การมาของ 5G จะดึงศักยภาพของ Internet of Things ได้อย่างไร?

  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  

ลองย้อนกลับไปเมื่อสมัยก่อนยังไม่มี 4G เราไม่สามารถจินตนาการถึงธุรกิจอย่าง Netflix หรือ Grab ได้เลย นั่นเพราะว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตในยุคนั้นมันยังไม่เร็วพอที่จะสนับสนุนโมเดลธุรกิจพวกนี้ และลองคิดดูว่าตอนนี้เรามี 4G ใช้อยู่ เราก็ไม่สามารถจินตนาการถึงโมเดลธุรกิจที่ล้ำสมัยในยุค 5G ได้เลย

พูดอีกอย่างหนึ่งคือ การเข้ามาของ 5G นั้น เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

 

ข้อดีและข้อเสียของ 5G

แน่นอนว่า 5G ต้องเร็วกว่า 4G เร็วกว่าในที่นี้หมายถึงระยะเวลาในการสื่อสารและตอบกลับ (Latency) การทดสอบเครือข่าย 5G ระยะแรกพบว่าเร็วกว่าเทคโนโลยีการสื่อสารตอนนี้ถึง 100 เท่าเลยทีเดียว ที่สำคัญคือกินพลังงานน้อยกว่า 4G ด้วย

แต่ข้อเสียของ 5G คือต้องอาศัยเสาที่ติดตั้งกันมากขึ้นและใกล้ชิดขึ้นมากกว่า 4G (ซึ่งไม่ใช่เสาขนาดใหญ่) เพื่อสัญญาณที่เข้มข้นขึ้น เร็วขึ้น เสถียรขึ้น bandwidth จะไม่ได้วัดในระดับ megabit แต่จะเป็น gigabit ต่อวินาที!

เมื่อ 5G เข้ามา Internet of Things (IoT) จะมีศักยภาพอย่างคาดไม่ถึง

ซึ่งองค์ประกอบ 3 อย่างของ IoT มีอยู่ 3 อย่างใหญ่ๆด้วยกันคือ ต้องมีตัวอุปกรณ์ มีเซ็นเซอร์ และมีเครือข่ายเชื่อมต่อ ซึ่งการทำงานของ IoT พื้นฐานคือตัวอุปกรณ์ทำงาน มีเซ็นเซอร์คอยตรวจับการใช้งานและเก็บข้อมูล และส่งข้อมูลการใช้งานผ่านเครือข่ายไปวิเคราะห์และกลับมาแสดงผลบนอีกอุปกรณ์หนึ่ง

ตัวเครือข่ายนี่แหละที่สำคัญ เพราะมันสามารถเชื่อมกับหลายอุปกรณ์ แต่จะเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น 4G อาจจะทำได้ไม่ดีเท่า 5G

พูดอาจจะยังไม่เห็นภาพ แต่ถ้าเรานึกถึงบ้านอัจฉริยะหรือ Smart Home เราสามารถสั่งการบนอุปกรณ์ตัวหนึ่ง (จะเป็น Google Assistant หรือ Siri Alexa ก็ได้) พวก Voice Assistant ก็จะสั่งให้อุปกณ์อื่นๆภายในบ้านทำงาน ปรับระดับ หรือปิดการใช้งาน ทุกอุปกรณ์เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ และ 5G นั้นจะทำให้ Smart Home นั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Automated Car หรือรถยนต์ไร้คนขับ หลักการเดียวกับ Smart Home เลย รถยนต์ไร้คนขับจะยังไม่ใช่คำตอบสำหรับคนที่นั่งรถเดินทางหากไม่มี IoT รถยนต์ไร้คนขับในอนาคต จะต้องมีเซนเซอร์ไม่ใช่แค่เพื่อตรวจจับรถคันอื่นที่อยู่รอบๆ แต่ตรวจจับพื้นถนนในสภาพต่างๆได้ด้วย ตัวถนนเองก็จะมีการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับว่ารถคันไหนใช้ความเร็วไปเท่าไหร่ ข้อมูลพวกนี้จะส่งถึงกันหมดผ่านเครือข่าย และถูกวิเคราะห์และแสดงทั้งในรถ อุปกรณ์พกพา หรือหน่วยงานต่างๆ

ฉะนั้นนวัตกรรมหลายๆอย่างที่มีการเชื่อมต่อกันเพื่อส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลนั้น ลำพังแค่ 4G ทำไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่า 5G

แล้วทำไมทุกธุรกิจต้องตื่นตัวกับ 5G ตั้งแต่ตอนนี้?

คำตอบคือเราไม่สามารถคาดการณ์ถึงมูลค่ามหาศาลที่มาพร้อมกับ 5G อย่างที่เกริ่นไปว่าเราไม่สามารถจินตนาการถึงโมเดลธุรกิจที่มาพร้อมกับ 5G ได้ (เหมือนอย่างที่เราไม่สามารถนึกถึง Netflix หรือ Grab ในยุค 3G ได้) โมเดลธุรกิจที่มาพร้อมกับ IoT ที่เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย 5G จะทำให้เส้นคั้นระหว่าง Industry นั้นเบาบางลงไปอีก อุปกรณ์ใน Industry หนึ่งอาจจะเชื่อมกับอีกอุปกรณ์ใน Industry หนึ่งก็ได้ ทำให้เราไม่สามารถประเมินว่า 5G จะสร้างเม็ดเงินหรือผลกระทบที่ชี้วัดได้มากน้อยเท่าไหร่

แต่อย่างไรก็ตามหากเรารอให้ 5G มันบูมขึ้นมาค่อยใช้ประโยชน์จาก 5G ก็สายเกินไปแล้ว การเตรียมตัวศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ พัฒนาและลองผิดลองถูกกับอุปกรณ์ที่รองรับ 5G จึงเป็นเรื่องจำเป็น

ไม่ว่าเราจะนึกภาพในอนาคตไม่ได้ก็ตาม

 

แหล่งที่มาส่วนหนึ่งจาก 5G’s Potential and Why Businesses Should Start Preparing for It โดย Omar Abbosh และ Larry Downes จาก The Year in Tech 2021: Harvard Business Review


  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
Sarunjade
Sarunjade
แชร์มุมมองเกี่ยวกับ Digital Marketing, Digital Business และ Technology เท่าที่รู้ สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th