103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

3 สัญญาณที่การตลาดคุณต่อกับกลุ่มเป้าหมายไม่ติด

posted by  608 views

ทุกธุรกิจที่ทำการตลาดนั้นต่างมีเป้าหมายหนึ่งเดียวนั้นคือการที่สามารถสร้างลูกค้าให้กลับกลายมาเป็นผลประกอบการของบริษัทในรูปแบบต่าง ๆ ได้ แต่การที่จะสามารถสร้างลูกค้าได้ ต้องทำการสื่อสารที่ตรงใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ พร้อมกับการสร้างมูลเหตุที่จูงใจที่จะเปลี่ยนจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นลุกค้า หลาย ๆ ครั้งนักการตลาดที่ทำสินค้าและบริการคิดว่าเข้าใจกลุ่มลูกค้าตัวเองว่าต้องการอะไร แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นเกิดจากการที่ตัวเองรู้จักสินค้าและบริการของแบรนด์ตัวเองเป็นอย่างดี แต่กลุ่มเป้าหมายนั้นไม่ได้รู้จักแบรนด์ของนักการตลาดเลย

ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้คิดถึงอคติหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นมาโดยเอาตัวคุณเองนั้นอ้างอิงเป็นต้นแบบผู้บริโภคแล้วละก็ จะทำให้การทำการสื่อสารทางการตลาดของคุณนั้นอาจจะล้มเหลวได้ หรือทำให้ข้อความทางการตลาดของคุณนั้นส่งไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการได้อย่างที่ต้องการ (มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนน้อยมาก ๆ ที่จะเข้าใจได้ทันทีหรือชอบทันทีได้อย่างที่คุณเข้าใจ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายประเภทนี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มกว้างอย่างที่คุณต้องการในการตลาดแน่นอน)  ดังนั้นวันนี้เราจะมารู้จัก 3 สัญญาณที่บ่งชี้ว่าการตลาดของคุณนั้นอาจจะไม่สำเร็จ เพราะเชื่อมกลุ่มเป้าหมายนั้นไม่ติดอย่างแน่นอน

1.คุณลืมกลุ่มคนที่อยู่ในการตลาดแบบดั้งเดิม : นี้เกิดขึ้นเป็นประจำสำหรับนักการตลาดที่เชื่อในเรื่อง Digital Marketing อย่างมาก และคิดว่า Digital นั้นจะสามารถแก้ปัญหาการตลาดได้ทุก ๆ อย่าง ๆ แต่หลาย ๆ ครั้งคุณก็หลงลืมไปว่า กลุ่มคนบางกลุ่มนั้นไม่ได้ใช้ชีวิตใน Digital เป็นหลัก หรือมีการใช้ Digital ที่จำกัดอย่างมาก ตัวอย่างเช่น กลุ่มคนที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เนตอย่างจำกัด หรือกลุ่มคนที่อยู่ในโรงงานที่ถูกปิดกั้นการใช้งานในการใช้อินเทอร์เนตในแต่ละวัน หรือกลุ่มประเภทผู้บริหารที่แทบไม่ได้ใช้อินเทอร์เนตเลยและชีวิตประจำวันถูกจัดการโดยเลขาต่าง ๆ นี้ยังไม่รวมกับกลุ่มผู้สูงอายุหลาย ๆ คนที่ยังไม่เข้าถึงเครื่องมือบางอย่าง

2016-12-03_17-37-07

ทั้งนี้นักการตลาดต้องเริ่มคิดถึงในภาพกว้างและอย่ายึดติดกับเครื่องมือในการใช้งานเพื่อที่จะสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหลายได้ขึ้นมา หลาย ๆ ครั้งอาจจะต้องผสมผสานเครื่องมือระหว่าง Traditional และ Digital ขึ้นมาบ้าง เพื่อให้สามารถจับกลุ่มเป้าหมายวงกว้างทั้งหมดได้

2. คุณให้ตัวเลือกที่มากเกินไป : หลาย ๆ ครั้งนักการตลาดคิดว่าการให้ข้อมูลเยอะ ๆ เพื่อการตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ดี และมีเหตุผลในการที่จะตัดสินใจในการซื้อสินค้า เพื่อให้ได้สิ่งมที่ตอบโจทย์ที่สุดขึ้นมา ดังนั้นเมื่อคุณวางแผนแคมเปญต่าง ๆ ที่จะรวบผู้บริโภคเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างเครื่องมือที่มีความสลับซับซ้อน หรือต้องกดหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการออกมา แทนที่จะสามารถซื้อหรือทำการติดต่อเพื่อให้ได้สินค้าและบริการนั้นขึ้นมาเลย รวมทั้งการสร้างหน้าสินค้าและบริการเปรียบเทียบที่สร้างการเปรียบเทียบกับสินค้าอื่น ๆ ที่มีมากเกินไป ทำให้ผู้บริโภคเลือกไม่ถูกจนถึงขั้นอาจจะไม่เลือกเลยก็มี

jam-study-results

ทั้งนี้นักการตลาดนั้นควรต้องเริ่มวางแผนในการใช้จิตวิทยาในเรื่อง Choice Paradox ในการที่จะสร้างจำนวนตัวเลือกที่เหมาะสมออกมา เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ง่ายที่สุดกับผู้บริโภค หรือสร้างเครื่องมือในการแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคขึ้นมาแทนที่จะให้ผู้บริโภคนั้นไปค้นหาเอาเองในเว็บไซต์ของคุณเอง

3. ใช้คนละภาษากับกลุ่มเป้าหมาย : หลาย ๆ ครั้งการตลาดของนักการตลาดเองมันจะจับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน Generation ที่เป็น Gen Z หรือ Gen Y โดยส่วนใหญ่ แต่กลุ่มนักการตลาดในองค์กรเองกลับเป็นคน Gen X หรือเลวร้ายกว่านั้นเป็น Gen แบบ Baby Boomer ทำให้การคิดหรือการสร้างการสื่อสารทางการตลาดกลับใช้มุมมองของตัวเองในการที่คิดว่า กลุ่ม Gen Z หรือ Gen Y จะชอบการสื่อสารแบบนี้ หรือบางทีก็จะมีความเข้มงวดในการใช้ภาษา ทำให้การสื่อสารที่จะจับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการนั้นกลับกลายว่าจับไม่ได้เลย เพราะสื่อสารกับคนละรูปแบบ ยิ่งมีการเข้มงวดในการใช้ภาษา ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นนั้นกลับกลายว่าเหมือนแบรนด์ที่ดูแข็ง ๆ ไม่เป็มมิตรมาคุยเสียอีก หรือในบางที่การตลาดกลับกลายว่าไปอยู่ภายใต้ PR ทำให้การสื่อสารทั้งหมดต้องผ่าน PR ซึ่งทำให้การสื่อสารนั้นต้องระวังภาพลักษณ์ หรือกลัวเสียภาพลักษณ์ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป ทำให้การตลาดที่ควรจะสื่อสารได้ดี ได้ง่ายกลับกลายเป็นเหมือนคนทีขี้เก๊ก มาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายทันที

BN-OP119_snapch_P_20160621210840

ทั้งนี้นักการตลาดต้องเริ่มคิดว่าจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ด้วยภาษาและท่าทีที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายต้องการที่สุด แล้วจะลดภาพลักษณ์ที่ตัวเองมีลงมาถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตัวเองต้องการอย่างไรขึ้นมา โดยที่ภาพลักษณ์หลักของแบรนด์นั้นยังคงอยู่นั้นเอง

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ one = 6

Recent Posts

Facebook