ส่องความพร้อมรองรับ Humanoid ในภาคผลิตของไทยที่ความต้องการกำลังเพิ่มสูงขึ้น

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หากพูดถึง Physical AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด เช่น เครื่องปรับอากาศที่มีเซนเซอร์ตรวจสอบอุณหภูมิ เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับจุดที่มีอุณหภูมิสูงจะทำการเป่าลมเย็นไปที่จุดนั้น หรือหากมีจุดอุณหภูมิสูง 2 จุดอยู่ห่างจากกัน ระบบจะทำการปรับทิศทางองศาลมเพื่อเป่าลมเย็นไปยังจุดที่มีอุณหภูมิสูงทั้ง 2 จุด หรือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีเซนเซอร์ในการตรวจจับทำงานร่วมกับกล้อง ทำให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีสิ่งสกปรกแล้วทำความสะอาดได้ทันที

แต่หากพูดถึงหุ่นยนต์ที่ตอนนี้หลายคนพุ่งเป้าไปที่ Humanoid คงต้องนึกถึง “ภาคอุตสาหกรรมการผลิต” ที่ในปัจจุบันมีการใช้แขนกลเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงมีการใช้หุ่นยนต์ในบางอุตสาหกรรม แล้วในความเป็นจริงอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยพร้อมที่จะรองรับ Physical AI หรือยัง วันนี้เราจะพาเดินชมงาน Manufacturing Expo 2026 อาจเรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมเครื่องจักรหุ่นยนต์ แขนกลและระบบ Automation

 

Physical AI เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้วหรือยัง

หากหมายถึง Physical AI ที่มีขนาดเล็กสามารถนำมาใช้ในบ้านได้คงต้องบอกว่ามีอย่างมากมาย แต่ถ้าเป็น Physical AI ขนาดใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหนักอย่างการผลิต ต้องบอกว่า “ยังไม่มี” จากที่เดินทั่วงานชนิดแทบจะทุกบูธที่มีหุ่นยนต์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นหุ่นยนต์ในรูปแบบป้อนคำสั่ง ทั้งแขนกล หุ่นยนต์ขนส่ง หรือแขนกลต่างๆ ยังคงเป็นรูปแบบที่ต้องใช้การป้อนคำสั่งโดยมนุษย์และจะทำงานตามที่กำหนดเท่านั้น

แต่จากการสอบถามผู้ประกอบการแล้วพบว่า Physical AI อาจจะยังไม่เข้ามาในเร็ววันนี้ เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ทำให้หลายอุตสาหกรรมยังไม่มีความพร้อม ทั้งตัวสถานที่ ความพร้อมด้านบุคลากรในการดูแลระบบ และรูปแบบงานที่จะให้ Physical AI เข้าไปเดำเนินการ

ทำให้เครื่องจักรและหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเครื่องมือในรูปแบบ Automation เป็นหลัก แม้จะมีเซนเซอร์และกล้องเข้ามาช่วย แต่ก็อยู่บนพื้นฐานการสั่งงานและออกคำสั่งจากมนุษย์ อย่างเช่นหุ่นยนต์ขนส่งในโรงงาน โดยทีมงานจะทำการกำหนดพื้นที่ (Mapping) พร้อมทั้งระบุจุดรับของและกำหนดจุดส่งสินค้า โดยหุ่นยนต์สามารถเลือกเส้นทางการเดินทางได้เอง ด้วยการใช้กล้องผสานกับเซนเซอร์ในการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเพื่อหาเส้นทางที่มีอุปสรรคน้อยที่สุด

 

ความต้องการ Humanoid ในไทยสูงขึ้น

ถึงอย่างนั้นผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องจักรหลายรายต่างก็ยอมรับว่า อุตสาหกรรมการผลิตของไทยจำนวนมากเริ่มมีคำสั่งซื้อ Humanoid เข้ามาไว้ในโรงงาน อย่างไรก็ตามผู้นำเข้ายังไม่สามารถทำตามคำสั่งซื้อเหล่านั้นได้ โดยให้เหตุผลว่า

ในโลกการพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid แบ่งได้ออกเป็น 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งสหรัฐฯ และฝั่งจีน ซึ่งทั้งคู่ทำออกมาได้อย่างดี แต่ต้องยอมรับว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้หุ่ยนต์ Humanoid มีศักยภาพและทำให้เกิดความต้องการสูงนั่นคือ “มือ” ที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถจับของหรือถือยกได้เหมือนกับมือของมนุษย์ ทั้งองค์ประกอบของนิ้ว ฝ่ามือ ข้อมือ ล้วนเป็นข้อต่อสำคัญที่ทำให้การยึดจับสิ่งของสามารถทำได้ใกล้เคียงมนุษย์

โดยผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องจักรยอมรับว่า ฝั่งสหรัฐฯ ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างมือได้ดีกว่าทางฝั่งจีน ในขณะที่ทางฝั่งจีนแก้ไขด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างจุ๊บดูด คีมคีบ หรือสามขา มาใช้ทดแทนมือ ซึ่งสามารถหยิบจับ บกของได้เหมือนมือ แต่จะยึดจับได้ไม่ละเอียดเท่าโครงสร้างมือที่สามารถกำหนดแรงแต่ละนิ้วได้ หรือต้องการใช้ข้อมือช่วยในการยกของ รวมไปถึงการเสริมแรงยกด้วยฝ่ามือ

 

โอกาสของ Humanoid ในโรงงานไทย

เมื่อถามถึง Pain Point ของอุตสาหกรรมไทยที่มีต่อหุ่นยนต์ในปัจจุบันพบว่า หลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบเพื่อใช้ในงานที่มีความหลากหลาย เช่น ในโรงงานประกอบชิ้นส่วน จำเป็นต้องมีหุ่นยนต์ในการเชื่อมเหล็ก แล้วส่งให้หุ่นยนต์ขนส่งชิ้นงานไปแผนกอื่น และต้องใช้หุ่นยนต์อีกตัวในการหยิบชิ้นงานเข้ามาประกอบ ทำให้เห็นว่าเพียงสายการผลิตเดียวอาจต้องใช้หุ่นยนต์มากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป

แล้วถ้าหากเป็น Humanoid สิ่งแรกที่เห็นความแตกต่างได้ชัด คือ Humanoid มีขาหรือบางตัวอาจเป็นล้อสามารถย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยไม่ต้องมีเส้นไกดไลน์เพียงกำหนดจุดต้นทางและจุดปลายทาง หุ่นยนต์จะเดินโดยอาศัยสิ่งแวดล้อมตัวและคิดแก้ปัญหาหากถูกขัดขวางเส้นทาง ทั้งการหยุดเพื่อหาเส้นทางใหม่ หรือการเดินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ผ่านการ Learning

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ Humanoid มีมือ สามารถหยิบจับได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะสิ่งนั้นชำรุด ด้วยเซนเซอร์ที่อยู่ในมือสามารถกำหนดแรงกดแรงบีบได้ตามวัสดุที่อยู๋ในมือ โดยกระบวนการนี้จะทำงานพร้อมกับกล้องและระบบ AI ที่วิเคราะห์และประมวลผลว่า วัสดุนั้นมีความเปราะบางระดับไหนและต้องใช้แรงจับที่เท่าไหร่ ซึ่งนั่นหมายความว่า Humanoid ตัวเดียวสามารถทดแทนหุ่นยนต์ได้อย่างน้อย 2-3 ชนิด

แม้ในวันนี้เราจะยังไม่เห็น Physical AI เต็มรูปแบบในประเทศไทย ซึ่งผู้ประกอบการนำเข้าคาดการณ์ว่าไม่เกิน 5 ปีนี้ Humanoid จะเดินเต็มโรงงานในประเทศไทย ถึงอย่างนั้นบางโรงงานในไทยเริ่มนำระบบ AI ทำงานผสานกับหุ่นยนต์ ทำให้เกิดเป็น Physical AI เสมือน โดยหุ่นยนต์จะทำตามการสั่งงานของ AI แต่ไม่สามารถ Learning ได้เอง ต้องให้มนุษย์เป็นผู้ Prompt การ Lerning เข้าไปทุกครั้งที่ต้องการให้หุ่นยนต์ฉลาดขึ้น

อีกไม่นาน Physical AI จะกลายเป็นอนาคตอย่างแน่นอน


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา
CLOSE
CLOSE