15 อินไซต์ ‘Instagram’ คนไทยส่ง ‘Reels’ แทนคำคิดถึง พร้อมโอกาสใหม่ ‘ครีเอเตอร์-แบรนด์’ เชื่อมต่อ Content – Community – Commerce

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Instagram

ปัจจุบัน Instagram” หรือเรียกติดปากว่า “IG” ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับโพสต์และแชร์รูปภาพหรือวิดีโอเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญของโลกดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้คน ครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ วัฒนธรรม การค้นพบแบรนด์และสินค้า ไปจนถึงพฤติกรรมการซื้อขาย โดยปัจจุบัน Instagram มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคนต่อวัน และ 3,000 ล้านคนต่อเดือน

ล่าสุด คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta และ คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta ได้เปิดอินไซต์และพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงโอกาสของครีเอเตอร์และแบรนด์บนแพลตฟอร์ม Instagram

 

สำรวจอินไซต์ผู้ใช้งาน Instagram ในไทย

1. Instagram กลายเป็น “The NOW Big Thing” และมีบทบาทด้าน “Commerce” สูงขึ้น

Instagram ไม่ใช่แค่เทรนด์ในอนาคตที่ทุกคนกำลังจับตามอง หรือ “The Next Big Thing” แต่ได้กลายเป็น “The NOW Big Thing” หรือพลังขับเคลื่อนกระแสในปัจจุบันและกลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่ขาดไม่ได้ของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง โดยพบว่า

  • 65% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยใช้ Instagram ในแต่ละเดือน

นอกจากนี้Instagram มีบทบาทด้านคอมเมิร์ซสูงขึ้น พบว่า Partnership Ads (ฟีเจอร์ที่อนุญาตให้แบรนด์นำคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ไปยิงโฆษณา) พบว่า

  • รายได้จาก Partnership Ads เติบโตสูงถึง 2 เท่า จาก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • คนใช้เวลาไปกับ Instagram Reels เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ผู้บริโภคถึง 70% ใช้งาน Instagram Direct Message (DM) เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า

Social Media

 

2. คนไทยใช้งานโซเชียล มีเดียแบบ “Multi-app

ผู้บริโภคไทยมีพฤติกรรมการใช้งานแบบหลายแอปฯ พร้อมกัน (Multi-App)

  • คนไทยเป็นผู้ใช้งาน Multi-app สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79%
  • 60% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยใช้งานทั้ง Facebook และ Instagram ควบคู่กัน
  • 94% ของผู้ใช้งาน Instagram รายเดือนในประเทศไทย ก็ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกวันหรือทุกเดือน
  • ครีเอเตอร์ และแบรนด์/ธุรกิจสามารถใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มเพื่อ connect และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. ผู้ใช้ Instagram ไม่ใช่แค่พื้นที่ของ Gen Z แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มของคนหลากหลายเจนเนอเรชัน (Cross-generation)

Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่มีสัดส่วนผู้ใช้งาน Gen Z มากสุด แต่นอกจากได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z แล้ว ปัจจุบันพบเทรนด์สำคัญ คือ เป็นแพลตฟอร์มที่มีผูใช้งานหลากหลายเจนเนอเรชัน (Cross-generation User) ทั้ง Gen Y, Gen X, Baby Boomer

  • Gen Z: 80%
  • Millennials: 61%
  • Gen X: 58%
  • Baby Boomers: 64%

Social Media

 

4. มีกลุ่มผู้ใช้ Instagram-only ที่ใช้แพลตฟอร์มเดียว

  • 24–28% ของผู้ใช้งาน Instagram ที่ Active เป็นประจำทุกวัน เลือกใช้งาน Instagram แพลตฟอร์มเดียว
  • ในมุมของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารผ่าน Instagram สามารถทำการตลาดและการสื่อสารเจาะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่ม Instagram Only ได้โดยตรง ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ไม่กระจายไปยังแพลตฟอร์มอื่น

 

5. คนไทยใช้ IG เพื่อโพสต์/แชร์รูปวิดีโอมากสุด พร้อมใช้ติดตามและค้นหาข้อมูลแบรนด์สินค้า

ผู้ใช้งาน Instagram มีวัตถุประสงค์ใการใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการสร้างคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล และการสื่อสาร โดยมีสัดส่วนดังนี้

  • อันดับ 1: โพสต์/แชร์รูปภาพหรือวิดีโอ (61%)
  • อันดับ 2: ติดตามและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ (50%)
  • อันดับ 3: ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโลก (49%)
  • อันดับ 4: ส่งข้อความหาเพื่อนและครอบครัว (46%)
  • อันดับ 5: ค้นหาคอนเทนต์ตลกและความบันเทิง (41%)

 

6. จาก Passive Scrolling สู่ “Active Discovery

ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเลื่อนฟีดแบบผ่าน ๆ (Passive Scrolling) ไปสู่การค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างจริงจัง (Active Discovery) ดังนั้นธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องกลับมาทบทวนวิธีสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์

Social Media

 

7. รู้จักพฤติกรรม “Digital Pebbling” ส่ง “Instagram Reels” แสดงความใส่ใจ ห่วงใย และแทนคำคิดถึง

แม้การค้นหาคอนเทนต์ใหม่ ๆ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์บน Instagram แต่พฤติกรรมการเชื่อมต่อของผู้คนกำลังเปลี่ยนไปสู่ “พื้นที่ที่เป็นส่วนตัว” มากขึ้น พบว่า

Instagram Reels วิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2566 และสอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ผู้ใช้งานใช้งานใช้เวลามากกว่า 50% บนแพลตฟอร์มไปกับการดู Reels

ที่สำคัญคือ Reels ไม่ได้เป็นเพียงคอนเทนต์เพื่อการรับชม แต่ยังเป็น จุดเริ่มต้นของการสนทนาส่วนตัวโดยพบว่า

  • 85% ของคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram Direct Message คือ Reels

ผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2025 ของ Meta ได้นิยามพฤติกรรมการส่ง Reels ผ่าน IG Direct ว่า “Digital Pebbling” เปรียบเหมือนนกเพนกวินที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน ซึ่งหมายถึงการส่งคอนเทนต์ให้กันเพื่อแสดงความใส่ใจและความผูกพัน

ในบริบทของประเทศไทย เทรนด์ระดับโลกนี้สะท้อนผ่านพฤติกรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากแทนที่ผู้ใช้งานชาวไทยจะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ในรูปแบบข้อความทั่วไป แต่เลือกที่จะแสดงความใส่ใจและรักษาความสัมพันธ์ด้วยการส่ง “Reels” ส่วนตัว เช่น คลิปตลก ๆ สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกันตรงไปยังกลุ่มคนสนิท

การแชร์อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวเช่นนี้ ได้กลายมาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่ทรงพลังที่สุดสำหรับครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มในปัจจุบัน

Social Media

 

โอกาส “ครีเอเตอร์” เข้าถึงผู้ใช้งาน และโมเดลสร้างรายได้

นอกจากอินไซต์ผู้ใช้งานแล้ว ในฝั่ง “ครีเอเตอร์” พบว่าปัจจุบัน Instagram เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ครีเอเตอร์ใช้ในการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งความสำเร็จของครีเอเตอร์ ไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้ติดตาม หากแต่ยังรวมถึงคุณภาพและคุณค่าของคอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และความน่าเชื่อถือ ตลอดจนการต่อยอดเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์ โดย Meta ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับครีเอเตอร์ และเครื่องมือที่น่าสนใจดังนี้

8. ผู้บริโภคชอบติดตามคอนเทนต์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดัน “Expert Creator” โต

ผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ระบุว่า 81% ของผู้บริโภคมองว่า “ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” (Expert Knowledge) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่พวกเขามองหาในตัวครีเอเตอร์

สิ่งนี้ได้ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเป็น “สาย” ที่โดดเด่นบน Instagram ที่ซึ่งคอมมูนิตี้ที่มีความหลงใหลร่วมกันจะรวมตัวรอบตัวครีเอเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม เช่น สายบิวตี้ สายกิน และสายการลงทุน

Social Media

 

9. Algorithm Instagram ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของคอนเทนต์” มากกว่ากว่ายอดผู้ติดตาม

เมื่อผู้บริโภคชอบติดตามครีเอเตอร์และคอนเทนต์ที่ให้ความรู้-ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งนำหน้าความตลก ความใกล้ชิดเข้าถึงง่าย หรือแม้แต่ความโด่งดัง

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงและมีความเฉพาะกลุ่ม Algorithm ของ Instagram จึงให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของคอนเทนต์” (Content Merit) มากกว่าจำนวนผู้ติดตาม ช่วยให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่สามารถสร้างยอดการรับชมได้หลักล้านตั้งแต่การโพสต์ Reels ในช่วงแรก ๆ

 

10. Reel และ Algorithm ทลายกำแพงพรมแดน กระจาย Culture & Content มาแรงในไทยสู่ระดับสากล

อีกหนึ่งบทบาทของ Instagram คือ ช่วยกระจายคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ รวมทั้งกระแส Culture, Sub-culture ที่มาแรงในไทยไปสู่ Audience ในต่างประเทศ​ เช่น

  • กระแสที่มาแรงในไทยอย่าง BoyLove Content และ T-Pop Content สามารถสร้างฐานแฟนคลับในต่างประเทศที่เหนียวแน่น ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกาผ่านทาง Reels และด้วยความที่ Algorithm ของ Instagram ให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่มีการตอบรับที่ดีโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

Instagram

 

11. เครื่องมือสนับสนุนครีเอเตอร์

Instagram เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสำหรับครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการเติบโตบนแพลตฟอร์ม เช่น

  • Edits App: แอปฯ ตัดต่อวิดีโอแบบ standalone ทำหน้าที่เป็น creative studio แบบ end‑to‑end ช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานแล้วใน 25 ประเทศ มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 7 ล้านครั้ง
  • AI Reels Translations: ช่วยแปลเสียงพูดแบบอัตโนมัติ พร้อมปรับการขยับริมฝีปากให้ตรง (Lip-Sync)
  • Trial Reels: ฟีเจอร์สำหรับทดลองคอนเทนต์วิดีโอ Reels ไปยังกลุ่ม Non-follower ก่อน เปรียบเสมือนการทำ A/B Testing เพื่อพัฒนาไอเดียและวัดผลประสิทธิภาพก่อนเผยแพร่จริง

 

12. โมเดลสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์

Instagram กำลังเดินหน้าลงทุนทั้งในด้านเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ชาวไทยสามารถเปลี่ยนคอมมูนิตี้ให้เป็น “อาชีพ” ได้อย่างแท้จริง เช่น

  • Partnership Ads: รูปแบบโฆษณาที่ให้ครีเอเตอร์โปรโมทแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ของตัวเอง
  • Creator Marketplace: เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้แบรนด์ค้นหาครีเอเตอร์ที่เหมาะกับแบรนด์ได้โดยตรง และช่วยให้ครีเอเตอร์ถูกค้นพบจากแบรนด์มากขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ
  • Subscriptions: โมเดลสร้างรายได้จากกลุ่มแฟนคลับ หรือผู้ติดตามที่ต้องการเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษ
  • Affiliate Commerce: โมเดลที่เปิดให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากการแนะนำสินค้า ผ่านการทำคอนเทนต์และเชื่อมโยงไปสู่การซื้อสินค้าได้โดยตรง เตรียมเปิดตัวบน Instagram เร็วๆ นี้

หลังจาก Meta จับมือ Shopee เปิดตัวโมเดล Affiliate บนแพลตฟอร์ม Facebook เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่าประสบความนสำเร็จ จึงมีแผนนำโมเดลความสำเร็จนี้มาใช้กับ Instagram เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีครีเอเตอร์กว่า 5 ล้านคนที่ใช้ระบบ Facebook Affiliate โดยส่วนใหญ่เป็นครีเอเตอร์ไทย

  • Bonuses Program: อีกหนึ่งเครื่องมือสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์บน Instagram

Social Media

 

โอกาส “แบรนด์/ธุรกิจ” เชื่อมต่อผู้บริโภค ครีเอเตอร์ ปิดการขาย

จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของทั้งผู้ใช้งานและครีเอเตอร์ ทำให้เกิดโอกาสสำคัญสำหรับ “แบรนด์และธุรกิจ” เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

13. โอกาสการซื้อขายรูปแบบ “Conversational Commerce

Instagram ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งสำหรับการค้นพบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ดังข้อมูลการใช้งานที่หลากหลายของผู้ใช้ พบว่า 50% ใช้ Instagram ติดตามและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์

สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมในการซื้อ กำลังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของ “การซื้อขายผ่านการแชท” (Conversational Commerce) ซึ่งในตลาดไทยที่มีพฤติกรรมการสื่อสารผ่านแชทเป็นหลักนั้น

ดังข้อมูลข้างต้นที่ฉายภาพว่า 70% ของผู้ใช้ Instagram ใช้งาน Instagram Direct Message (DM) เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า

 

14. พลังของการตลาดผ่านครีเอเตอร์ (Creator-Led Marketing)

ผลการศึกษาของ Meta พบว่า แคมเปญที่ผสมผสานระหว่าง “Partnership Ads” ร่วมกับ “โฆษณาแบบปกติ”  (Business-As-Usual หรือ BAU Ads) ช่วยลดต้นทุนต่อการดำเนินการ (Cost Per Acquisition หรือ CPA) ลงถึง 19% เพิ่มอัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate หรือ CTR) ขึ้น 13% และช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ (Brand Lift) สูงถึง 71%

 

15. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นย้ำขึ้น ด้วย Creator Marketplace และเพิ่มยอดขายด้วย Affiliate

แบรนด์/ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายผ่านการใช้ Creator Ecosystem บน Instagram ผ่านเครื่องมือ “Creator Marketplace” ในการค้นหาและจับคู่กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์

ควบคู่กับการใช้ Affiliate Commerce” ที่ครีเอเตอร์สามารถติด Product Tag บนคอนเทนต์ เพื่อทำให้คอนเทนต์ไม่ Hard sell และระบบยังมี Insight Dashboard เพื่อเช็กประสิทธิภาพการขาย

E-Commerce

คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า ธุรกิจในปัจจุบันกำลังมองหาโอกาสในการเติบโตที่ไปไกลกว่าแค่การสร้างการเข้าถึงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการวิธีที่มีความหมายในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์ที่น่าดึงดูด มีความเกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์

“Instagram ช่วยให้ธุรกิจสร้างการเชื่อมต่อเหล่านั้นได้ผ่านจุดตัดของความคิดสร้างสรรค์ คอมมูนิตี้ และคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังมีพฤติกรรมการใช้งานแบบหลายแอปพร้อมกันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ใช้งาน Multi-App ดังนั้น เมื่อแบรนด์ใช้งาน Instagram ควบคู่ไปกับ Facebook ภายใต้กลยุทธ์ข้ามแพลตฟอร์มของ Meta แบรนด์จะสามารถขยายการสื่อสารได้ทรงพลังยิ่งขึ้น”

Instagram
คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta

ทางด้าน คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta ขยายความเพิ่มเติมว่า ครีเอเตอร์ไม่เพียงแค่สร้างฐานผู้ติดตามเท่านั้น แต่พวกเขากำลังสร้างคอมมูนิตี้ ธุรกิจ และอิทธิพลทางวัฒนธรรม โดย Instagram พร้อมสนับสนุนเส้นทางนั้นผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย ตั้งแต่ Reels ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ ไปจนถึงประสบการณ์การส่งข้อความที่สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง และช่องทางการสร้างรายได้โดยตรง (Direct Monetization)

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่มีชีวิตชีวาที่สุดของ Instagram ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรามุ่งมั่นที่จะมอบเครื่องมือ การเข้าถึง และเส้นทางรายได้ให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถเปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นอาชีพที่ยั่งยืน”

Instagram
คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta

Instagram


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE