103.58.148.118

Opinion

Ξ Leave a comment

Innovative Idea: ทำไมเราจึงเจ็บปวดหนักเมื่อถูก “หลอก”

posted by  1,024 views

korea king

*ผู้เขียนไม่ได้ฟันธงว่า Korea King มีความผิดจริงหรือไม่ ทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์ความจริงผ่านระบบยุติธรรม

เชื่อหรือไม่ว่าความเชื่อใจทำให้มนุษย์เหนือกว่าสัตว์ทุกประเภท แม้เราอาจคิดว่าสัตว์ไม่หักหลังกัน สัตว์ไม่ทรยศ ไม่หลอกลวงกัน แต่อันที่จริงแล้ว สิ่งที่พวกมันทำเกิดจาก “สัญชาตญาณ” ที่ระบุโค้ดลงรหัสให้มดไม่หักหลังนางพญา สุนัขไม่กัดกันเองในฝูง และสิงโตออกล่าเหยื่อเป็นฝูง มีแต่มนุษย์เท่านั้นแหละที่เชื่อใจด้วยจินตนาการและการใช้เหตุผล เช่น ในยุคหนึ่ง สังคมโลกเชื่อถือระบบอุตสาหกรรมและมั่นใจว่ามันจะช่วยกระจายสินค้า เยียวยาความหิวโหยของคนทั้งโลกได้ ทุกคน “ซื้อ” ความคิดนี้และร่วมกันเข้ามาเป็นหนึ่งในระบบอุตสาหกรรมเพื่อทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้

ปรากฏการณ์ที่ Korea King กระทะนำเข้าจากเกาหลีกำลังเจอกระแสดราม่าหนักหน่วงอยู่ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไม่ว่าพวกเขาจะทำจริงหรือไม่ แต่ข่าวของ Korea King ได้สั่นคลอนระบบความเชื่อใจที่คนในสังคมไทยมีให้แก่กัน (ซึ่งธรรมดาความเชื่อใจนี้ก็เหลือน้อยนิดอยู่แล้ว) ทำให้คนทุกคนเริ่มหันมองกัน ระแวดระวังด้วยความไม่สนิทใจ แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น…

ให้จิตวิทยาอธิบายให้คุณดีกว่า

มนุษย์ทุกคนต้องการความเชื่อใจเพราะมันช่วยมนุษย์ปลดเปลื้องตัวเองจากความไม่สบายใจ ความกังวล และทำให้เรากล้า “ลงทุน” ความสนใจและความรักให้แก่คนอื่น หากไม่มีความเชื่อใจ มนุษย์ไม่มีทางสร้างสรรความสังคมอันศิวิไลซ์และเจริญได้ ดังนั้น ไม่ว่าประเทศไหนจะมีกฏหมายเข้มแข็งแค่ไหน หากปราศจากความเชื่อใจแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การค้าขาย การแพทย์ และกฏหมายก็ล้วนแล้วแต่เป็นเสือกระดาษทั้งนั้น (ลองคิดสภาพว่าถึงเราจะมีกฏหมายจราจรที่เยอะแยะ รุงรังแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่เคย “เชื่อ” สักครั้งว่ากฏหมายเหล่านี้มีอยู่จริง มีคนบังคับใช้จริง กฏหมายเหล่านี้ก็สูญเปล่า)

ในทางกลับกัน การสั่นคลอนความเชื่อใจ การหักหลัง หรือการหลอกลวง สังคมทำให้มนุษย์เกิดความหวาดวิตก ไม่พอใจ และเปลี่ยวเหงา นักจิตวิทยาระบุว่าไม่มีความเหงาไหนจะเกินกว่าความรู้สึกเหงาจากการไม่สามารถเชื่อใจคนรอบข้างได้สักคน นอกจากนั้น การหลอกลวงทำให้มนุษย์เริ่มสูญเสียความสามารถในการเชื่อใจคนรอบข้าง เช่น เพื่อน ญาติสนิท หรือแม้แต่เด็กเล็กๆ ดังนั้น มนุษย์โดยธรรมชาติปรารถนาที่จะเชื่อใจใครสักคน…และกำจัด “ผู้หลอกลวง” ออกจากสังคมเพื่อรักษาความเชื่อใจให้ยังคงเกิดในหมู่สมาชิกได้อยู่

เงื่อนไขของการหลอกลวง

หากมองผิวเผินเราอาจคิดว่าการหลอกลวงเกิดจากความตะกละ ความต้องการไม่รู้จบ และความหวังรวยทางลัด แต่แท้จริงแล้วการหลอกลวงเกิดขึ้นเริ่มแรกความต้องการสร้าง “อำนาจ” ของตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น ให้เหนือกว่าผู้อื่น ดังนั้น พวกเขาจึงหาทางที่จะได้อำนาจนั้นมา การหลอกลวงเป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้เมื่อผู้ต้องการหลอกลวงพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ที่เป็นเป้าหลอกลวงนั้น “มีคุณค่า” น้อยกว่าตัวเอง กล่าวคือ อาจจะฉลาดน้อยกว่า ตามคนไม่ทัน และมั่นใจว่าคงไม่มีทางต่อกรกับผู้หลอกลวงได้ ที่น่าสนใจคือเป้าหมายหลักของการหลอกลวงเริ่มแรกไม่ได้ต้องการให้เกิดความเชื่อใจก่อนแต่เป็นการ “ลดความนับถือในตัวเอง” ของผู้ตกเป็นเป้าหมายเสียก่อน เพราะเมื่อคุณไม่เชื่อถือในตนเอง ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนคิดมันเหมาะสมและเป็นเหตุเป็นผล คุณจะเริ่มไม่เชื่อตัวเองและต้องหาคนอื่นมานำความคิด

ลุกขึ้นมาหลังจากถูกหลอก

การแก้แค้นผู้หลอกลวงเป็นวิถีทางปกติที่ทุกสังคมมักทำ ส่วนหนึ่งมันคือการ “ลงโทษ” ผู้กระทำผิดและอัปเปหิเขาออกไปจากสังคม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือกลไกการเชื่อใจคนอื่นของสังคมจะเริ่มถูกทำลายไปและหากหนักเข้า แม้จะมีการลงโทษผู้หลอกลวงทุกครั้งแต่คนในสังคมจะเริ่มไม่เชื่อใจกัน นำไปสู่การล่มสลายของทุกระบบในสังคม

อืม…เราเวอร์เกินไปหรือเปล่ากับเรื่องของ Korea King

ถ้าถามผมว่าสังคมไทยตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่ากับ Korea King ความเห็นส่วนตัวของผมก็ต้องบอกว่า ใช่ เพราะผมเห็นว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมที่ระบบความเชื่อใจเข้มแข็ง เช่น สหรัฐ แน่นอนว่าจะมีกระแสแบนสินค้า กระแสกดดันหน่วยงานให้พิสูจน์ความจริงอย่ารวดเร็ว แต่คงไม่มีกระแสสาปแช่ง กระแสก่นด่าสาดเสียเทเสียที่ปรากฏตามเว็บบอร์ดอย่างแค้นเคืองขนาดนี้ แต่ใช่ว่าอาการ “แค้นเกินจริง” นี้จะไม่มีที่มาที่ไป

สำหรับผม ผมอธิบายว่าความเกินจริงนี้เกิดขึ้นเพราะเราอยู่ในประเทศที่ “ระบบเชื่อใจ” ขาดสะบั้นไปนานแล้ว ตัวอย่างเช่น เราทุกคนต้องหวาดหวั่นทุกครั้งที่ขับรถว่าจะมีรถสวนเลน มีรถเมล์ปาดหน้า คนพุ่งตัวข้ามถนนที่ไม่ใช่ทางม้าลาย หรือจู่ๆ มีคนชักปืนมายิงเราเพราะขับรถไม่น่าปลื้มหรือเปล่า…ทำไมกัน? ทั้งๆ ที่เราเป็นประเทศหนึ่งที่มีกฏหมายจราจรเข้มแข็งมากและเยอะมาก แต่ก็ไม่มีใคร “เชื่อถือ” ในกฏหมายนี้เพราะมันอาจไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างจริงจังมาเลย การอยู่ในระบบแบบนี้ทำให้คนในสังคมรู้สึก “ไม่สบายใจและกังวล” อยู่ตลอดเวลา และแม้เราจะพยายามเยียวยาระบบความเชื่อใจนี้ให้กลับมา แต่ทำอย่างไร “เสียง” ของเราก็ดูจะไม่มีค่าพอที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้เลย

แต่สำหรับกรณี Korea King ซึ่งเป็นเอกชนและไม่มีอำนาจอันใดมาคุ้มหัว คนในสังคมสามารถระบายความ “อัดอั้น” อันเกิดจากการถูกทำร้ายจากระบบไร้ความเชื่อใจนี้ออกมาได้อย่างอิสระ เราพร้อมจะลงโทษ Korea King ให้มากเสียยิ่งกว่าความผิดของพวกเขาเพื่อระบายความต้องการและความใฝ่ฝันพาสังคมกลับสู่มาตรฐานแห่งความเชื่อใจอีกครั้ง ปรากฏการณ์ที่โลกออนไลน์ขุดลึกทุกซอกทุกมุมเพื่อหาหลักฐานมาลงโทษ Korea King ให้ได้จึงเป็นการสะท้อนแสดงพลังให้เห็นว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันอยากทำกับคนขี้โกงจริงๆ” เป็นการ stimulate หรือจำลองภาพว่าถ้าคุณเป็นคนโกง คุณต้องโดนจัดการอย่างถอดรากถอนโคนแบบนี้

…เพราะน่าเศร้าที่ในโลกแห่งความเป็นจริง “มีคนโกงฉันเต็มไปหมด แต่ฉันทำอะไรมันไม่ได้สักคนเดียว”

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เตาะแตะในโรงเรียนชายล้วนแถวยศเส ก่อนเติบโตต่อในมหาวิทยาลัยริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดจับพลัดจับผลูเข้าทำงานในนแวดวงสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 4 ปี โต้ลมโต้ฝนทั้งในวงการข่าวต่างประเทศ เยาวชน ธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายกลับลำมาหลงรักวงการมาร์เก็ตติ้งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขี่จิงโจ้เรียนปริญญาโทมา เลยตัดสินใจหันหางเสือออกสู่การผจญภัยครั้งใหม่อีกสักตั้ง

User Name: อุ้งทีนหมี

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 5 = thirteen

Recent Posts

Facebook

PR News