สรุปกลยุทธ์ GWM ใน Beijing Auto Show 2026 การตลาดรถยนต์ที่แข่งกันด้วยแพลทฟอร์ม AI

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

งาน Beijing Auto Show 2026 เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และสมกับที่ถูกยกย่องให้เป็นเวทีของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีระดับโลกไปแล้ว โดย หากใครติดตามข่าวสารวงการรถยนต์ก็จะรู้ว่างานในปีนี้ทำให้เราเห็นชัดเจนกว่าปีก่อนหน้ามากๆว่า “แบรนด์รถยนต์จีน” ไม่ได้แข่งขันกันที่ “ราคา” อีกแล้ว แต่ได้ก้าวไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI และการสร้าง Ecosystem ของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว 

Marketing Oops! มีโอกาสเดินทางมาร่วมงานนี้ที่กรุงปักกิ่ง และแน่นอนว่างานในครั้งนี้เราโฟกัสไปที่ทิศทางของ Great Wall Motor (GWM) หนึ่งในยักษ์ใหญ่ที่ประกาศถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมและกองทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

ไปดูกันว่า GWM มีกลยุทธ์อย่างไรเพื่อให้ตัวเองยังเป็นผู้นำระดับโลก ทั้งในแง่ของการตลาด นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ ผ่านการมาโชว์นวัตกรรมใน Beijing Auto Show 2026 ในครั้งนี้

ความยิ่งใหญ่ ของ Beijing Auto Show 2026

ก่อนจะไปดูกลยุทธ์ของ GWM เราอยากฉายภาพความยิ่งใหญ่ของงาน Beijing Auto Show หรือ ปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 19 ในปี 2026 ให้เห็นภาพกันก่อน โดยปีนี้งานมาภายใต้ธีม “Lead the Era, Intelligent Future” และตอนนี้ยกระดับกลายเป็นงานจัดแสดงรถยนต์ EV อย่างสมบูรณ์แบบไปแล้วจริงๆ ภายใต้พื้นที่จัดแสดงระดับ 380,000 ตารางเมตร

สถิติที่น่าสนใจคือ งานปีนี้มีบริษัทยานยนต์และชิ้นส่วนชั้นนำกว่า 2,000 แห่ง จาก 21 ประเทศทั่วโลก กองทัพมีทัพรถยนต์มาจัดแสดงรวมกันจุใจถึง 1,451 คัน มีการเปิดตัวรถยนต์ระดับ World Premiere มากถึง 181 รุ่น และรถ Concept Cars อีก 71 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติใหม่วงการยานยนต์ก็ว่าได้

ความน่าสนใจของงานในปีนี้ก็คือความตื่นตัวของค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่โชว์เทคโนโลยีล้ำๆมาแข่งกัน ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ ซอฟต์แวร์ประมวลผลล้ำยุค และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “AI” ที่ถูกนำมาฝังอยู่ในทุกมิติของการขับขี่แล้วในตอนนี้

แพลตฟอร์ม Guiyuan แพลทฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กลับมาที่กลยุทธ์ของ GWM สิ่งแรกที่น่าสนใจก็คือ การเปิดตัวแพลตฟอร์มกุ้ยหยวน (Guiyuan Platform) ซึ่ง GWM เคลมว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของโลก

ความน่าสนใจในมุมมองธุรกิจคือ แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “One Platform, Multiple Powertrains” ก็คือคือรองรับตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาป (ICE), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ไฟฟ้าล้วน (BEV) ไปจนถึงเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV)

การมีแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นสูงแบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำตลาดระดับ Global ได้ง่ายขึ้น แพลทฟอร์มนี้ยังทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ Coffee EEA 4.0 ที่ทำงานกับ AI ช่วยให้ตอบสนองความต้องการแบบ Personalize ของผู้ขับขี่ได้ด้วย

5 แบรนด์หลัก เจาะทุกเซกเมนต์

Marketing Oops! ได้มีโอกาสร่วมงานแถลงข่าวของ GWM แบบเจาะลึกทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น TANK, HAVAL, POER, ORA รวมถึงเข้าร่วมงานแถลงข่าวและสัมผัสประสบการณ์ WEY V9X อย่างใกล้ชิด

ทำให้เห็นอีกมุมนึงเช่นกันว่า GWM ไม่ได้ขายรถยนต์แล้ว แต่เป็นการขาย “ไลฟ์สไตล์” ผ่านซับแบรนด์ที่ถูกวาง Position มาอย่างดี

TANK: ดุแต่ยังหรู กับปรัชญา Long-termism

ไฮไลท์ของ TANK คือการเปิดตัว All New TANK 700 รถออฟโรดระดับเรือธง ซึ่งเคยได้นำมาโชว์ตัวครั้งแรกในไทยแล้วที่งาน Motor Expo 2024 (พ.ย.-ธ.ค. 2567) ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจคือกลยุทธ์การตลาดที่ GWM เลือกใช้  ที่มี Redundant Designs ซึ่งในภาษาวิศวกรรมคือการออกแบบระบบหรือชิ้นส่วนสำรองเผื่อเอาไว้เผื่อมากกว่าปกติ

พูดให้เห็นภาพคือ หากระบบหลักเกิดขัดข้องหรือเสียหายระหว่างการลุยออฟโรดโหดๆ จะยังมีระบบสำรองทำงานแทนที่ได้ทันทีซึ่ง TANK 700 มีฟังก์ชันความปลอดภัยลักษณะนี้มาให้มากถึง 80 จุดทั่วคัน

แม้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นก็ตาม แต่นี่คือการตลาดแบบ Long-termism ที่เน้นสร้างมูลค่าระยะยาวและความไว้วางใจ (Trust) มากกว่ายอดขายระยะสั้นนั่นเอง สำหรับใครที่รอรุ่นนี้เข้าไทยก็ต้องรอลุ้นกัน

WEY ท้ารบตลาด Luxury SUV โลกด้วย V9X

WEY ประกาศเดินหน้าสู่ตลาดโลกเต็มตัว โดยมี WEY V9X เป็นเรือธง ด้วยขุมพลัง 2.0T Super Hi4 เร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 วินาที

จุดเด่นของ WEY คือ สามารถเลี้ยวล้อหลังได้ ทำให้วงเลี้ยวแคบไม่ถึง 5 เมตร การวางตำแหน่งของ WEY คือการเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่ารถยุโรปราคาแพง โดยให้ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และความหรูหราระดับ First-class เช่น เบาะ Zero-gravity พร้อมระบบนวด 22 จุด นั่นเอง

HAVAL เจาะกลุ่มครอบครัวสายลุยด้วย Menglong PLUS

ตลาดรถช่วงนี้รถยนต์สไตล์ Boxy SUV ที่กำลังมาแรง และ HAVAL ก็ส่ง Menglong PLUS รุ่น 7 ที่นั่ง มาตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ชอบทำกิจกรรม Outdoor

กลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการ “ไม่กั๊ก” โดยให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Hi4 เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถ SUV ระดับราคาไม่เกิน 2 แสนหยวน ว่ารถครอบครัวสายลุยก็ต้องปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน

POER 30 ปีรถกระบะ กับกลยุทธ์ Co-creation

ในวาระครบรอบ 30 ปีของรถกระบะ GWM ได้เปิดตัว POER Hi4-T กระบะไฮบริดที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ วิ่งไฟฟ้าได้ไกล และมีระบบจ่ายไฟภายนอก 6kW ที่ตอบโจทย์คนทำธุรกิจสตาร์ทอัพ เกษตรกรรมยุคใหม่ และสายแคมป์ปิ้ง

แบรนด์ POER ยังมีกลยุทธ์ “Co-creation” ที่ดึงเอาผู้เชี่ยวชาญ เช่น แชมป์ตกปลา มาร่วมออกแบบกระบะรุ่นพิเศษสำหรับสายตกปลาโดยเฉพาะ นี่คือการทำ Niche Marketing ที่เจาะลึกและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้นั่นเอง

ORA พลิกเกมตลาด B-SUV ด้วย ORA 5

ปิดท้ายกันที่แบรนด์ขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง ORA แน่นอนว่าในงาน Beijing Auto Show 2026 ครั้งนี้ ORA ก็ได้นำ GWM ORA 5 มาจัดแสดงด้วยเช่นกัน โดยรุ่นที่นำมาโชว์ในงานคือเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน (EV) พวงมาลัยซ้าย ซึ่งเป็นรุ่นที่เคยเปิดตัวในจีนไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่ต้องขีดเส้นใต้หนาๆ ในมุมกลยุทธ์ระดับ Global ก็คือ GWM ให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะไทยมากๆ ถึงขั้นให้สิทธิ์ประเทศไทยจัด World Premiere เปิดตัวรุ่นพวงมาลัยขวาและรุ่น HEV เป็นครั้งแรกในโลกไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นี่คือ กลยุทธ์ Multi-Powertrain ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในบ้านเราแบบตรงจุด ถือเป็นการฉีกภาพจำเดิมๆ ของแบรนด์ที่เป็น EV 100% และมอบทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้นนั่นเอง

หลังบ้านที่แข็งแกร่ง R&D และพลังงานแห่งอนาคต

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์ การแถลงข่าวยังเจาะลึกไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเบื้องหลัง เช่น การพัฒาระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ที่ผลิตชิ้นส่วนหลักในประเทศเอง 100% และการลงทุนมหาศาลในห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม  รวมถึงสนามทดสอบที่มีลู่วิ่งวนความเร็วสูงยาวกว่า 7.2 กิโลเมตร สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า GWM ก้าวจากผู้ผลิตรถยนต์ไปสู่การเป็น Tech Company ที่มี R&D ระดับโลกแล้ว

โดยสรุปแล้ว งาน Beijing Auto Show 2026 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า GWM กำลังก้าวข้ามขีดจำกัด ไปสู่การสร้างแพลตฟอร์ม AI ผสมเข้ากับความแข็งแกร่งของวิศวกรรมยานยนต์ และกลยุทธ์การตลาดที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคผ่านทั้ง 5 แบรนด์ย่อย สิ่งเหล่านี้คือส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ GWM ไม่ได้เป็นแค่ผู้นำในจีน แต่เป็น “Global Flagship” ที่พร้อมท้าชนทุกค่ายในตลาดโลกได้แบบไม่กลัวใครนั่นเอง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •