103.58.148.118

Digital Life

Ξ Leave a comment

สะใจ! สตาร์ทอัพ Madefire ปล่อยแอปฯ ใช้ VR อ่าน Comic ได้แล้ว

posted by  341 views

สตาร์ทอัพการตูนดิจิตอลอย่าง Madefire ประกาศจะหาเงินทุนในรอบล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ “เบน โวลสเตนโฮลม” (Ben Wolstenholme) กล่าวว่า บริษัทพร้อมใช้เทคโนโลยีอย่าง Virtual Reality (VR) และ Augmented reality (AR)  ปล่อยแอปพลิเคชั่นพรีวิวให้กับแพลดฟอร์ม VR บนอุปกรณ์สวมใส่ของ Sumsung และสาธิตการใช้งานในงานนิทรรศการคอมมิคที่นิวยอร์ค อย่าง New York Comic Con ซึ่งจัดในวันที่ 6-9 ตุลาคมที่ผ่านมา

โวลสเตนโฮลมบอกว่าเขาพยายามสร้างประสบการณ์ในดิจิตอลแท้ๆเทียบเท่าประสบการณ์ในการอ่านหนังสือคอมมิค ไม่ว่าจะเป็นบนโทรศัพท์ แท๊บเลต คือทีวีที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ด เพื่อหาทุนไปขยายบริการในVirtual Reality และ Augmented Reality แท้ๆ ถึงแม้ว่าโวลสเตนโฮลมบอกว่ามันเร็วเกินไปที่จะเปิดเผยรายละเอียด

เมื่อมาดูตัวอย่างการสาธิตแล้ว การมอบประสบการณ์แบบนั้นผ่าน VR ยังเป็นเรื่องที่ใหม่อยู่ เช่น การใช้ดนตรี เสียงประกอบ การเคลื่อนไหว แต่คุณก็ยังรู้สึกเหมือนได้ “อ่าน” คอมมิคอยู่นั่นเอง

ในขณะที่บริษัท Comixology (ซึ่งตอนนี้ Amazon เป็นเจ้าของไปแล้ว) เป็นบริษัทที่มีแพลดฟอร์มสำหรับดิจิตอลคอมมิคที่ทุกคนรู้จักกันดีที่สุด แต่ Madefire กำลังทำในสิ่งที่ต่างกันเล็กน้อย แทนที่จะเอาคอมมิคบนกระดาษมาขึ้นบนดิจิตอลแพลตฟอร์มและเปลี่ยนมันนิดหน่อย แต่ Madefire ใส่ความเคลื่อนไหว ใส่เสียงประกอบ ใส่ดนตรีผสมกันไปด้วย

โวลสเตนโฮลมได้อธิบายวิธีของMadefire ในการใช้ VR ใส่ความเป็นสามมิติให้กับคอมมิค แต่! มันไม่ใช่คอมมิคสามมิติแบบในภาพยนตร์หรือนิเมชัน คุณจะยังได้รับประสบการณ์เหมือนคุณกำลังอ่านคอมมิคอยู่

บริษัทจึงได้อธิบายผลิตภัณฑ์ล่าสุดว่าเป็น “Motion Book” ไม่ใช่คอมมิคที่เป็นภาพเคลื่อนไหวที่สำนักพิมพ์ได้ทดลองในอดีด  โวลสเตนโฮลมได้เน้นว่า ถึงแม้ว่าจะมีมัลติมีเดียเข้ามา แต่ Motion Book ของ Madefire จะให้ประสบการณ์การอ่านคอมมิคที่ต้องการบาบาทของผู้อ่าน ไม่ใช่อ่านอย่างเดียวซึ่งแตกต่างกันตรงที่ตัวอักษรจะไม่ใช่แค่ถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดแค่นั้น

“เราต้องการหนังสือที่ดีที่สุด ไม่ใช่วีดีโอที่แย่ที่สุด” โวลสเตนโฮลมบอก

 

1

เขาเปรียบเทียบทางเลือกอื่นๆอย่างการไปดูที่โรงหนังหรือดูภาพวาดบนผนังถ้ำ แล้วถามเราว่าเราชอบแบบไหนมากกว่ากัน เพราะแต่ละอย่างก็ให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน เมื่อผมได้ลองทุกทางเลือก ผมก็รู้สึกว่ามันใช้พื้นที่ในการสร้างงานศิลปะเหมือนกัน มันเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมล้นมากกว่าการมาอ่านการ์ตูนผ่านหน้าจอแท็บเล็ดหรือสมาร์ทโฟนซึ่งช่วยให้เราดูฉากและเนื้อหาในคอมมิคได้รอบ 360 องศา

เครื่องมือที่ช่วยปรับแต่งคอมมิคของ Madefire ควรใช้ง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อปรับแต่งและควบคุมทุกมิติของงานศิลปะได้ แต่ Madefire เองก็มีส่วนช่วยอัพเกรดคอมมิคในห้องสมุดได้ด้วย “เราควรทำให้ทุกอย่างไปอยู่ในแพลตฟอร์มนั้นก่อนวันคริสมาส”

ขณะเดียวกัน แอปฯสาธิตจะมีตัวอย่างของคอมมิคที่รู้จกักันดี อย่าง Injustice ของค่าย DC Comic และ The Old Curiosity Shop ของค่าย Madefire เอง โดย Madefire เริ่มจากการตีพิมพ์งานของตัวเองรวมถึงหนังสือของโวลสเตนโฮลมเองที่ชื่อว่า Mono แต่ตอนนี้ Madefire ได้ทำงานกับค่ายคอมมิคที่เรารู้จักกันดีอย่าง DC IDW และ Kodansha

โวลสเตนโฮลมบอกว่าถ้าเป็นไปตามแผนก็จะสามารถขายหนังสือได้มากกว่า 40,000 เล่มในแผงก่อนสิ้นเดือนนี้ Madefire ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ที่ได้ชื่อว่า Motion Book Publisher ที่ให้เราสามารถไปตีพิมพ์คอมมิคแล้ววางขายที่หน้าร้านหรือในแอปพลิเคชั่นได้ และยังร่วมงานกับ Apple เพื่อสร้างหนังสือคอมมิคที่คอยอธิบายคู่มือและรีวิวในแอปสโตรด้วย

การนำ VR มาใช้จะช่วยให้เหล่าศิลปินสามารถออกแบบและคุมประสบการณ์ในการอ่านคอมมิคได้ด้วย VR ไม่ได้ทำให้เราสามารถใส่ลูกเล่นได้ แต่มันคือเนื้อเรื่องทั้งหมด และทุกคนก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือพวกนี้ ไม่ได้มีอุปสรรคในการสร้างเนื้อเรื่องผลงานศิลปะของคุณเลย

เราจะได้เห็นเนื้อเรื่องในคอมมิคและตัวละครเคลื่อนไหวได้บนหนังสือคอมมิค เพราะแท้จริงแล้วคอมมิคก็เปรียบเสมือนตัวต้นแบบและเครื่องมือในการนำเสนอสำหรับพัฒนาภาพยนตร์ ด้วย นักเขียนและนักวาดคอมมิคคอมมิคจะสามารถใช้แอปพลิเคชั่นของ Madefire ส่งเสริมให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมได้ด้วย

Madefire สามารถหาทุนในรอบ Series B ได้รวม 6.5 ล้านดอลล่าร์ โวลสเตนโฮลมบอกว่า “การหาเงินทุนที่นำโดย “Santa Monica-based Plus Capital จะช่วยบริษัทสร้างเครือข่ายให้กับโลกของสื่อและความบันเทิง”

 

madefire-batman

ก่อนหน้านี้ Madefire สามารถหาเงินทุนได้ 6.3 ล้านบาทจากนักลงทุน แต่ตอนนั้นเป็นช่วงที่ Madefire ไม่ใช่ไม่มีเครือข่ายคนรู้จักเลย แต่บริษัทกำลังจะก้าวจากจุดที่สร้างเทคโนโลยีไปสู่การสร้างห้องสมุดคอนเทนต์ขนาดใหญ่ด้วย”

“ผมคิดว่า Madefire มีวิสัยทัศน์ สร้างชุดแพลตฟอร์มที่เล่าเรื่องที่สามารถสร้างผลกระทบกับคนเสพสื่อได้” อดัม ลิวลิง ผู้ก่อตั้งพลัส แคปิตอล พูดไว้ “เราเชื่อว่า Madefire จะมีหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในโลกสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์ และการทดลองสิ่งต่างๆพร้อมด้วยทรัพย์สินทางปัญญา มีสเกลผู้ชมที่ชัดเจน ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์สามารถความคุมอนาคตของพวกเขาได้”

 

แหล่งที่มา

https://techcrunch.com/2016/10/09/digital-comics-startup-madefire-launches-its-first-virtual-reality-app/

https://techcrunch.com/2016/10/05/madefire-series-b/

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เจาะลึก Business Case, Digital Media และคำแนะนำสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ [email protected]

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 2 = six

Recent Posts

Facebook