
ในอนาคต AI จะมีบทบาทเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยรายงานภาพรวมธุรกิจในทุกๆ วัน และเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ช่วย AI จะกลับมารายงานผลยอดขายที่เกิดขึ้นในขณะที่กำลังหลับพักผ่อน ทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รอรับคำสั่ง แต่พร้อมขยับหน้าที่มาเป็น “ผู้ช่วย” ที่พร้อมช่วยคิดวางแผน และลงมือทำงานแทนก่อนที่จะพิมพ์ออกคำสั่ง สิ่งเหล่านี้กลุ่ม SCBX กำลังดำเนินการทรานส์ฟอร์มตัวเองสู่การเป็น “AI-First Company” อย่างเต็มตัว
โดยการเปิดเผยรายงาน SCBX AI Outlook ครั้งที่ 3 ภายใต้ธีม The Age of Abundant Intelligence หรือยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์อันอุดมสมบูรณ์ชี้ให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า กลุ่ม SCBX กำลังเตรียมพร้อมเพื่อให้ AI กลายเป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวของทุกคน
ย้อนเวลาวางหมากปักธง AI-First ของ SCBX
หากย้อนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านของกลุ่ม SCB ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer SCBX และ CEO ของ SCB 10X ได้สรุปภาพให้เห็นภาพ 3 ช่วงเวลาสำคัญที่แบ่งโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อย่างชัดเจน

- ช่วงก่อนและหลังเกิด SCB Easy: แม้ว่า SCB จะไม่ใช่ธนาคารแรกที่กระโดดเข้าสู่สมรภูมิ Mobile Banking แต่การเปิดตัวแอปฯ SCB Easy ได้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยน โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 16 ล้านราย ส่งผลให้กลายเป็นศูนย์กลางในการส่งมอบบริการและเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานหลังบ้านของธนาคาร
- การปรับโครงสร้างสู่ยานแม่ SCBX: การเปิดตัวยานแม่ใหม่อย่าง SCBX จากเดิมที่ตัวธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ของบริษัทต่างๆ ในเครือ โดย SCBX ไม่ได้อยู่ในฐานะของธนาคารแต่อยู่ในฐานะ “บริษัทเทคโนโลยี” (Tech Company) ที่มีบริษัทลูกมากกว่า 20 บริษัท
- วันนี้และวันข้างหน้า: ในช่วงเวลาปัจจุบันคือช่วงของการเปลี่ยนผ่านองค์กรทั้งหมด โดยมี AI เป็นหัวใจหลัก โดย AI ในวันนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่เรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป เพราะ AI กลายเป็นเรื่องของการสร้างประสบการณ์และมูลค่าใหม่ให้กับผู้บริโภค

การปรับธุรกิจมาสู่ AI-First Company ของ SCBX จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ธุรกิจใน 4 มิติหลัก ทั้งในเรื่อง
- Customer Experience: โดย AI จะเข้ามาช่วยให้ผู้บริโภคไม่ต้องอารมณ์เสียเวลาโทรหา Call Center หรือพนักงานไม่ต้องเดาความต้องการของผู้บริโภคเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด
- Efficiency: โดย AI จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติสินเชื่อจากที่เคยใช้เวลา 2 สัปดาห์ ให้เหลือเพียง 2 นาที เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็ว
- Risk Management: โดย AI จะทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของพนักงานหน้างานแบบ 100% จากเดิมที่ต้องใช้วิธีสุ่มตรวจ รวมถึงการดักจับธุรกรรมต้องสงสัย เช่น บัญชีม้าและการทุจริต (Fraud) ได้อย่างแม่นยำ
- New Growth: โดย AI จะเข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ
ความฉลาดของ AI ที่หาได้ง่ายบนระบบ Harness
ด้าน ดร.ทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์ Head of R&D SCBX ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความฉลาดของ AI กลายเป็นสิ่งที่ได้ง่ายและมีให้เลือกมากมาย เมื่อย้อนกลับไปในอดีตเป็นช่วงเวลาที่ไม่ต่างไปจากช่วงที่มนุษยชาติค้นพบกระแสไฟฟ้าเมื่อร้อยปีก่อน ส่งผลให้ขยายขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ไปอย่างไม่มีขีดจำกัด โดย AI ได้ขยับสถานะตัวเองจากแค่ Chatbot ธรรมดากลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานได้จริง

ความลับคือสิ่งที่เรียกว่า “Harness” ระบบควบคุมและเชื่อมต่อหลายๆ AI เข้าด้วยกัน หากเปรียบ AI อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude เปรียบเสมือน “สมอง” ที่ชาญฉลาด คิดและวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่ด้วยระบบ Harness จะช่วยให้สมองนั้นฉลาดมากยิ่งกว่าเดิม แถมยังสั่งสมองอื่นๆ ให้ทำตามคำสั่งได้ด้วย ผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญหลักทั้ง
- Tools: เครื่องมือที่ช่วยให้ AI สามารถดึงข้อมูลภายนอก เขียนโค้ด หรือสั่งการระบบอื่นๆ ได้
- Memory: สามารถจำแนกและจดจำได้ว่าผู้ใช้งานเป็นใคร และเคยทำอะไรไปแล้วบ้าง
- Workflow: ด้วยการกำหนดบทบาทหน้าที่และกระบวนการตัดสินใจ โดยมีมนุษย์คอยกำกับดูแลในจุดที่สำคัญ

สิ่งที่ทำให้ AI เหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของธุรกิจ นั่นเพราะมูลค่าของ “Token” เปรียบเสมือนเม็ดเงินตราในโลก AI ที่ใช้จ่ายเพื่อแลกกับความฉลาดและการประมวลผลข้อมูล กำลังมีราคาถูกลงอย่างมหาศาล โดยมีการคำนวณว่าในปัจจุบันต้นทุนของ Token ที่มีความฉลาดเทียบเท่ากับระดับนักศึกษาปริญญาเอก จะมีราคาถูกลงถึง 900 เท่าต่อปีและอาจลงได้มากกว่าจากการแข่งขันที่ดุเดือดของค่ายเทคโนโลยีทั่วโลก หมายความว่าต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดไหนก็สามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยี AI ในราคาที่เข้าถึงได้
กลยุทธ์ Typhoon ปูพรมสู้ศึก Sovereign AI
แม้ว่าการเข้าถึง AI ระดับโลกอาจไม่ใช่ปัญหาในเวลานี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมากเกินไป หากวันหนึ่งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงบริการหรือเปลี่ยนนโยบายการใช้งาน ธุรกิจในประเทศอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดแนวคิดเรื่อง “Sovereign AI” หรืออธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ของชาติ ที่กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศ

สำหรับประเทศไทย SCB DataX ได้พัฒนาโมเดลภาษาไทยขึ้นมาในชื่อ “ไต้ฝุ่น” (Typhoon) เพื่อสร้างเสรีภาพและโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเน้นตอบโจทย์ 4 เรื่องสำคัญอย่าง
- ราคา: ด้วยการพัฒนา “Typhoon OCR” ที่มีราคาถูกกว่าในตลาดถึง 40%-60% ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแปลงข้อมูลภาพและกระดาษเป็นข้อมูลดิจิทัลได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงมาก
- ภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น: การสร้าง “Typhoon Isan (ไต้ฝุ่น อีสาน)” เพื่อรองรับภาษาถิ่น ช่วยสร้างความเท่าเทียมและการเข้าถึงบริการทางการเงินและการสื่อสารให้กับประชากรที่ไม่ได้ใช้ภาษากลางเป็นหลัก
- ปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ: การพัฒนา “Typhoon ASR (Speech-to-Text)” และ “TTS (Text-to-Speech)” แบบ Real-time ช่วยให้สามารถโต้ตอบผ่านเสียงมีความลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และเข้าใจน้ำเสียงแบบไทย ที่จะถูกนำไปพัฒนาสู่ “Conversational Banking” จากเดิมที่ต้องพิมพ์เพื่อสั่ง AI สู่การพูดคุยสนทนาเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งฝากถอนโอนเติมจ่าย
- ข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐาน: ด้วยการพัฒนาโมเดลขนาดเล็กอย่าง “Typhoon 2.5” ช่วยให้สามารถประมวลผลได้โดยตรงบนอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้บริโภค แม้ในยามที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่น บนเครื่องบิน หรือพื้นที่ห่างไกล
เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของ Agentic Commerce
ความก้าวหน้าของ AI ไม่เพียงปรับปรุงระบบหลังบ้าน แต่กำลังปฏิวัติวิธีคิดของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดย คุณพิทวัส ทวีกิจวรชัย Research Scientist SCB DataX ได้เสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า “Just-in-Time Software”

จากเดิมที่ในอดีต เวลาที่ต้องการซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันอะไรสักอย่าง ต้องส่งคำขอไปยังฝ่ายไอทีหรือจ้างนักพัฒนาเขียนโปรแกรมขึ้นมาโดยใช้เวลาเป็นเดือน แต่ในอนาคตอันใกล้ซอฟต์แวร์จะถูกสร้างขึ้นได้ทันทีในช่วงวินาทีที่ต้องการ แค่เอ่ยปากบอกว่าอยากได้ Dashboard แบบไหน AI จะเขียนโค้ดและสร้างซอฟต์แวร์นั้นขึ้นมาทำงานให้เสร็จสิ้นแล้วทำลายตัวเองไปเมื่อเสร็จงาน
นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Agentic Commerce & Agentic Payment” เมื่อระบบการเงินเปลี่ยนมือให้ AI Agent ที่กำลังจับจ่ายใช้สอยและโอนเงินแทนหรือช่วย AI ค้นหาสินค้าที่ดีที่สุด เปรียบเทียบราคา สั่งซื้อ และจ่ายเงินผ่านกระบวนการที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของระบบธนาคารยุคใหม่จะถูกออกแบบมารองรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นจาก Machine-to-Machine เหล่านี้
จินตนาการภาพฝันสู่ผู้ช่วย AI ที่เป็นจริง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ SCBX คือ การก้าวข้ามขีดจำกัดการแบ่งกลุ่มผู้บริโภค จากเดิมที่อาจแบ่งกลุ่มผู้บริโภคตามรายได้หรือยอดเงินฝาก แต่ในยุคที่ AI มีความฉลาดสามารถมองเห็นผู้บริโภคหลายแพลตฟอร์มเป็นผู้บริโภคเพียงรายเดียวหรือที่เรียกว่า “Segment of One” เพื่อให้เห็นภาพการทำหน้าที่ของ AI ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล มีการยกตัวอย่าง 3 สถานการณ์จริงที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
- โอนเงินออมทันที: เมื่อ AI ตรวจพบว่ามียอดเงินคงเหลือในบัญชีสูงกว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายปกติ และไม่มีกำหนดการชำระบิลใดๆ ในอีก 10 วันข้างหน้า ระบบจะทำการสรุปยอดเงินในบัญชีมาให้ พร้อมทั้งเตรียมโอนเงินจำนวนนั้นไปลงทุนที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก โดยสุดท้ายเจ้าของบัญชีจะต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามที่ AI แนะนำหรือไม่ กระบวนการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลานั่งคำนวณเงินคงเหลือหรือล็อกอินเข้าระบบซื้อขายกองทุนด้วยตัวเอง
- หาโอกาสลดภาระหนี้: สำหรับคนมีหนี้ ดอกเบี้ยที่ผันผวนมักสร้างความกังวลใจอยู่เสมอ แต่ที่ปรึกษา AI จะคอยตรวจสอบหากพบว่า อัตราดอกเบี้ยมีการปรับลดลง หรือชำระค่างวดตรงเวลาจนรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ AI จะคำนวณว่าจะต้องแต่ละเดือนลดลงเท่าไหร่ ประหยัดได้เท่าไหร่ พ้อมทั้งแจ้งเตือนและจัดทำเอกสารพร้อมยื่นทันที หากกดปุ่ม “อนุมัติยื่นคำขอ” ระบบจะส่งเรื่องไปยังแผนกพิจารณาสินเชื่อให้ทันที
- ผู้ช่วยวางแผนการใช้จ่าย: โดย AI จะตรวจสอบเป้าหมายในการเก็บเงิน หากมีพฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย AI จะเตือนด้วยการสื่อสารผ่านเสียงธรรมชาติ พร้อมวิเคราะห์พฤติกรรมเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ว่างไว้ เพื่อให้แผนการเงินยังคงเดินหน้าไปตามเป้าหมายเดิม หรือหากต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ AI จะทำการตรวจสอบเงินในบัญชีและหาโอกาสทางเลือกอื่นในการบรรลุเป้าหมาย เช่น สินเชื่อต่างๆ พร้อมคำนวนระยะเวลาที่ต้องผ่อนชำระ
โดยทั้งหมดนี้ AI จะใช้เสียงในการโต้ตอบทุกกระบวนการ ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องพิมพ์คำสั่ง ทุกอย่าง AI จะทำการตรวจสอบและประมวลผล พร้อมทำดำเนินการโดยอัตโนมัติและสื่อสารผ่านเสียงพูด ช่วยให้ AI ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้นและสร้างประสบการณ์ AI ที่แตกต่างไปจากเดิม จนอาจถึงขั้นมองเป็นเพื่อนสนิทที่คอยใส่ใจสุขภาพทางการเงิน

AI ทุกวันนี้เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น การนำ AI มาใช้เพิ่มมูลค่าหรือสร้างประสบการณ์ใหม่คือมุมมองที่ธุรกิจควรปรับภาพลักษณ์ของ AI ไม่ใช่การมองเพียง AI จะเข้ามาแย่งงานคนธุรกิจหรือใครก็ตามที่ได้เริ่มทดลองใช้ ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และมองหาโอกาสจาก AI ได้ก่อน จะช่วยทำให้สามารถก้าวข้ามผ่านโลกยุค AI ที่กำลังเปลี่ยนผ่านโลกใบนี้อย่างแท้จริง
