุ่ม grocery อยู่ในลำดับที่ 9 คิดเป็น 11.2% ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ขยายสาขาย่อยไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็เพิ่มช่องทางออนไลน์ให้ง่ายและสะดวกขึ้น ทั้งนี้ แม้จะมีการซื้อออนไลน์ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังต้องการเห็นสินค้าและซื้อจาก Offline Store เหมือนเดิม ดันน์ฮัมบี้ เผยว่า ในปีที่ผ่านมา Offline Store เติบโตขึ้นกว่า 10% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Connect Media 2018 presentation-page-011

ผลสำรวจระบุว่า มีผู้บริโภคเพียง 0.2% เท่านั้น ที่ซื้อสินค้ากลุ่ม FMCG ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นี่แสดงให้เห็นว่า In Store ยังเป็นจุดที่ปิดการขายได้ แบรนด์ต่างๆ จึงต้องทำชั้นวางหรือหน้าบ้านของตัวเองให้สวย และดึงดูดการตัดสินใจให้ได้ เพราะ 76% ของผู้บริโภค จะตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย

Connect Media 2018 presentation-page-013

Top Category ในกลุ่ม FMCG ที่ผู้บริโภคซื้อออนไลน์ ได้แก่ น้ำดื่ม, นมผง และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม
Top Category ในกลุ่ม FMCG ที่ผู้บริโภคซื้อออฟไลน์ ได้แก่ Health & Beauty, เครื่องปรุงรส และน้ำดื่ม
Top Category ในกลุ่ม FMCG ที่ผู้บริโภคซื้อผ่านทั้งสองช่องทาง ได้แก่ น้ำดื่ม, เครื่องดื่มพร้อมดื่ม, Health & Beauty, ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภัณฑ์ และ กระดาษชำระ

dunnhumby (2)-700

คุณธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ ซื้อออนไลน์, ซื้อจากร้านค้า และซื้อทั้งสองช่องทาง แบรนด์จึงต้องให้ความสำคัญและทำความเข้าใจ DNA ของผู้บริโภค ทั้งช่องทางการซื้อ และขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ

ผลสำรวจระบุว่า กลุ่มที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์เป็นส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีรายได้สูง คิดเป็น 63% ในขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าในร้านส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง คิดเป็น 53% และกว่า 56% เป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าผ่านทั้งสองช่องทางคือ กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง

Connect Media 2018 presentation-page-012

เมื่อลูกค้าแต่ละกลุ่มมีลักษณะและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน Big Data จะมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์การสื่อสารและโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า FMCG ที่ต้องทำออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการทำช่องทางเดียวถึง 43% ยกตัวอย่างเช่น การส่งคูปองส่วนลดให้ลูกค้าทางมือถือ เพื่อนำมาใช้ที่ร้าน ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านสื่ออนไลน์ จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ดี ด้วยคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน Big Data ถือเป็นเครื่องการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นตัวชี้วัดว่ากลุยทธ์การสื่อสารและโฆษณาที่คิดขึ้นมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และยังเป็นแนวทางต่อไปสำหรับแบรนด์ได้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Fayossy

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 7 = twelve

Recent Posts

Facebook