103.58.148.118

Consumer insight

Ξ Leave a comment

5 อันดับ ธุรกิจครองแชมป์ที่ทุ่มโบนัสให้พนักงานมากที่สุดในปี 2560

posted by  2,394 views

bonus (1)

ช่วงใกล้สิ้นเดือนแบบนี้บางคนอาจกำลังสิ้นใจ เพราะเงินเดือนใกล้หมดเต็มที แต่อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ฟ้าหลังฝนดีเสมอ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนพิเศษ เดือนแห่งโบนัสประจำปีนั่นเอง ดังนั้นเราจึงชวนมาดูกันว่าอาชีพไหนจะได้รับโบนัสมากที่สุด 5 อันดับ พร้อมทั้งพฤติกรรมการใช้โบนัส ที่ต้องบอกเลยว่าสามารถนำข้อมูลมาวางแผนชีวิตได้ดีทีเดียว

ล่าสุด JobsDB.com เผย 5 อันดับธุรกิจที่ได้รับโบนัสเยอะที่สุด พร้อมทั้งเปิดผลสำรวจพฤติกรรมว่าพนักงานใช้โบนัสไปกับอะไรกันบ้าง โดยผลสำรวจดังกล่าวได้จากฐานข้อมูลการสมัครงานออนไลน์ มีทั้งพนักงานและผู้ประกอบการตอบแบบสำรวจนี้ถึง 2,342 คน

bonus2

5 ธุรกิจที่ได้รับโบนัสมากที่สุดประจำปี 2560

ธุรกิจที่มีอัตราการจ่ายโบนัส แบบการันตี เฉลี่ยสูงสุด

1.ธุรกิจยานยนต์ โบนัส 2.33 เดือน

2.ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โบนัส 1.31 เดือน

3.ธุรกิจบริการด้านการเงิน โบนัส 1.16 เดือน

4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจจัดเลี้ยง โบนัส 0.89 เดือน

5.ธุรกิจไอที โบนัส 0.86 เดือน

ธุรกิจที่มีอัตราการจ่ายโบนัส แบบพิจารณาตามผลงาน เฉลี่ยสูงสุด

1.ธุรกิจยานยนต์ โบนัส 2.14 เดือน

2.ธุรกิจบริการด้านการเงิน โบนัส 1.96 เดือน

3.ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โบนัส 1.26 เดือน

4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจจัดเลี้ยง โบนัส 1.11 เดือน

5.ธุรกิจไอที โบนัส 0.92 เดือน

นอกจากเรื่องโบนัสแล้ว สิ่งหนึ่งหากไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คือ “พฤติกรรมการใช้โบนัส” หากเดากันเล่น ๆ คงคิดว่าโบนัสซึ่งออกในช่วงท้ายปี ประกอบกับเป็นช่วงที่มีงานเซลเยอะเป็นว่าเล่น โบนัสส่วนใหญ่คงหมดไปกับการซื้อของขวัญอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วคนใช้โบนัสกับการซื้อของขวัญให้ตนเองและผู้อื่นนั่นน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักนำโบนัสไปลงทุนกับหุ้นหรือธุรกิจส่วนตัวที่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม และหมดไปกับการออมเงินซะมากกว่า ดังนั้นมาดูกันว่าพวกเขาแบ่งโบนัสไปทำอะไรกันบ้าง

โบนัสที่พนักงานได้รับ ถูกนำไปใช้อะไรกันบ้าง 2560

1. เก็บไว้เป็นเงินออมเพื่ออนาคต 35%

2.นำไปลงทุน เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ซื้อประกันภัย เป็นต้น 23%

3.นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 21%

4.นำไปซื้อของขวัญให้ตนเองและคนสำคัญ 10%

การใช้โบนัสตามระดับตำแหน่งงาน

1.ผู้บริหารระดับสูง ใช้โบนัสไปกับการลงทุน 38% เก็บไว้เป็นเงินออม 24% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 20% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 9%

2.พนักงานระดับผู้จัดการ ใช้โบนัสไปกับการลงทุน 31% เก็บไว้เป็นเงินออม 28% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 24% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 10%

3.พนักงานระดับหัวหน้างาน ใช้โบนัสเก็บไว้เป็นเงินออม 32% การลงทุน 25% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 25% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 9%

4.พนักงานระดับเจ้าหน้าที่งานผู้เชี่ยวชาญ/ช่างเทคนิค  ใช้โบนัสเก็บไว้เป็นเงินออม 41% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 19% การลงทุน 18% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 11%

การใช้จ่ายโบนัสแต่ละ Generation

1.Baby Boomers (50 ปีขึ้นไป) ใช้โบนัสเก็บไว้เป็นเงินออม 55% การลงทุน 16% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 16% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 12%

2.Gen X (34-49 ปีขึ้นไป) ใช้โบนัสเก็บไว้เป็นเงินออม 38% การลงทุน 26% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 22% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 13%

3.Gen Y (26-33 ปีขึ้นไป) ใช้โบนัสเก็บไว้เป็นเงินออม 33% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 29% การลงทุน 28% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 9%

4.Gen Z (18-25 ปีขึ้นไป) ใช้โบนัสกับการลงทุน 38% เก็บไว้เป็นเงินออม 34% นำไปชำระหนี้และบัตรเคดิต 22% นำไปซื้อของขวัญให้กับตนเองและคนสำคัญ 3%

จากผลสำรวจดังกล่าวยังชี้ให้เห็นอีกว่า การจ่ายโบนัสแบบพิจารณาตามผลงานช่วยให้พนักงานมีความทุ่มเทกับงาน โดยผู้ประกอบการเห็นด้วยกับเรื่องนี้ถึง 70% ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มจะมีการจ่ายโบนัสในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โบนัสมีผลต่อการตัดสินใจในการทำงานในบริษัทอีกด้วย

  • 78% เต็มใจลาออกหากบริษัทอื่นให้โอกาสงานที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโบนัส เงินเดือน การก้าวหน้า รวมถึงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

  • 58% ของพนักงาน กำลังหางานใหม่อยู่เรื่อย ๆ โดยกลุ่มนี้มักมักจะข้อมูลการรับสมัครงาน รวมถึงคุณสมบัติต่าง ๆ เพิ่อพัฒนาตนเอง หากมีงานที่ตรงกับความสนใจก็พร้อมจะเริ่มงานใหม่ได้ทุกเมื่อ

  • 41% พนักงานที่มีความคิดที่จะลาออกและหางานใหม่

อย่างไรก็ตาม โบนัสถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ในการซื้อความสามารถพนักงานเพื่อนำมาร่วมงานกับองค์กร มีพนักงานจำนวนไม่น้อยยอมทำงานจนเกษียณหากพอใจเรื่องโบนัส แต่ถึงอย่างนั้นทางพนักงานเองก็ควรจะมีความกระตือรือร้นในการทำงานด้วย เนื่องจากการพิจารณาโบนัสแบบเห็นตามผลงานจะถูกใช้แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งต่างจากโบนัสแบบการันตีที่ไม่ว่าจะทำมากทำน้อยก็ได้โบนัสเท่าเดิม ส่งผลให้ผลงานขององค์กรประสิทธิภาพลดลง เพราะขาดความทุ่มเท ซึ่งผู้ประกอบการก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ four = 12

Recent Posts

Facebook