
ในยุคที่แบรนด์จำนวนมากใช้ครีเอเตอร์เป็นช่องทางสื่อสาร คำถามสำคัญของ Creator Marketing กำลังขยับจาก “จะเลือกใครให้คนเห็นเยอะที่สุด” ไปสู่ “จะทำงานกับครีเอเตอร์อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์จริงกับธุรกิจ”
บนเวที Creator to Co-Creator: The New Playbook for Brand Impact ในงาน Marketing Oops! Summit 2026, THE LEMON SHOT ชวน แบงก์-ธินกร ศรีวิชา เจ้าของช่อง BANKIII และ พล-นวพล เชื่อมวราศาสตร์ เจ้าของช่อง SaySci มาเปิดเบื้องหลังการทำงานกับแบรนด์ในวันที่ครีเอเตอร์ก้าวไกลกว่าบทบาทคนทำคอนเทนต์ แต่กลายเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยคิด ช่วยเล่า ช่วยขาย และช่วยสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง
THE LEMON SHOT ระบุว่าที่ผ่านมาร่วมงานมาแล้วกว่า 350 แบรนด์ พร้อมวางแนวคิดการทำ Creator Marketing ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Curate, Co-create และ Contextualize
– Curate คือการคัดเลือกครีเอเตอร์ที่เข้ากับโจทย์แบรนด์ พร้อมสร้างคอมมิวนิตี้และพลังจาก fandom leader สู่กลุ่มผู้บริโภค
– Co-create คือการฟังเสียงแฟนคลับและผู้บริโภค แล้วนำเสียงตอบรับเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นการสื่อสารที่คนดูรู้สึกเชื่อมโยง
– Contextualize คือการหยิบเทรนด์ กระแส หรือบริบททางสังคมมาปรับเป็นคอนเทนต์ที่เข้ากับแบรนด์และเข้ากับคนดูในจังหวะเดียวกัน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Creator Marketing ยุคใหม่วัดผลเพียงยอดวิวหรือการมองเห็นอย่างเดียวอาจพอเพียงน้อยลง เพราะครีเอเตอร์ที่ใช่ต้องช่วยแบรนด์ขยับจาก awareness ไปสู่ engagement, conversion และ business impact ได้จริง
‘BANKIII’ จากความชอบในอาหาร สู่พลัง Commerce สร้างยอดขาย
สำหรับแบงก์ จุดเริ่มต้นของการทำคอนเทนต์มาจากความชอบในอาหารอย่างจริงใจ กินแล้วชอบ อยากเล่า อยากให้แฟนคลับได้ลองตาม สิ่งนี้กลายเป็นฐานสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ของ BANKIII มีความเป็นตัวเองสูง และต่อยอดจากช่องอาหารไปสู่ Commerce ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพลังของคอนเทนต์สายอาหาร คือการร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่อย่าง KFC ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1.2 ล้านชิ้น จากไอเดียการนำซอสบูลดักมากินกับไก่ทอด KFC สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเกินกว่าการจ้างครีเอเตอร์มาทำคอนเทนต์หนึ่งชิ้น แต่คือการเอาคาแรกเตอร์ ความชอบ และความเข้าใจคนดูของครีเอเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสินค้าและประสบการณ์ใหม่ให้แบรนด์
ทำให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับครีเอเตอร์กำลังเปลี่ยนจากการทำงานแบบรายชิ้น ไปสู่การร่วมกันสร้างสรรค์ไอเดียแบบ Co-create เพราะครีเอเตอร์รู้ว่าคนดูของตัวเองชอบอะไร ตอบสนองกับอะไร และจะรู้สึกอยากลองตามด้วยเหตุผลแบบไหน
หลังจากร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ แบงก์ยังต่อยอดไปสู่การคิดค้นสินค้าของตัวเองออกมาขาย ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของครีเอเตอร์ยุคใหม่ที่เริ่มจากการสร้างคอนเทนต์ สร้างความเชื่อใจ สร้างคอมมิวนิตี้
การทำในสิ่งที่รักและยึดกับสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง สามารถพา Creator Economy ไปไกลกว่าการมีผู้ติดตามจำนวนมาก เพราะเมื่อความชอบจริงมารวมกับความเข้าใจคนดู คอนเทนต์ก็สามารถกลายเป็นพลังทางธุรกิจได้
‘SaySci’ ใช้ความสงสัย ทำให้คนดูอยู่กับคอนเทนต์จนจบ
ฝั่งของพล-นวพล เชื่อมวราศาสตร์ เจ้าของช่อง SaySci เริ่มต้นจากความชอบในวิทยาศาสตร์ และความตั้งใจที่จะทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย จุดเด่นของ SaySci จึงอยู่ที่การใช้ความสงสัยเป็นสะพานเชื่อมคนดูกับสาระทางวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างหนึ่งอย่างคอนเทนต์คำถามว่า “คนเรากินอาหารสุนัขได้ไหม” ซึ่งถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นในการนำเสนอแบรนด์อาหารสุนัข วิธีคิดนี้ทำให้สินค้าเข้ามาอยู่ในบริบทที่คนดูอยากรู้จริง แทนที่จะเริ่มจากแบรนด์หรือคุณสมบัติสินค้าโดยตรง
หัวใจของการทำงานแบบ SaySci คือการย่อยเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ขณะเดียวกันคนดูก็ต้องได้บางอย่างกลับไปเสมอ นี่คือเหตุผลที่การสื่อสารแบรนด์กับครีเอเตอร์สายความรู้ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้ชมให้ชัด ว่าคนดูช่องนี้อยากรู้อะไร สนใจประเด็นแบบไหน และจะยอมอยู่กับคอนเทนต์จนจบเพราะเหตุผลใด
พลมองว่า Concept และ Idea คือจุดตั้งต้นสำคัญของคอนเทนต์ที่ดี เพราะเมื่อไอเดียตั้งต้นแข็งแรง แบรนด์จะถูกเล่าในแบบที่กลืนไปกับเนื้อหา และคนดูจะรู้สึกว่าคอนเทนต์นั้นมีคุณค่ามากกว่าการรับชมโฆษณา
พลยังชี้ให้เห็นเรื่อง Creativity ซึ่งมักถูกมองข้ามในงานครีเอเตอร์ ทั้งที่ความคิดสร้างสรรค์คือจุดเชื่อมสำคัญระหว่างแบรนด์ ครีเอเตอร์ และคนดู เพราะครีเอเตอร์ที่ดีต้องหาให้เจอว่าแบรนด์อยากพูดอะไร คนดูอยากฟังอะไร และจะเล่าอย่างไรให้ทั้งสองฝั่งมาเจอกันได้พอดี
Creator Marketing ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจคนดู ก่อนเข้าใจโจทย์แบรนด์
เมื่อมอง BANKIII และ SaySci ร่วมกัน จะเห็นว่า Creator Marketing ที่สร้างผลลัพธ์จริงมีจุดร่วมสำคัญคือ “ความเข้าใจคนดู” แบงก์เข้าใจว่าคนดูเชื่อในรสนิยมอาหารและความชอบจริงของตัวเอง
ขณะที่พลเข้าใจว่าคนดูติดตามเพราะอยากได้ความรู้ที่ย่อยง่าย สนุก และมีคำตอบให้กับความสงสัยบางอย่าง
นั่นทำให้บทบาทของแบรนด์ในยุคนี้ต้องก้าวจากการบรีฟคอนเทนต์แบบตายตัว ไปสู่การเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์มีส่วนร่วมในการคิดไอเดีย เพราะครีเอเตอร์คือคนที่รู้ภาษาของคอมมิวนิตี้ตัวเองดีที่สุด
หากแบรนด์ใช้ครีเอเตอร์เป็นเพียงพื้นที่สื่อสาร ผลลัพธ์อาจหยุดอยู่ที่การมองเห็น แต่หากแบรนด์ทำงานกับครีเอเตอร์ในฐานะ Co-Creator ผลลัพธ์สามารถขยับไปถึงการสร้างความเชื่อใจ การทดลองซื้อ การพูดต่อ และยอดขายจริง
ในโลกที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับโฆษณามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้คอนเทนต์ของครีเอเตอร์ยังส่งถึงผู้ชมได้คือความเป็นตัวเอง ความเข้าใจคอมมิวนิตี้ และความคิดสร้างสรรค์ในการเล่าเรื่องให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตคนดูอย่างมีความหมาย
สรุปจาก
เซสชัน: Creator to Co-Creator: The New Playbook for Brand Impact จาก Creator สู่ Co-Creator: สูตรใหม่ของการสร้างแบรนด์ให้เกิดผลลัพธ์จริง
โดย
– Thinnakorn Sriwicha Food Creator เจ้าของช่อง BANKIII
– Nawapol Chuamwarasart Edu-tainment Creator เจ้าของช่อง SaySci
– Moderated by Napat Silaphan Managing Director, THE LEMON SHOT
