เมื่อ “THE INDIVIDUAL” คือเคล็ดลับความสำเร็จอย่างยั่งยืน ของ “Tube Gallery” แฟชั่นไม่ใช่แค่สไตล์ แต่หมายถึงตัวตน!

  • 59
  •  
  •  
  •  
  •  

ต่อให้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตเช่นนี้ “แรงบันดาลใจ” ก็เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตผู้คนอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เป็นพลังขับเคลื่อนตนเอง แต่ยังเหมือนเป็น “ต้นแบบ” เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ผลักดันให้ชีวิตไปเจอกับ “ความสำเร็จ” แนวคิดเช่นนี้ จึงมีหลาย ๆ แบรนด์นำมาส่งสารไปยังผู้บริโภค สะท้อนไอเดียและตัวตนผ่านแคมเปญต่าง ๆ

เรื่องนี้ “BMW Thailand” พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะมักจะมีแคมเปญสร้างแรงบันดาลใจออกมาสื่อสารกับผู้บริโภคอยู่เสมอ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการเป็นต้นแบบ เพื่อเป็น “พลังขับเคลื่อนสังคม” สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน หรือแม้แต่การ “เป็นตัวของตัวเอง” มั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรียภาพ ก้าวข้ามข้อจำกัดแบบเดิม ๆ ตามคอนเซปต์ EXPERIENCE THE 7” แคมเปญล่าสุดที่ออกมาตอกย้ำแนวคิดดังที่กล่าวมา

อุดมการณ์ของแบรนด์ ต้องไม่ขัดกับความเป็น “ปัจเจกบุคคล”

แน่นอนว่าสิ่งที่แบรนด์สื่อสารออกมา โดยปกติก็จะเป็นแนวทาง เป็นกรอบที่แบรนด์พยายามนำเสนอ แต่กับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของ BMW Thailand ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่เราเห็นจากแคมเปญ EXPERIENCE THE 7 คือ การเฟ้นหาบุคคลต้นแบบในด้านต่าง ๆ เพื่อนำเสนอมุมมองการใช้ชีวิต ทำให้ผู้คนได้รับแรงบันดาลใจและมีพลังบวกในการดำเนินชีวิต สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อไปสู่ความสำเร็จในแบบที่ต้องการ

ท่ามกลางมุมมองหลากหลายที่ BMW Thailand สะท้อนออกมาในแคมเปญดังกล่าว THE INDIVIDUAL” หรือความเป็นปัจเจกบุคคล ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งมีตัวแทนจากบุคคลต้นแบบ อย่าง “เต้ – ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์” และ “ยุ่ย – พิสิฐ จงนรังสิน” สองดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Tube Gallery เป็นไอดอลในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จ ภายใต้เอกลักษณ์ในการคงความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ได้อย่างชัดเจนแต่กลมกลืน! ผ่านผลงานในนาม Tube Gallery ที่หลอมรวมแฟชั่นและวัฒนธรรมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน แตกต่างจากกฎเกณฑ์การดีไซน์รูปแบบเดิม เพื่อสร้างสรรค์เป็นสไตล์ของตนเองสู่ความภาคภูมิใจในฐานะคนไทยที่ถูกส่งต่อถึงสายตาชาวโลก

แฟชั่นเปลี่ยนได้ แต่ “สไตล์” ไม่เคยเปลี่ยน

แม้ว่าทุกคนจะได้เห็นความสำเร็จของ Tube Gallery ในทุกวันนี้ แต่ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้น…ไม่ได้ง่ายและสละสลวยเหมือนบทละครที่ถูกประพันธ์ไว้ แต่เริ่มมาจาก “ความมุ่งมั่น” และ “เชื่อมั่น” กับความชื่นชอบด้านแฟชั่นเสมือนอยู่ในสายเลือด จนทำให้ทุกเรื่องราวในชีวิตของทั้ง 2 ผู้ก่อตั้ง Tube Gallery ดำเนินมาในสายแฟชั่นอย่างกลมกลืนในทุกช่วงวัย แม้แต่การดูละคร ดูหนัง ก็ซึมซับเรื่องราวของแฟชั่นเข้ามาด้วย แต่จุดเด่นในแนวคิดของทั้งสอง คือ การมีแนวทางเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งให้ความสำคัญกับ “เวลา” เป็นเครื่องพิสูจน์ตัวตน ใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกับสิ่งที่ทำเพื่อค้นหาตัวเองด้วยความเชื่อมั่น พร้อมกับการทำในสิ่งที่รักเพื่อค้นหาตัวตนและนำจุดเด่นนั้นไปสู้กับคนอื่นอย่างมั่นใจ แม้จะไม่มีหลักสูตรหรือแบบแผนสู่ความสำเร็จ แต่การลงมือทำด้วยความตั้งใจก็สามารถนำความสำเร็จมาให้เราได้ ทั้งยังสร้างความแตกต่างและโดดเด่นกว่าคนอื่นอีกด้วย

ทำ “ข้อดี” ให้เหนือกว่า “ข้อด้อย”

หนึ่งในเคล็ดลับประสบความสำเร็จของสองผู้ก่อตั้ง Tube Gallery ให้ข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า…แม้ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งจะไม่ใช่ความสำเร็จ แต่เราสามารถพัฒนาผลงานและฝีมือได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้เวลาในการทำและฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ ไม่กดดันหรือฟุ้งซ่าน หากผลงานที่ได้จะหลุดจากกรอบที่ตั้งใจเอาไว้ก็ต้องยอมรับและให้เวลากับตนเองในการพัฒนา เรียกว่า “ลองผิดให้กลายเป็นถูก” เปลี่ยนข้อด้อยให้กลายเป็นข้อดีนำไปสู่ผลงานที่ดีให้ได้ แม้จะมีคนชื่นชอบและชื่นชมผลงานของเราแล้ว…ก็ไม่ควรหยุด แต่ควรค้นหาผลงานที่เป็นเอกลักษณ์สื่อถึงความเป็นเราให้ได้ ต้องหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ และพิสูจน์ตนเองให้ได้ เพื่อทำให้ทุกคนเห็นแล้วเข้าใจและรับรู้ได้ในทันทีว่าผลงานนั้นคือตัวตนของเรา

เราเป็นคนอื่นไม่ได้…ต้องเป็น “ตัวเอง”

Be yourself, everyone else is already taken” กลายเป็นประโยคที่ทั้ง คุณเต้และคุณยุ่ย ตอบเหมือนกันว่า นั่นคือ “ตัวตนของพวกเขา” บนเส้นทางการเป็นดีไซน์เนอร์ จากการที่ต้องค้นหาและทำความรู้จักกับตัวตนของตัวเองให้เจอ เพื่อคงความเป็นสไตล์ซึ่งอยู่ยั่งยืนกว่าคำว่าแฟชั่น และเมื่อมีความชัดเจนแล้วก็จะมีโอกาสและสามารถอยู่รอดบนเส้นทางแฟชั่นได้ เพราะสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ดีที่สุดก็คือการเป็นตัวเอง เชื่อมั่น รู้จักตัวเอง และเรียนรู้ทั้งข้อดีข้อเสียของตัวเองว่าอะไรคือข้อดีหรือข้อด้อย จากนั่นก็ให้ทำสิ่งที่มั่นใจอย่างมุ่งมั่นเต็มที่ และเชื่อว่าตนเองต้องทำให้ได้

ส่วนเคล็ดลับในการค้นหาตัวเองนั้น ทุกคนก็สามารถทำได้ เพียงแค่…ให้เวลากับตัวเอง ว่าชอบอะไร อยากทำอะไร ก็ให้ทำสิ่งเหล่านั้นจนกว่าจะเจอต้องการอะไรจริง ๆ ไม่ปล่อยให้ความฝันเป็นเพียงความฝันที่อยู่ในความคิดเท่านั้น


  • 59
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE