ในวันที่ Wellness ยังเป็น Niche Market ในไทย แต่ชื่อ ‘รักษ’ กลับดังไกลข้ามทวีป ด้วยแพชชั่นของ ‘ดุษฎี ตันเจริญ’

  • 346
  •  
  •  
  •  
  •  

คุณดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ RX Wellness

หากมีโอกาสพบ คุณมด – ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ เวลเนส จำกัด (RX Wellness) ผู้บริหารโครงการ รักษ (RAKxa) เชื่อว่าทุกคนจะไม่สงสัยเลยว่า ทำไมเธอจึงได้รับตำแหน่งแม่ทัพหญิงผู้ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ขององค์กร เพราะนอกจากผิวพรรณ รูปร่าง และรอยยิ้มสดใส ที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี เธอยังมีความสนใจและใส่ใจเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง ทั้งยังนำเทรนด์ Wellness Retreat มาตั้งแต่ปี 2546 เดินทางไปถึงบาหลี เพื่อเข้าโปรแกรมอย่างจริงจังถึง 7 วันเต็ม ทั้งกิน Row Food และทำกิจกรรมเชิง Holistic ซึ่งคนทั่วไปอาจรู้สึกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอคนนี้ Feel Good

แม้จะมีบุคลิกภาพเป็นคนรักสุขภาพเช่นนี้ อดีตของคุณดุษฎีก็เคยใช้ชีวิตทุ่มเทกับงานจนละเลยสุขภาพ กระทั่งเข้าใกล้กับโรคภัย เกิดการเจ็บป่วย จึงกลายเป็นจุดสตาร์ทให้เธอได้หันกลับมาดูแลตัวเอง จนกลายเป็นความหลงใหลและออกเดินทางไปหลายต่อหลายประเทศ เพื่อเฟ้นหาประสบการณ์ Wellness ที่ตอบโจทย์และตรงใจที่สุด

คุณดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ RX Wellness-2

แน่นอนว่า นอกจากความชื่นชอบที่กลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะเธอมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากบทบาทของผู้บริโภคที่มีประสบการณ์และได้ทดลองใช้บริการมาหลายแห่ง ปัจจุบัน เธอยังเข้ามารับผิดชอบธุรกิจ Wellness อย่างเต็มตัว และยังสามารถฉายภาพให้คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างเรา ๆ ได้เปิดโลกและตื่นตาตื่นใจไปกับความครอบคลุมในทุกมิติของ รักษ ชนิดที่เราไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า Fully Integrative Wellness and Medical Retreat หรือ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม ตามคอนเซปต์ของ รักษ จะเต็มไปด้วยความพิเศษ หลากหลาย และละเอียดได้ขนาดนี้

โดย คุณดุษฎี อธิบายถึงจุดเริ่มต้นโครงการรักษ ว่รักษ ดำเนินงานโดยบริษัท อาร์เอ็กซ์ เวลเนส จำกัด บริษัทลูกของบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) จากแนวคิดของทีมผู้บริหาร ที่ต้องการขยายพอร์ทฟอลิโอจากการทำเรียลเอสเตท กว่า 60 ปี สู่การ Diversify Portfolio ทำให้เรามองหาธุรกิจว่ามีอะไรเป็นเทรนด์ที่ควรจะไปได้ ซึ่งพบว่าประเทศไทยอยากเป็น Medical Hub และมี Key Driver คือ Hospitality กับจุดแข็งด้านการต้อนรับ บริการ ที่มีชื่อเสียงด้านนี้ไปทั่วโลก เมื่อรวมกับเป้าหมายด้าน Medical Hub ที่ประเทศไทยต้องการขึ้นไปอยู่ในแถวหน้า ซึ่งเราก็โชคดีที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติและมีธุรกิจ Vitallife Allianz (ไวทัลไลฟ์ อัลไลอันซ์) ให้บริการ Scientific Wellness Center ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ยาวนานกว่า 20 ปีในไทย เหมาะสมจะเป็นความร่วมมือกับ รักษ ในการก้าวเดินสู่เป้าหมาย World – Class Medical and Wellness Destination ต่อไป

คุณดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ RX Wellness-3

รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

ต่อให้ใช้ความชื่นชอบและแพชชั่นที่มีต่อ Wellness มาเป็นประโยชน์ต่อบทบาทผู้บริหาร รักษ ได้มากแค่ไหน แต่ความท้าทายที่ต้องเปิดตัวในช่วงเวลาซึ่งยากลำบากกับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม อย่างช่วงปลายปี 2563 ก็เรียกว่าเป็นโจทย์หินเช่นกัน โดย คุณดุษฎี เล่าว่าใช้เวลา 3 ปี ทั้งการศึกษาเพิ่มเติม ดูงาน Wellness Retreat ทั่วโลกด้วยตนเอง เพื่อนำจุดเด่นของบริการ Wellness แต่ละประเทศ แต่ละวัฒนธรรม มาพัฒนาเป็นความสมบูรณ์แบบของ Alternative and Complementary Medicine จากศาสตร์เก่าแก่และเทคโนโลยีใหม่ ผสมผสาน Holistic จุดเด่นของประเทศไทยที่ไม่มีใครมาสู้ได้ เข้ากับ Medical ผ่านความแข็งแกร่งของ Vitallife Allianz ที่เชี่ยวชาญ Scientific Wellness และใช้ความโดดเด่นในเรื่องการอยู่สบาย เพื่อทำให้เกิดการบูรณาการที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งเรื่องสุขภาพและการพักผ่อน สอดรับกับโปรแกรมที่เริ่มต้นตั้งแต่ 5 – 7 วัน หรือ 14 วัน เรียกว่าต้องสบายกายสบายใจที่นี่

 

หากถามว่า รักษ ให้ความสำคัญหรือใส่ใจกับการดูแลสุขภาพแค่ไหน คุณดุษฎี บอกว่า รักษ ถูกดีไซน์แบบใส่ใจทุกรายละเอียด

“มีงานวิจัยที่บอกว่าหาก Jet Lag แล้วได้เดินบนพื้นดินหรือพื้นหญ้า 15 นาที ก็จะรู้สึกดีขึ้น หลับสบายขึ้น เพราะได้รับพลังงานจากธรรมชาติที่ส่งผลโดยตรงต่อพลังงานในร่างกายของมนุษย์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิลล่าทุกหลังที่ รักษ จะต้องมีสวนที่มีดิน มีหญ้า มีก้อนหิน ซึ่งลูกค้าสามารถใช้พื้นที่ได้จริง ๆ ออกไปเดินไปสัมผัสได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการคิดมาอย่างดีเพื่อสุขภาพของผู้เข้าใช้บริการไม่ใช่แค่มีไว้ให้มองเพื่อความสบายตา หรือแม้แต่ระดับความสูงของเตียง ก็ถูกออกแบบและคิดร่วมกับนักกายภาพมาแล้วว่าเป็นระดับที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการใช้งานของลูกค้าทุกช่วงวัย หรือไม่ติดตั้งทีวีไว้ในห้องนอนเพื่อลดอันตรายจากแสงสีฟ้าของหน้าจอ เป็นต้น”

ดังนั้น ทั้งของตกแต่งสถานที่ ห้องพัก เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงของไทยและเน้นไปที่ความออร์แกนิค ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกขั้นตอนในรักษ แม้แต่มินิบาร์ในห้องพัก เครื่องดื่มระหว่างวัน อาหารว่าง หรืออาหารหลัก ที่ลูกค้าจะได้รับตลอดแพ็คเกจ ล้วนถูกกำหนดให้เป็นไปตามคอนเซปต์ที่ให้ความสำคัญต่อการกินการอยู่ ใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบที่มีคุณค่าต่อร่างกายโดยทำงานร่วมกับนักโภชนาการ มีเวลามีระบบที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล

รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม  รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม  รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

รักษ (RAXza)-1

Singing Bowl คลื่นเสียงที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย วิธีต้อนรับจาก รักษ ที่มอบให้แขกผู้มาเยือนเป็นครั้งแรก

ขณะที่ พื้นที่ส่วนกลางก็ร่วมกับ Vitallife เพื่อดีไซน์ว่า Scientific Wellness Center ควรมีอะไรบ้าง จนกลายเป็นคอนเซปต์ Know Yourself ต้องทำให้ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับร่างกายของตนเอง ซึ่งรักษ ตรวจละเอียดไปถึงระดับดีเอ็นเอ วิตามิน เกลือแร่ เพื่อให้รู้ว่าร่างกายของเรามีส่วนไหนบกพร่องหรือต้องเสริมสร้าง เพื่อให้การ Supplement ทำได้ถูกจุด แม้จะเข้ารับบริการเป็นคู่หรือมาเป็นครอบครัว แต่ รักษ ก็จะตรวจร่างกายและวิเคราะห์ข้อมูลของทุกคน เพื่อจัดเตรียมโปรแกรมที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล มีการตรวจแล็บ พบแพทย์ Wellness เพื่อฟังผล และทำความเข้าใจสุขภาพของตนเอง โดยรักษ ใช้ทั้งกระบวนการและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามคอนเซปต์ของรักษ ที่ต้องการ Enhancement – Prevention – Cure – Restoration ให้กับทุกคน

รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

ส่วนอาคารอื่น เช่น ตึกใจ ซึ่งเป็น Alternative and Complementary Medicine มีทั้งแพทย์แผนไทย แผนจีน แผนอายุรเวท พลังงานบำบัด Therapeutic Spa และ Hydrotherapy ก็ดีไซน์ให้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญสามารถทำงานร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้ลูกค้าทุกคนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการประคบร้อน บางคนอาจเหมาะกับประคบเย็นมากกว่า หรือการทำ Medical Gym ที่จะเน้น Physical Body มีเครื่องมือที่จะทำให้คุณได้รู้ว่าร่างกายถนัดอะไร ถูกใช้งานมาอย่างไร เหมาะกับการออกกำลังกายประเภทใด ซึ่งรู้ได้ถึงเรื่องสมองว่ามีความฉับไวเพียงใด

 

“ไม่ใช่แค่การลงทุนกับระบบหรือเครื่องมือ สิ่งที่รักษ ให้ความสำคัญอย่างมากคือพนักงาน ซึ่งเรารับและฝึกความพร้อมล่วงหน้าเกือบ 1 ปีก่อนเปิดให้บริการกับลูกค้า เพราะเรารู้ว่า Wellness ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนเชี่ยวชาญ จึงต้องมีเทรนนิ่ง ปูพื้นฐาน ให้พวกเขาทำความเข้าใจกับคำว่า Wellness ในรูปแบบของรักษ เพื่อทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่เหมาะสม นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมพนักงานทุกคน ทุกส่วนของรักษ จะต้องมีโอกาสได้ทดลองแต่ละบริการ หรือแม้แต่อาหารและเครื่องดื่มในขณะเทรนนิ่ง เพราะเราต้องการให้พวกเขาได้รู้ถึงประสบการณ์เหล่านั้น เพื่อดูแลและถ่ายทอดให้ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงบริการแบบท่องจำ และทำให้ทุกส่วนได้รับฟีดแบ็กหลายเสียงมากขึ้นด้วย”

RAKxa_Gait analysis

medical gym

COVID-19 เปลี่ยนตลาด แต่ไม่เปลี่ยน ‘ความสำเร็จ’

แน่นอนว่าบริการด้านสุขภาพที่เข้มข้น แถมยังตอบโจทย์ Personalize และ Customize ให้กับลูกค้าขนาดนี้ น่าจะตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มต่างชาติได้มากกว่าชาวไทย ซึ่ง คุณดุษฎี ก็ยอมรับว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของรักษ คือ ชาวต่างชาติ แม้ในช่วง 1 ปีกว่า ๆ ที่เปิดให้บริการจะสามารถทำตลาดในประเทศได้เพียงอย่างเดียว แต่ Pandemic ก็ทำให้คนหันมาดูแลตัวเอง ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงทำให้ได้ผลตอบรับค่อนข้างดีและมีลูกค้าเป็นเมมเบอร์แล้วมากกว่า 100 แอคเคาท์ มีสมาชิกในแต่ละครอบครัวประมาณ 3 – 4 คน อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายของรักษ ยังคงโฟกัสที่ชาวต่างชาติเช่นเดิม แต่อาจปรับสัดส่วนเป็นลูกค้าชาวไทยมากขึ้นจากผลตอบรับในช่วงที่ผ่านมา

โลกของ Wellness ไม่ใช่การชะลอวัย หรือการทำให้อายุยืน แต่เป็นเรื่องของ Lifestyle Modification การมีสุขภาพดีจนวันสุดท้าย เป็นคุณภาพชีวิตในแบบที่เราต้องการมีในช่วงบั้นปลาย แน่นอนว่าประเด็นนี้ยังต้องใช้เวลาและทำความเข้าใจ หากสังเกตจากลูกค้ารักษ จะพบว่าพวกเขาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากกว่าความสวยความงาม สุขภาพที่ดีกลายเป็น Goal ของพวกเขา หรือแม้แต่แพ็คเกจ Deep Sleep 3 วัน 2 คืน ปรับสมดุลการนอน ก็ได้การตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม สะท้อนว่าเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่กำลังเผชิญ และพวกเขาเข้ามาหาเราเพราะไม่ได้ป่วยแต่ต้องการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพ

รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม
รักษ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

Hydro Therapy

Ayuraveda Marma Healing แพทย์แผนอินเดีย

ธุรกิจ Wellness ยังไม่แมส(ในไทย) เพราะสุขภาพยังไม่ใช่ Priority แรกในชีวิต

คุณดุษฎี มองว่า ความเข้าใจและความพร้อมในการปรับเปลี่ยนยังคงเป็นความท้าทายหลักของธุรกิจ Wellness ในประเทศไทย คนส่วนใหญ่เข้าใจแต่ยังไม่ได้มีเรื่องสุขภาพเป็น Priority แรกในการใช้ชีวิต ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ด้วยวิธีค่อย ๆ ทำ เพราะอย่างน้อยต้องมี Awareness ก่อน แต่ความน่าสนใจของธุรกิจ Wellness ในประเทศไทย คือเรื่องเวลา โดยเฉลี่ยพบว่าลูกค้าชาวไทยจะใช้เวลากับโปรแกรมของเราเพียง 1 – 2 วัน ขณะที่ กลุ่ม Wellness Tourism นิยมใช้เวลา 7 – 14 วัน ถือเป็นเรื่องของความเข้าใจและประสบการณ์ที่ต้องเกิดจากการได้ทดลองใช้บริการ

มีเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!

คุณดุษฎี ให้ความรู้ว่า หากเป็น Wellness ที่ให้บริการโดยผ่านขั้นตอนการพบแพทย์ พบที่ปรึกษาด้าน Wellness และมีการประเมินทางกายภาพ ซึ่งให้บริการแบบครบองค์รวมทั้ง Medical และ Holistic อยู่ภายในที่เดียว ปัจจุบันในภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีเพียง รักษ ที่ให้บริการในลักษณะดังกล่าวเพียงแห่งเดียว แต่อย่างไรก็ตาม รักษ มั่นใจในความโดดเด่นที่มีพาร์ทเนอร์อย่าง Vitallife Allianz โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ Wellness ที่ผู้คนต้องเชื่อถือและไว้วางใจในคุณภาพจึงกล้ารับบริการ

อย่างไรก็ตาม คุณดุษฎี ยังย้ำเป้าหมายทางธุรกิจว่า รักษ ตั้งเป้าเป็น World – Class Medical and Wellness Destination เพื่อเป็นชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้ในระยะเวลาอันใกล้ ไม่กี่ปีนับจากนี้ และปัจจุบัน รักษ ก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่ม Wellness Tourism มีการพูดคุยกับทางเอเจนซี่ในระดับภูมิภาคหลาย ๆ แห่งแล้ว ซึ่งหลังจากเข้าสู่บรรยากาศการเปิดประเทศแล้วก็เชื่อว่าจะเริ่มมีลูกค้าชาวต่างชาติเดินทางมา รวมถึง ฐานลูกค้าจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เองด้วย

 

RAKxa redcord

แน่นอนว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึง Wellness ซึ่งมีการเติบโตค่อนข้างมากและเติบโตทุกปีแม้ในช่วง Pandemic เพราะผู้คนไม่อยากใช้จ่ายเงินกับการรักษาตัวเอง ทั้งยังได้เรียนรู้แล้วว่าเม็ดเงินในการรักษานั้นค่อนข้างสูง ประกอบกับส่วนตัวรู้สึกมั่นใจว่า ประเทศไทยก็จะเข้าสู่เทรนด์นี้ด้วยธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ได้โดยไม่น้อยหน้าประเทศอื่น

Health is Wealth ยังคงเป็นความพิเศษที่มีแค่ ‘รักษ’

ในช่วงสุดท้าย คุณดุษฎี ยังได้ฝากถึงทุกท่านว่า รักษ ไม่ได้หยุดนิ่งกับแพ็คเกจหรือรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ที่วันเปิดให้บริการ เราติดตามผลและประชุมทุกฝ่ายกันในทุกสัปดาห์ เพื่ออัพเดทเทรนด์ รับฟีดแบ็กทั้งจากลูกค้าและพนักงานเพื่อติดตามว่าการให้บริการได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การรับคำแนะนำจากแพทย์ทุกท่านเพื่อปรับให้ทันต่อเหตุการณ์

และสเปกตรัมของ Wellness นั้นหลากหลายเกินกว่าจะอธิบายรายละเอียดได้ ดังนั้น วิธีเดียวที่จะทำให้รู้อย่างลึกซึ้งว่า Health is Wealth เป็นอย่างไร คงต้องหาโอกาสไปสัมผัสที่ รักษ ด้วยตัวเองสักครั้ง


  • 346
  •  
  •  
  •  
  •  
Ms.นกยูง
เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน