103.58.148.118

Business case

Ξ Leave a comment

กรณีศึกษา PewDiePie หมดยุคที่ Influencer ที่จะทำอะไรก็ได้แล้ว

posted by  12,718 views

การใช้ Influencer หรือ KOL นั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการทำการสื่อารทางการตลาดในตอนนี้ เพราะด้วย KOL  หรือ Influencer นั้นต่างสามารถช่วยสร้างแบรนด์ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และสามารถสร้างการกระตุ้นให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยอย่างมาก ดูตัวอย่างได้ตั้งแต่กระแส Furby หรือ Magnum ในประเทศไทยเองที่สามารถขับเคลื่อนการขายได้ และทำให้นักการตลาดประเทศไทยนั้นตามกระแสหาคนดังที่เกิดขึ้นมาใหม่ ๆ มาทำการปลุกปั่นแบรนด์หรือการตลาดตัวเองกันโดยไม่สนใจว่าคน ๆ นั้นจะมีปัญหาหรือเหมาะสมไหม หรือล้ำเส้นอะไรไปในการนำเสนอตัวเองหรือไม่ และวันนี้เราก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วกับ No.1 ของ Influencer โลกอย่าง PewDiePie ที่ล้ำเส้นจนสปอนเซอร์ทั้งหมดต้องแบนทิ้งไป

Screen Shot 2560-02-21 at 3.42.13 PM

PewDiePie นับว่าเป็น Youtube Star เบอร์ 1 ของโลก มีพลังในการโน้มน้าวผู้ติดตามอย่างมาก และสามารถทำเงินไปอย่างมากมายในการทำคลิปผ่านใน Youtube และทำให้หลาย ๆ แบรนด์ต้องยอมในการใช้งานและยอมในการตามใจ PewDiePie ในการทำเนื้อหาคลิปต่าง ๆ ออกมามากมาย เพราะด้วยความเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่คิดว่าทำอะไรก็ได้ แต่เมื่อ PewDiePie ได้เริ่มล้ำเส้นการโพสเนื้อหาที่เป็นเชิงดูถูก เหยียดหยามเพิ่มมากขึ้นในช่องทางของตัวเอง การกระทำของ PewDiePie ทำให้นักการตลาดต่างประเทศนั้นเริ่มเข้าใจความแตกต่างของดารา และ Influencer เหล่านี้ที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่เข้าใจความประบางทางวัฒนธรรม เชื้อชาติและศาสนาอีกด้วย แถมนี้เป็นจุดที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการใช้ Influencer อีกด้วย

ที่ผ่านมานั้นการใช้ Influencer นั้น นักการตลาดไม่เคยสนใจหรือเกรงใจว่าจะไม่ได้ร่วมงานกับคนดัง ทำให้เลือกคนดัง ๆ หลาย ๆ คนโดยไม่ได้สนใจว่าจะเป็นอย่างไรมา หรือสนแต่ว่าสามารถจะสร้างกระแสหรือกำลังเป็นกระแสได้มากแค่ไหน เราจึงเห็นในไทย ที่นักการตลาดหลาย ๆ คนไม่สนใจว่าคน ๆ จะมีภาพลักษณ์อย่างไร แต่ขอให้ดัง ให้คนพูดถึง และสร้างกระแสให้ได้ จึงเอา Influencer มาใช้เพื่อการตลาดตัวเอง แน่นอนผลที่ได้กลับมานั้นไม่คุ้มค่ากับความดังที่ได้มา เพราะอาจจะเต็มไปด้วย Negative Voice มากมายต่อแบรนด์ที่เกิดขึ้น กรณีของ PewDiePie ทำให้นักการตลาดนั้นต้องกลับมามองการใช้ Influencer ในยุคนี้ว่าควรจะต้องมีมาตรฐานการทำงาน การเป้นมืออาชีพและเข้าใจการทำงานว่าจะไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง ซึ่งทำให้ส่งผลต่อคนที่เป็น YouTube creators, Instagram makers, beauty bloggers, TV stars หรืออื่น ๆมากมายที่นักการตลาดควรจะทำการบ้านและสกรีนดูการกระทำไม่ให้คนทำ Content เหล่านี้ล้ำเส้นที่เกินควรออกไป แน่นอนในคนไม่ดีย่อมมีคนดี ซึ่ง Influencer ที่ดี ๆ ก็มีเหมือนกันในเรื่องความมืออาชีพ มีความน่าเชื่อถือ และคุ้มค่าที่จะทำงานด้วยเพราะจะได้งานดี ๆ กลับมา แถมได้ Brand love กับ Brand Engagement จากแฟน ๆ ที่ติดตาม Influencer นั้นกลับมาได้

Screen Shot 2560-02-21 at 3.51.33 PM

PewDiePie นั้นพิสูจน์ได้แล้วว่า Influencer ที่ดีไม่ใช่การที่มีคนติดตามเยอะ แต่เป็นคนที่ทำงานเป็นมืออาชีพ และต้องมองในระยะยาวในการกระทำว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ไหม เพราะถ้ามองแค่ตัวเลขอาจจะเกิดหายนะเหมือน PewDiePie ได้ ดังนั้นการเข้าใจและเลือก Influencer ที่มีคุณภาพนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพของ Influencer นั้น ซึ่งหลักเกณฑ์ที่แบรนด์ควรเลือก Influencer ที่มีคุณสมบัตินั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก โดยสามารถใช้วิธีตามนี้ได้

ในเรื่องปริมาณ

  1. Influencer คุณมีความเหนี่ยวแน่นของแฟนมากแค่ไหน และแฟนของ Infleuncer มีความเหนี่ยวแน่นกับแบรนด์คุณ คู่แข่ง มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ไหม เพื่อสามารถได้ประโยชน์สูงสุดออกมา
  2. แฟนของ Influencer มีอัตราการปฏิสัมพันธ์หรือกิจกรรมที่ทำออกมานั้นสูงมากแค่ไหน สามารถส่งต่อข้อความหรือเชิญชวนคนอื่นมาร่วมกิจกรรมมากแค่ไหน
  3. ความคุ้มค่าต่อลงเงินที่ลงไปใน Influencer นั้น ๆ ว่าจะสร้างผลกระทบได้มากแค่ไหน จ้างหนึ่งคนอาจจะสร้างผลกระทบมากกว่าจ้าง 20 คนหรือจ้าง 20 คนคุ้มค่ากว่าแต่บริหารจัดการยากกว่าการจ้างคนเดียว

ในเรื่องคุณภาพ 

  1. Influencer ที่จ้าง สามารถบริหารจัดการได้แค่ไหน ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ทำอะไรเอาแต่ใจจะเกิดเหมือนกรณี PewDiePie อย่างแน่นอน จงหา Influencer ที่คุณสบายใจที่จะร่วมงาน มีความเป้นมืออาชีพ เข้าใจสิ่งที่ต้องการ มี input ให้และทำงานได้สนุก
  2. เลือก Influencer ที่เข้าใจงานที่คุณกำลังทำและสามารถเอางานคุณไปต่อยอดให้เหมาะกับตัวตนของ Influencer นั้นได้ด้วยออกมา ไม่ใช่ทำตามสั่งโดยไม่ได้มีความเหมายกับ channel ตัวเองเลย
  3. ต้องตอบรับความคิดหวังของการจ้างงานในทุกขั้นตอนได้ เช่นมีความเป็นมืออาชีพตั้งแต่การดีลงานจนถึงหลังจบงานที่สามรถให้ผลของแคมเปญหรือแนะนำว่าควรทำอะไรระหว่างการที่แคมเปญเกิดขึ้นให้ดีขึ้นไหม รวมทั้งพฤติกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลังว่าทำตัวดีแค่ไหนด้วย สืบประวัติการกระทำก่อนที่จะใช้งานทุกครั้งด้วย

ทั้งนี้ยุคนี้ไม่ใช่เรื่อง Influencer ที่ดังอย่างเดียว แต่ควรเลือกคนที่สร้างยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ สร้างแบรนด์ให้คนรักขึ้นมา และมีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ไม่ใช่เงินมาผ้าหลุดอย่างเดียว

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 7 = nine

Recent Posts

Facebook

PR News