Great Artist Steal หลักการ Customer Experience ที่ Steve Jobs ขโมยจากโรงแรมมาสร้าง Apple Store


 

Pablo Picasso เคยกล่าวว่า Good artists copy, great artists steal.” ซึ่งแน่นอนหลักการนี้ Steve Jobs ก็เคยใช้ในการออกแบบ Mouse ตัวแรกของโลกออกมา โดยการไปเอาไอเดียจากการพัฒนา Mouse ของ Xerox ในยุคแรก ๆ ของ Silicone Valley ขึ้นมา นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ Steve Jobs ไปเอามาจากเจ้าอื่น ก็คือการวาง Customer Experience ของร้าน Apple Store ที่ลอกแบบมาจากการบริการของโรงแรมขึ้นมา

เมื่อร้าน Apple Store ร้านแรกตั้งขึ้นมาในปี 2001 มีการวางประสบการณ์การขายของร้านที่ไม่เหมือนใครอย่างมากในตลาด และเป็นการปฏิวัติวิธีการซื้อสินค้าเทคโนโลยีในยุคนั้นอย่างทันทีขึ้นมา ซึ่งในตอนนั้น Steve Jobs และ Ron Johnson ที่เป็น Head of Retail ในตอนนั้น ได้มานั่งวางแผนกันว่า จะสร้างประสบการณ์ของร้าน Apple Store อย่างไรดี โดยทั้งคู่มีเป้าหมายที่อยากจะเป็น ที่หนึ่ง และที่สุดยอดของโลกขึ้นมา แต่ทั้งคู่ยังไม่มีไอเดียว่าจะทำอะไร และต้องการแรงบันดาลใจในการออกแบบนี้อย่างเร่งด่วนอย่างมาก

สิ่งที่ทั้งคู่ทำคือการไปถามกับผู้คนรอบ ๆ สำนักงานของ Apple ในตอนนั้นว่า แบรนด์อะไร ที่คุณคิดถึงเป็นอย่างแรก หรืออะไรคือสุดยอดประสบการณ์ของลูกค้าที่เคยได้รับ ในชีวิต แน่นอนคำตอบที่ได้กลับมาไม่ใช่ห้าง และร้านค้า แต่กลายเป็นชื่อของโรงแรม นั้นคือ the Ritz-Carlton ซึ่งเมื่อได้คำตอบแล้ว สิ่งที่ Apple ทำคือ การให้อนาคตผู้จัดการที่อยู่ใน leadership program นั้นไปพักและเรียนรู้ว่า the Ritz-Carlton นั้นมีสุดยอด Customer Experience ได้อย่างไร และอะไรคือเคล็ดลับของ the Ritz-Carlton ที่ทำให้แขกนั้นประทับใจได้ โดยทีมงาน Apple พบความสนใจในการสร้าง Customer Experience คือ the Ritz-Carlton นั้นจะมีมาตรฐานทองคำที่พนักงานทุกคนต้องทำตามและท่องจำให้ได้ โดย มี 4 ข้อด้วยกันคือ

1. The Credo โดย Credo นั้นเท่า ๆ กับความเป็น Brand Promise โดยของ the Ritz-Carlton นั้นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องประสบการณ์พักผ่อนของแขกอย่างมาก โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายใน The Credo ของ the Ritz-Carlton ที่บอกว่าThe Ritz-Carlton experience enlivens the senses, instills well-being, and fulfills even the unexpressed wishes and needs of our guests.” นั้นให้แรงบันดาลใจ Apple อย่างมากในการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า โดยการทำ Apple Store ให้เกิดความรู้สึกด้านประสาทสัมผัสที่ดี และความรู้สึกที่ดีขึ้นมา

2. Motto ด้วยการที่มี Motto ที่เข้าใจง่ายและชัดเจน ซึ่งในภาษาไทยก็คือ ดูแลเขา เหมือนที่คุณอยากได้รับการดูแล สิ่งนี้ทำให้ Ritz-Carlton นั้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีขึ้นมาได้ ในการที่จะดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดขึ้นมา และยังทำให้พนักงานรู้สึกว่ามีพลัง มีค่า อยากจะบริการ เพราะให้ความรู้สึกว่าคนเราเท่ากันเหมือนกับแขกที่มาพัก  ซึ่งตรงนี้ให้แรงบันดาลใจ Apple อย่างมากในการสร้างระบบพนักงานที่ร้านว่า Geniuses ที่ให้พลังกับพนักงานในการทำงาน สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานนั้นเอง

3. The Employee Promise สิ่งหนึ่งที่ the Ritz-Carlton ทำคือการทำให้มั่นใจได้ว่า พนักงานทุกคนของตัวเองนั้นจะมีมาตรฐานในการทำงาน มีการฝึกฝน และกำกับดูแลอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะมาทำงาน ซึ่งพนักงานทุกคนในปีแรกต้องผ่านการฝึก 250 ชั่วโมงก่อนทำงาน ซึ่ง Apple ก็เอาแบบนี้มาใช้โดยในปี 2012  Apple มีคู่มือพนักงานที่เรียกว่า the Genius Training Student Workbook หลุดออกมาในเว็บไซต์ Gizmodo ซึ่งเนื้อหาภายในแทบมีแรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากคู่มือการฝึกฝนของthe Ritz-Carlton เลยทีเดียว

4. The Steps of Service สุดท้ายที่ the Ritz-Carlton ทำคือการมีขั้นตอนที่เรียบง่ายในการดูแลแขกของตัวเอง โดยการมีขั้นตอน 3 ขั้นตอบ คือ 1.ทักทายแขกแบบจริงใจ อบอุ่น ด้วยการเรียกชื่อ 2.ให้ความสนใจและพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละคนให้ได้ 3.ร่ำลาแขกด้วยความอบอุ่น ด้วยการเรียกชื่อจริง ซึ่งร้าน Apple ก็ทำแบบนี้เช่นกัน

แน่นอนด้วยการวางประสบการณ์ดี ๆ เช่นนี้ที่ Steve Jobs ขโมยวิธีการมาจาก the Ritz-Carlton ทำให้ร้าน Apple Store นั้นครองใจอย่างมากในเรื่องการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า และทุกคนต่างบอกต่อ ๆ กันในเรื่องการบริการของ Apple นอกจากนี้การสร้างประสบการณ์แบบนี้ยังเป็นวิธีการแบบเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า peak end rule ในทางจิตวิทยาอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่ Customer Experience ควรทำคือการเปรียบเทียบตัวเองกับเจ้าที่สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในตลาดตอนนั้น ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งคุณเพื่อที่คุณจะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดขึ้นมา


Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ