103.58.148.118

Digital Life

Ξ Leave a comment

เปิดภาพฝัน “Smart City” ของไทย! พาชมนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำ ที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้

posted by  520 views

SM01

หากพูดถึงเมืองต้นแบบอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ (smart city) ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีนวัตกรรมแปลกใหม่ สร้างสรรค์ และสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ รถไฟฟ้าความเร็วสูง โรบอทช่วยชีวิตระบบชำระเงินอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมากมายที่อำนวยความสะดวกและใส่ใจวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นแบบสุดๆ จึงเป็นที่จับตาจากหลายๆ ประเทศ เพื่อนำโมเดลเมืองต้นแบบไปปรับกับประเทศของตนให้น่าอยู่และตอบสนองการใช้ชีวิตของประชาชนสูงสุด

สำหรับประเทศไทยเอง คำว่า “สมาร์ทซิตี้” เริ่มมีการพูดคุยระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีการตั้งคำถามต่ออีกว่าสมาร์ทซิตี้ของไทยจะไปในทิศทางไหน เหมือนประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่า? ในงาน Digital Thailand Big Bang 2018 งานมหกรรมด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ได้มีการเสวนาถึงการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

ประเทศที่ง่ายต่อการพัฒนาเป็นสมาร์ทซิตี้ จำเป็นต้องมี 2 ลักษณะ คือ เมืองที่มี GDP สูง และเมืองมีการวางผังเมืองที่ดี เช่น สิงคโปร์ ซึ่งประเทศไทยมี GDP ไม่ได้สูงมากนัก และมีลักษณะผังเมืองแบบ urban spore หรือการสร้างบ้านเรือนตามธรรมชาติในพื้นที่ของตน ดังนั้นทำให้ประเทศไทยไม่สามารถทำตามโมเดลให้เหมือนต่างประเทศเป๊ะๆ ได้ หากมองลึกเชิงโครงสร้างตัวผังเมืองต้องถูกออกแบบเป็นอย่างดีตั้งแต่แรก นอกจากนี้การลงทุนด้านเทคโนโลยีก็สำคัญไม่แพ้กันหากลงมือทำช้าจะทำให้ตามเทคโนโลยีที่โตอย่างก้าวกระโดดไม่ทัน พร้อมกันนี้การเปิดพื้นที่ให้หลายๆ ภาคส่วนได้มีโอกาศพูดคุยถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเปิด data communication และ data compilation ซึ่งในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรงได้

ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ แบ่งพัฒนาเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ผลักดันให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีความปลอดภัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และรักษาวัฒนธรรมเดิมไว้ และผลักดันให้เป็นเมืองทันสมัย สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกในด้านคมนาคม การศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างพลังงานสะอาด

ส่วน 7 จังหวัดนำร่องเมืองอัจฉริยะที่ได้เริ่มสร้างแล้ว ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ฯ ภูเก็ต ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยผลักดันให้เกิด Smart Mobility, Smart Economy, Smart Living, Smart Farming, และ Smart Pole เป็นต้น เน้นแก้ pain point เป็นหลัก

นอกจากนี้ภายในงานยังรวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยและจะมีการใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน

โรบอทพนักงานต้อนรับของ AIS

15

 P.I.N Chatbot แอปพลิเคชันสมาร์ทโฮมที่จะทำให้บ้านคุณไฮเทคขึ้น โดยแอปฯ P.I.N จะเหมือนตัวสื่อสารกลางระหว่างอะแดปเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพียงคุณเอาอะแดปเตอร์ไปติดที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเช่นโคมไฟ เท่านี้คุณก็สามารถเปิดโคมไฟผ่านแอปฯ ได้แล้ว

13

14

โรบอทโฆษณา โดนตัวโรบอทจะวิ่งไปในพื้นที่เรื่อยๆ พร้อมฉายโฆษณาที่อยู่บนจอ ที่น่าสนใจคือ มันมีระบบจับสัมผัสที่ไวมาก ไม่ชนคนเด็ดขาด

10

เครื่องสั่งซื้อเครื่องดื่มด้วยระบบจดจำใบหน้าของ KBank เพียงคุณสแกนใบหน้ากับเครื่อง หากคุณต้องการซื้อเครื่องดื่ม ก็แค่เพียงสแกนใบหน้าแล้วเลือกเครื่องดื่มที่ต้องการ จากนั้นระบบจะทำการชำระเงินอัตโนมัติ (ผ่านบัตรที่ทำการซิงค์ไว้แล้ว) เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จไปรอรับเครื่องดื่มได้เลย

16

เครื่องฝากเงินชนิดรับเหรียญจาก SCB เพียงใส่รหัสไม่กี่ขั้นตอน จากนั้นก็เทเหรียญลงบนเครื่องได้เลย ค่อยๆ เกลี่ยเหรียญเข้าเครื่อง กดบันทึกเป็นอันเสร็จ

11

12

เครื่องส่งของอัตโนมัติจาก JD โดยไม่ต้องใช้คนส่งอีกต่อไป หลักการทำงานของมันคือ จะมีคนเอาเครื่องนี้ไปปล่อยในเส้นทางที่กำหนด จากนั้นเครื่องจากเครื่องตัวไปส่งของถึงหน้าบ้านคุณเลย

6

7

8

เครื่องชำระเงินผ่านใบหน้าจาก JD เพียงคุณหยิบสินค้า เอามาสแกนที่เครื่อง สแกนใบหน้าอีกครั้ง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

9

เครื่องซื้อเครื่องสำอาง โดยเจ้าเครื่องนี้คุณไม่ต้องไปลองแต่งหน้าที่ร้านอีกต่อไป เพียงสแกนใบหน้าระบบจะที่สีของเครื่องสำอางให้เลือกตามใจชอบ จากนั้นก็กดสั่งซื้อรอรับสินค้าได้เลย

5

กล้องจับภาพในที่สาธารณะ สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานของคนๆ นั้นได้ทันที

4

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Tech Savvy Lv.14

User Name: mao lom ron

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


one + = 10

Recent Posts

Facebook