เปิดมุมมองกระแส ‘Contactless Payment’ ของ ‘ทิม คุก’ อนาคตมาแรง และทั่วโลก(อาจ) ไม่กลับไปใช้เงินสด-บัตรอีก!

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Credit: John Gress Media Inc / Shutterstock.com

การชำระค่าใช้จ่ายแบบ ‘contactless’ หรือแบบไร้สัมผัส เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ยิ่งในยุคที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 จะยิ่งเห็นกระแสนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก, สายการบิน จนไปถึง ธุรกิจด้านเทคโนโลยีต่างๆ

ส่วนประเทศที่น่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้สเกลใหญ่ที่สุดในโลก คงไม่พ้น ‘ประเทศจีน’ ซึ่งแอพพลิเคชั่นอย่าง WeChat เป็นแอปฯ อันดับ 1 ตลอดกาลที่คนจีนนิยมใช้ แถมยังเป็นประเทศที่กระตือรือร้นพัฒนาเรื่องนี้ก่อนใครเพื่อน ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเราน่าจะเห็นคนจีนใช้ระบบการจ่ายเงินแบบ contactless มากว่า 5 ปีแล้ว เพราะจีนใช้ระบบ สังคมไร้เงินสด’ มานานเป็น 10 ๆ ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ ไม่กี่วันที่ผ่านมาในระหว่างที่ ‘ทิม คุก’ CEO ของ Apple ได้พูดแถลงเกี่ยวกับผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 มีประเด็นเรื่อง ‘contactless payment’ ที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก และถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของ ทิม คุก มากที่สุด

โดยเขาพูดว่า “กระแสของ contactless payment จะเติบโตในสหรัฐอเมริกามากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะคนไม่กล้าใช้เงินสด และบัตรเครดิต/เดบิต ซึ่งสำหรับสหรัฐฯ การใช้จ่ายแบบนี้ถือว่ายังก้าวช้ากว่าหลายๆ ประเทศทั่วโลก แต่การระบาดกระตุ้นให้ contactless ได้รับความนิยมเร็วขึ้น”
ที่น่าสนใจคือ ทิม คุก พูดเสียงหนักแน่นว่า “ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ แต่มันจะเกิดกระแสนี้ทั่วโลก โดยสัดส่วนจะเกินครึ่งแน่นอน แทนที่เงินสด/บัตร หรือเราจะไม่กลับมาอยู่ในจุดที่ต้องใช้เงินสด หรือบัตรอีกแล้ว”

สำหรับ Apple มีความกระตือรือร้นมาตลอดที่จะพัฒนาระบบการชำระเงินแบบใหม่ อย่างที่ผ่านมา Apple มีบริการชำระเงินด้วย ‘Apple Card’ และ ‘Apple Pay’ ที่ทำได้ค่อนข้างดีมาก

 

Credit: applemagazine

 

ขณะที่นักวิเคราะห์ได้พูดถึง Apple Pay ว่าเป็นระบบการชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ถ้าเทียบกับจำนวนฐานผู้ใช้ ซึ่งอันดับ 1 แน่นอนว่าเป็น WeChat – 1.2 พันล้านคน, Google Pay – 1.15 พันล้านคน และ Apple Pay – 441 ล้านคน ส่วน Samsung Pay ที่ติดอยู่ใน Top5 มีฐานผู้ใช้อยู่ที่ 100 ล้านคน

ส่วนประเทศที่ใช้เทคโนโลยีการชำระเงินแบบ contactless มากที่สุดในโลก ก็คือ ‘จีน’ ตามด้วย นอร์เวย์, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ส่วนสหรัฐฯ ตามมาเป็นอันดับ 7 ซึ่งมีประชากรที่ใช้ระบบนี้ 17%

ถ้าพิจารณาจากทั้งคำพูดของ ทิม คุก’ และนักวิเคราะห์หลายๆ คน เห็นชัดเจนว่า กระแสของการชำระเงินแบบไร้สัมผัสในอนาคตมาแน่ๆ และไม่ใช่แค่ในระดับที่เป็นตัวเลือกเหมือนในปัจจุบัน แต่จะเป็นพฤติกรรมการใช้จ่ายด้วยระบบเทคโนโลยีนี้มาแทนที่วิธีการชำระเงินแบบอื่น หรือแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นเงินสด เพียงแต่แต่ละประเทศจะใช้เวลาในการ transform ตัวเองนานแค่ไหน แค่นั้นเอง

 

Credit: Clay Banks/Unsplash

 

 

 

ที่มา: fastcompany, macrumors


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม
CLOSE
CLOSE