ทำการตลาดให้โต ด้วยการวัด % Orignial Customer เพื่อบอกว่าทำการตลาดได้ผลแค่ไหน

  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  

 

เคยนึกสงสัยไหมว่าการตลาดที่เราทำนั้นมันได้ผลมากน้อยแค่ไหน มีลูกค้าที่เกิดขึ้นจากการตลาดของเรามากน้อยแค่ไหนขึ้นมาเพราะไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาจะมาจากการตลาดของตัวเอง หรือมาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพราะถ้าตีความผิดในตรงนี้ ก็อาจจะทำให้แบรนด์ หรือนักการตลาดนั้นหลงระเริงได้ว่า มาจากการวางกลยุทธ์และการทำการตลาดที่ถูกต้องขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีเหตุที่อยู่ดี ๆ ทำให้เกิดลูกค้ามากขึ้นก็ได้ ซึ่งผลอาจจะทำให้นักการตลาดลงเงินไปเพิ่มกับกิจกรรมทางการตลาดหรือการตลาดที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลอยู่แล้วก็ได้ หรือถ้าทำต่อไปอาจจะไม่ได้ผลต่อไปก็ได้ เพราะไม่มีกระแสหรือปัจจัยบางอย่างที่มาช่วยให้การตลาดได้ผลแล้ว

การเข้าใจว่าการทำการตลาดให้ตัวเองได้ผลอย่างไรนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้แบรนด์หรือนักการตลาดสามารถรู้ได้ว่า ควรจะทุ่มทำตลาดหรือควรไปเปลี่ยนการตลาดตัวเองเพื่อให้ได้ผลขึ้นมาแทน ดังนั้นการวัดผลว่าการตลาดได้ผลแค่ไหน ไม่ใช่แค่การวัดที่แคมเปญจึงมีความสำคัญขึ้นมา ซึ่งการวัดว่าการทำการตลาดได้ผลอย่างไร สามารถวัดได้ที่ % Originated Customer

% Originated Customer สามารถวัดได้จากวิธีคิดคือถ้าคุณมีลูกค้า 100 คนต่อเดือน หลังจากการวิเคราะห์แล้ว คุณพบว่ามีเพียง 30 คนมาจากกิจกรรมการตลาดของคุณ นั้นแสดงถึงว่า 30 คนนั้นคือ Originated Customer ของการตลาดนั้น ๆ ขึ้นมา

% Originated Customer นั้นคือ กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาหรือกลายเป็นลูกค้าคุณจากการทำการตลาดในช่องทางที่คุณทำออกไป หรือเป็น Marketing Lead ก็ได้ แล้ว หารด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ทั้งหมดในเดือนนั้น ซึ่งสูตรที่ได้จะเป็นดังนี้ คือ %Originated Customer  = ลูกค้าใหม่จาก Marketing Leads ในช่วงเวลาที่สนใจ หารด้วย ลูกค้าทั้งหมดในช่วงเวลาที่สนใจ ด้วยอัตราส่วนนี้จะทำการบอกได้ว่า การตลาดคุณได้ผลมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งวิธีการคิด % Originated Customer นั้นมีความสำคัญอย่างมากในทางธุรกิจ เพราะเหตุผล 3 ข้อเลย คือ

1. ทำให้เราเห็น insight อย่างมากว่า การตลาดที่ทำออกไปนั้น ได้ลูกค้าจริง ๆ กลับมากี่ % และช่วยทำให้แบรนด์และนักการตลาดเอง สามารถเห็นถึง Wining Campaign, Channel และวิธีการที่ใช้เพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่มา ด้วยความรู้นี้สามารถต่อยอดและทำให้นักการตลาดเองลดเงินในการใช้ในการดึงดูดลูกค้าได้ต่อไป

2. ทำให้เห็นได้ว่า ลูกค้าที่ได้มา นอกเหนือจาก Marketing Campaign ที่ทำออกไป มีจำนวนมากแค่ไหน เพราะถ้ามีจำนวนมากและเกิดขึ้นจาก Word of Mouth สิ่งที่นักการตลาดควรทำคือการเอาเงินไปใช้กับการดูแลรักษา คุณภาพผลิตภัณฑ์และสินค้าขึ้น หรือถ้ามาจากหน้าร้าน สิ่งที่ควรทำคือการบริหารจัดการว่าขยายหน้าร้านไหมขึ้นมา

3. ด้วยการวัดตัวชี้วัดนี้ จะทำบังคับให้องค์กรและหน่วยงานมีความเป็น Analytics เพิ่มมากขึ้น จากการที่วัดเรื่อง Digital Ads หรือ ตัวเลขจากแคมเปญ ต่าง ๆ อยู่แล้ว เพราะด้วยตัวชี้วัดนี้จะบังคับให้คุณหาตัวเลขในวิ่งที่วัดยากออกมา ไม่ว่าจะเป็นOffline ads หรือ หน้าร้านออกมา นักการตลาดหรือคนทำจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการวัดผลว่าได้ลูกค้ามายังไง ซึ่งอาจจะมาจากการมี code ส่วนลดหน้าร้าน การทำแบบสอบถาม หรืออื่น ๆ ได้ ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจลูกค้ามากขึ้นไปอีก

ด้วยการทำการวัด % Originated Customer นี้จะทำให้สามารถเข้าใจได้ว่า ลูกค้าที่เข้ามาทั้งหมดนั้น มาจากการทำการตลาดมากน้อยแค่ไหน หรือมาจากการบอกต่อ หรือขายหน้าร้านมากแค่ไหน ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการการตลาดหรือปรับปรุงประสิทธิภาพขึ้นมาได้ นอกจากนี้ ด้วยการเก็บข้อมูลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง หลาย ๆ เดือน หรือหลาย ๆ ปี จะทำให้สามารถเห็นได้ว่าประวัติที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีกิจกรรมลูกค้าเพิ่มขึ้นหรือได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น จะได้รู้ว่ามาจากเทรนด์ หรือมาจากกิจกรรมทางการตลาดด้วย

การวัด % Originated Customer อย่างต่อเนื่องนั้นจะทำให้การทำการตลาดของคุณนั้นแข่งแกร่งเพิ่มมากขึ้นมา และทำให้นักการตลาดสามารถรู้ว่าการตลาดที่ได้ผลต้องทำอะไรบ้าง หรือมีปัจจัยอย่างไรที่จะทำซ้ำขึ้นมาได้ และทำให้ธุรกิจและการตลาดของนักการตลาด มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน


  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ