
กว่า 14 ปีในวงการอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์ Gorilla Event ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะบริษัทที่ไม่ใช่แค่ผู้จัดงาน แต่เป็น ‘พาร์ทเนอร์คู่คิด’ ที่แบรนด์ชั้นนำไว้วางใจ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขา โดย Marketing Oops! ได้ชวน 2 สาวคนเก่งผู้ก่อตั้งทั้งสอง ได้แก่ คุณอุ๋ย นิรุบล สิริมงคล, Co-CEOs & Sales Director และ คุณปู ผาณิต ทรัพย์รุ่งเรือง, Co-CEOs & Operation Director มาร่วมเปิดอกพูดคุย ตั้งแต่จุดเริ่มต้น วิสัยทัศน์ จุดแข็งที่มัดใจลูกค้า ไปจนถึงทิศทางในอนาคตที่มุ่งสู่การเป็น Global Event Agency อย่างเต็มตัว รวมไปถึงเทรนด์สำคัญของการจัดอีเวนต์โลกจะมุ่งไปสู่รูปแบบใด ใครที่ต้องทำงานสายออร์แกไนเซอร์และต้องจัดอีเวนต์ไม่ควรพลาดจริงๆ
จาก Passion และประสบการณ์ สู่การสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง

Gorilla Event ก่อตั้งโดยคุณปูและคุณอุ๋ย ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเป็นพนักงานบริษัท ทั้งสองได้สั่งสมประสบการณ์ในสายงานอีเวนต์มานานกว่า 10 ปี ก่อนจะตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง แม้ในช่วงแรกจะมีความคิดที่จะทำธุรกิจอื่น ๆ เช่น ขายเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ แต่สุดท้ายก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้ ‘ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด’ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Gorilla Event ถือกำเนิดขึ้น
“ชื่อ กอริลล่า มาจากการที่ทั้งอุ๋ยและปู เกิดปีวอก (ปีลิง) ด้วยกันทั้งคู่ แต่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดู ทรงพลัง (Powerful) และแข็งแกร่ง (Strong) เราอยากเป็นลิงที่เป็นเจ้าป่า ไม่ใช่ลิงตัวเล็กๆ จึงเลือกใช้ชื่อกอริลลาแทน ที่สำคัญคือมันสะท้อนความเป็นเราและทีมของเราให้มากที่สุด” คุณอุ๋ยเล่าถึงที่มาของชื่อบริษัท
วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่ Organizer แต่คือ ‘พาร์ทเนอร์’ ที่ร่วมคิดร่วมสร้าง

สิ่งที่ทำให้ Gorilla Event โดดเด่นคือวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นมากกว่าออร์แกไนเซอร์ทั่วไป พวกเขานิยามตัวเองว่าเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่พร้อมจะช่วยเหลือ คิด และวางแผนร่วมกับลูกค้า ทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าหลายรายพัฒนาไปเหมือนเพื่อนหรือพี่น้องที่เมื่อ
“คิดอะไรไม่ออก ก็จะโทรหา Gorilla Event ก่อนเป็นอันดับแรก แม้ว่างานนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเราด้วยซ้ำ นี่คือเวิร์ดดิ้งที่ลูกค้านึกถึงเรา” คุณปูกล่าวเสริม
เป้าหมายสำคัญของบริษัทคือการเติบโตไปเป็น Local Partner ที่ได้รับความไว้วางใจจาก Global Agency ที่ต้องการเข้ามาจัดงานในประเทศไทย เราอยากจะก้าวมาเป็นชอยส์ลำดับต้นๆ ที่เขาอยากจะเลือกมาร่วมงานด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีลูกค้าจากต่างประเทศที่ได้มาร่วมงานกันจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเลย
“ด้วยความที่ตอนนี้มีบริษัทที่เป็นอีเวนต์ออแกไนเซอร์มากมาย แต่เราสามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่าแค่จัดอีเวนต์ให้กับลูกค้า เราสามารถร่วมคิดร่วมสร้างได้ตั้งแต่ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ ช่วยเหลือ วางแผนและซัพพอร์ตในทุกๆ อย่าง เหมือนกับเป็นเพื่อนคู่คิดได้เลย ลูกค้าก็แทบจะเหมือนเป็นเพื่อนกับเราไปแล้ว” คุณอุ๋ยย้ำการทำงานในแบบ Gorilla Event
จุดแข็งที่มัดใจลูกค้า Service, Flexibility และ “เสกได้(เกือบ)ทุกอย่าง”

นอกจากประสบการณ์กว่า 14 ปีและความเชี่ยวชาญล้นเหลือ สิ่งที่ Gorilla Event ก็ยังสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าด้วยจุดแข็งที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น
- Turn-key Event Agency ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การวางกลยุทธ์, ครีเอทีฟ, การออกแบบ, ไปจนถึงการผลิตและจัดงานอีเวนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Exhibition, Conference, Product Launch, หรือแม้กระทั่ง Roadshow ตามห้างสรรพสินค้า เรียกได้ว่า สามารถแฮนเดิลได้ตั้งแต่งานสเกลเล็กในระดับห้าง ไปจนถึงอีเวนต์ใหญ่ระดับฮอลล์จุคนเป็นหมื่น และงานระดับอินเตอร์แนชันนัล
- ความยืดหยุ่นและพร้อมแก้ปัญหา จุดแข็งที่สำคัญที่สุดคือความยืดหยุ่น (Flexible) และความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝัน ทีมงานพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกค้าเสมอแม้ในสถานการณ์เร่งด่วน หรือแม้แต่งานนั้นไม่ใช่ของ Gorilla Event โดยตรง แต่หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาก็พร้อมซัพพอร์ตทันที
- “Gorilla รับจบ” พวกเขาแทบจะไม่เคยปฏิเสธคำขอของลูกค้า ไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม ทำให้ลูกค้าสามารถ ‘ทิ้งตัว’ และไว้วางใจได้ว่าเมื่องานอยู่ในมือของ Gorilla Event แล้วจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
- ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทีมงานให้ความสำคัญกับการศึกษาโจทย์ของลูกค้าอย่างลึกซึ้งเพื่อสร้างสรรค์งานที่ตอบโจทย์และมีดีไซน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ บริษัทยังลงทุนกับการส่งทีมงานไปดูงานต่างประเทศเพื่อหาแรงบันดาลใจและนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ
“ลูกค้าสามารถมาในภาวะทิ้งตัวใส่เราได้เลย ก็ยอมรับว่าเรามีความสปอยล์ลูกค้าในระดับหนึ่งเหมือนกัน แต่นั่นเพราะเราทำงานกับลูกค้ามานานจนเหมือนรู้ใจและเป็นเพื่อนพาร์ทเนอร์กันไปแล้ว เชื่อว่าออแกไนซ์เซอร์อื่นๆ เองก็มีความเก่งไม่แพ้กันเหมือนกัน แต่จะทำยังไงให้ลูกค้าผูกพันติดกับเราได้มากกว่า นี่ก็ทำให้ลูกค้าหลายรายอยู่กับเรามานาน (Customer Retention) ตั้งแต่เดย์วันที่เราก่อตั้งบริษัทเลย” คุณอุ๋ย กล่าวเสริม
ในขณะที่เรื่อง Innovation และ Creativity ทีมงานของเรามีการศึกษาและอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราทั้งคู่เองก็เป็นคนที่ไปต่างประเทศบ่อย รวมถึงพาน้องๆ ในทีมไปยังที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งจะหยิบเอาสิ่งที่เห็นต่างๆ มาระดมสมองระดมความคิดกันออกมาเป็นสิ่งที่ใหม่และสร้างสรรค์ ซึ่งคำว่า Innovation หรือนวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยเสมอไป แต่บางทีมันคือการหยิบจับและผสมผสานกันออกมาเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนก็ได้ ทีมของเราค่อนข้างมีจุดแข็งในด้านนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเรามีทั้งประสบการณ์และการศึกษาจากหลายๆ งานนำมารวมกัน
“ที่สำคัญคือ เราเชื่อในเรื่องการฟัง ฟังๆ ฟังๆ ลูกค้าให้มาก และตีโจทย์ให้ออกว่าเขาต้องการอะไร ต้องการปั้นงานแบบไหน ไอเดียไหนที่เขาต้องการ เราก็จะดีไซน์ออกมาให้ตรงกับใจหรือบางครั้งก็ว้าว! มากกว่าที่เขาต้องการ” คุณปูกล่าวย้ำถึงจุดแข็งสำคัญ
พลังจากภายใน ทีมและ DNA แห่งความสำเร็จ

ทีมงานของ Gorilla Event ที่มีอยู่ประมาณ 50 คน คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ พวกเขามีพลังในการทำงานสูงจนทำให้บริษัทขนาดกลางสามารถรับงานสเกลใหญ่จำนวนมากได้
ผู้บริหารทั้งสอง ได้เผยถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘Gorilla Event’s DNA’ หรือ ความเป็นคนกอริลล่า ว่า เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง พวกเราสองคนทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานทุกคน ไม่ใช่แค่วางแนวทางหรือนโยบายเท่านั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและพร้อมที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน นอกจากนี้ เรายังมีอีกสิ่งที่สำคัญคือ การผสมผสานระหว่างรุ่น บริษัทผสมผสานระหว่าง “ความเก๋า” จากประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งทั้งสองคน เข้ากับ ไอเดียที่สดใหม่ของทีมงานคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ทันต่อเทรนด์และความต้องการของลูกค้าที่เป็น Gen Z มากขึ้นรวมไปถึงสามารถสื่อสารกับ Gen Z ได้ด้วย
ดังนั้น DNA ของทีม Gorilla จึงประกอบด้วย 3 สิ่งสำคัญคือ 1) ความรักในงานอีเวนต์ 2) Service Mind ที่ยอดเยี่ยม และ 3) ความกระหาย (Passion) ที่จะดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด
“เราอาจดูเป็นบริษัทระดับกลาง ที่มีทีมงานไม่ได้มาก แต่เราก็มองว่ามันก็ไม่ได้เล็กเกินไปและไม่ได้ใหญ่เสียจนอุ้ยอ้าย แต่เป็นสัดส่วนที่พอเหมาะกำลังดี มีความคล่องตัว ในการจับมือประสานงานกันทำได้ทั้งงานสเกลเล็กและใหญ่ระดับอินเตอร์อย่างที่กล่าวไป แต่มากไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเราสองคนมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือ พลัง as a one team ที่พวกเรามี ไม่ว่าปัญหาจะเกิดหน้างาน หลังงาน เราสามารถรับมือกับมันได้อย่างทันท่วงทีและฝ่าฟันมันได้อย่างทะลุทะลวง ด้วย DNA ของทีม Gorilla ที่เรามี และเราหล่อหลอมมันมากกว่า 14 ปีจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นมา” คุณอุ๋ย กล่าวย้ำถึงพลังแห่งความเป็น Gorilla Event เจ้าป่าแห่งสนามอีเวนต์
บิ๊กอีเวนต์แห่งความภูมิใจ

แน่นอนว่าด้วยประสบการณ์ 14 ปี Gorilla Event ย่อมผ่านงานมาแล้วมากมาย ทั้งน้อยและใหญ่ และทุกชิ้นก็เป็นไปด้วยความภาคภูมิใจ แต่ถ้าจะให้เล่าทั้งหมดคงไม่ได้ คุณอุ๋ยและคุณปูเลยยกตัวอย่างงานที่ภูมิใจระดับภูมิภาคและระดับอินเตอร์ที่ทีมประทับใจและรู้สึกขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง
ลำดับแรกเลยคือ 2 งานอุตสาหกรรมรถยนต์ประจำปีของไทย ได้แก่ “งานมอเตอร์โชว์” และ “งานมอเตอร์เอ็กซ์โป” ซึ่งทาง Gorilla Event รับดูแลให้กับแบรนด์ค่ายรถยนต์หลายค่ายเลยทีเดียว เป็นอีเวนต์ใหญ่ที่ภาคภูมิใจในทุกครั้ง โดยในงานนี้ยังได้รับรางวัลทั้งด้านดีไซน์และเพอร์ฟอร์แมนซ์มาการันตีความสำเร็จ
นอกจากนี้ อีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญ ซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่เปิดประตูให้ Gorilla Event ได้เข้าสู่การทำงานร่วมกับ Global Agency ระดับโลก ขนาดใหญ่ เป็นงานฉลองครบรอบ 60 ปีของรถยนต์แบรนด์หนึ่ง โดยทีมเอเจนซี่จากอังกฤษได้ทำการรีเสิร์ชเราอย่างละเอียดผ่านช่องทางออนไลน์ และมีการพูดคุยกันหลายครั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โปรเจกต์นี้เราทุ่มเทกันนานกว่า 6 เดือน จนงานออกมาสมบูรณ์แบบในระดับมาตรฐานสากล และที่สำคัญ งานนี้ยังเป็นเสมือนฐานสำคัญที่เชื่อมต่อให้เราได้ร่วมงานกับ Global Agency จากประเทศอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เป็นอีกหนึ่งงานที่เราภูมิใจและไม่พูดถึงไม่ได้จริง ๆ
ส่วนอีกงานที่เป็นความภูมิใจในฐานะคนไทย คือการจัดงานให้กับเอเจนซี่สาย Fintech จาก USA ซึ่งมีสาขาประจำภูมิภาคอยู่ที่ Singapore ซึ่งได้รับการแนะนำแบบปากต่อปาก ในการจัด Global Event สาย Fintech ใน Region นี้ครั้งแรกโดยเลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมาย ซึ่งพอได้ร่วมงานกันครั้งแรก หลังจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปี พร้อมกับความชื่นชมยินดีในการทำงานร่วมกับบริษัทคนไทยอย่างเรา
ก้าวสู่เวทีโลก ผสาน ‘Thai Charm’ และ ‘Global Standard’

Gorilla Event ประสบความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้าต่างชาติและ Global Agency ด้วยการผสมผสานเสน่ห์แบบไทยเข้ากับมาตรฐานการทำงานระดับโลก
- “Thai Charm” & Flexibility คือความเป็นมิตร ความอ่อนน้อม และความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งสร้างความประทับใจให้ลูกค้าต่างชาติที่คุ้นเคยกับการทำงานที่เข้มงวด
- “Global Standard” ในขณะเดียวกัน พวกเขายังคงรักษามาตรฐานคุณภาพ (Quality Control) และการจัดการที่เป็นระบบระดับสากล ทำให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
- Sustainability Gorilla Event ให้ความสำคัญกับเทรนด์ความยั่งยืน เช่น การคำนวณ Carbon Footprint และการรีไซเคิลวัสดุหลังจบงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ลูกค้าต่างชาติให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“สำหรับลูกค้าต่างประเทศ ก็มาจากหลายอุตสาหกรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สายรถยนต์ สายพลังงาน เทคฯคอมพานี ซึ่งปัจจุบันเรามีลูกค้าต่างประเทศที่ทำงานร่วมกับเราอย่างต่อเนื่องจากอีเวนต์ปีแรกและทำต่อในปีที่สองและสาม แล้วช่วง 3-4 ปีหลัง เราสามารถแทรกตัวเป็นชอยส์แรกๆ ในการจัดงานในไทยให้กับบริษัทต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เพราะความสำเร็จจากปากต่อปากที่บริษัทต่างประเทศบอกต่อๆ กัน ซึ่งนอกจากจะเป็นความภูมิใจของทีมงานแล้ว เราก็ได้รับคำชมด้วยว่าคนไทยจัดงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครีเอทีฟไอเดีย ความอ่อนน้อม ความละเอียด และเซอร์วิสมายด์ แบบ Thai Charm นับเป็นอีกสิ่งที่เราภาคภูมิใจที่ทำให้ต่างชาติมองว่าคนไทยเรามีฝีมือดีส่งเสริมธุรกิจ MICE ในประเทศได้” คุณอุ๋ย กล่าวอย่างภาคภูมิ
ทิศทางในอนาคต พร้อมบริการใหม่และเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม

Gorilla Event ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง โดยมีทิศทางในอนาคตที่ชัดเจน
- New Service – Store & Experience Design เตรียมเปิดตัวบริการใหม่ที่เน้นการออกแบบ “ประสบการณ์” ในพื้นที่ต่าง ๆ (Experiential Space) เช่น Concept Store โชว์รูม หรือร้านค้า เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะเน้นการขายเพียงอย่างเดียว
- เป้าหมายสู่ Global Event Agency มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของบริษัทและทีมงานให้พร้อมสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่างเต็มตัว โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านผลงานและประสบการณ์จริง เพื่อให้ชื่อ Gorilla Event เป็นที่รู้จักและไว้วางใจในระดับสากล
และเร็วๆ นี้ ทาง Gorilla Event ก็เตรียมจะเปิด New Service โดยเบื้องต้นเรียกเซอร์วิสนี้ว่า Experimental Center ซึ่งจะเน้นตอบโจทย์งาน Design and Decoration และออกแบบ customer journey อันที่จริงแล้วบริการนี้เราก็ทำมาตลอด แต่ว่าวันนี้เห็นแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดบริการทำให้จริงจังมากขึ้น เพราะในปัจจุบันแบรนด์และลูกค้าต่างๆ ไม่ได้ ทำแค่การเปิดช้อปหรือเปิดตัวสินค้าแบบปกติทั่วไป แต่ต้องการสร้างประสบการณ์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากขึ้น ที่สำคัญเลยคือ ต้องการสื่อสารด้าน Branding ให้กับลูกค้า ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นการสื่อสารที่มากกว่าขายของ การสร้าง Experience ที่ว้าวและใหม่ขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบันและเชื่อว่าจะเป็นแนวโน้มที่มีต่อเนื่องต่อไป
“ทิศทางในอนาคต Gorilla Event ตั้งเป้าที่จะก้าวสู่การเป็น Global Event Agency โดยพัฒนามาตรฐานและศักยภาพของทีมงานให้พร้อมรองรับลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยประเทศไทยมี Resource ที่ดีเยี่ยมในการจัดงานระดับโลกต่างๆอยู่แล้ว Gorilla Event จึงพร้อมรองรับกับการเป็น Local Partner ให้กับแบรนด์ต่างชาติที่เลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมาย และเป็น Partner คู่หู คู่คิด คู่ทำ ให้กับแบรนด์ในไทยในเชิง Activation Agency” ผู้บริหารทั้งสองท่านกล่าวปิดท้าย
ในความท้าทายของเศรษฐกิจและความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลง หนึ่งในความภูมิใจของธุรกิจ MICE ไทย เชื่อว่า Gorilla Event ได้สร้างความสำเร็จตลอด 14 ปี ด้วยการยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของการเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่แท้จริงของลูกค้า การบริการที่ยืดหยุ่นและไว้วางใจได้ ทีมงานที่เปี่ยมด้วยพลังและ Passion และการปรับตัวให้ทันต่อมาตรฐานโลก ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่จะผลักดันให้พวกเขาก้าวไปสู่การเป็น Global Event Agency ในอนาคตได้อย่างแน่นอน.
