เทรนด์ Cashierless Tech มาแรง! ล่าสุด Amazon go ส่งต่อโมเดลธุรกิจสู่ ‘Whole Foods’ เริ่ม Q2 ปี 2021

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  

Credit: Miosotis_Jade/Shutterstock

 

เทรนด์เทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมค้าปลีกเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ปี 2018 โดยเฉพาะ ‘Cashierless Tech’ ซึ่งประเทศแรกๆ ที่เริ่มทำก็คือ ‘สหรัฐอเมริกา’ โดยบริษัท amazon go ซึ่งร้านแรกนำร่องที่เมือง Seattle เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2018 ในชื่อว่า ‘Just Walk Out’ (เริ่มทดลองใช้ตั้งแต่ปี 2016) ขณะที่ในปัจจุบันรูปแบบร้าน amazon go ไร้แคชเชียร์เกิดขึ้นในหลายๆ เมืองใหญ่ของสหรัฐฯ กว่า 25 แห่งทั่วประเทศแล้ว

ล่าสุด รายงานว่า เทคโนโลยี Cashierless ของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายนี้ จะส่งโมเดลต่อไปยัง Whole Foods ซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารเพื่อสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2021 อย่างแน่นอน

 

Credit : Roman Tiraspolsky/Shutterstock

 

ตามรายงานของ New York Post ระบุว่า น่าจะเห็นโมเดลเทคโนโลยีนี้ใน Whole Foods ช่วง Q2 ซึ่งเทคโนโลยีหลักๆ ที่ใช้ในโมเดลนี้ ก็คือ กล้องเซ็นเซอร์และระบบการมองเห็นของคอมพิวเตอร์ เพื่อจับภาพสินค้าที่ลูกค้าหยิบออกไป จากนั้นแอพลิเคชั่น amazon go จะระบุราคาสินค้า และตัดเงินจากบัญชีของเราอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสว่า amazon go กับ Whole Foods อาจจะควบรวมกิจการ แต่ Dilip Kumar รองประธาน amazon go ได้ยืนยันว่า “ยังไม่มีแผนการ merge กิจการรวมกันใดๆ”

สำหรับในเอเชียบ้านเรา ก็มีโมเดลธุรกิจนี้ไม่ต่างกัน โดยจีนเป็นประเทศนำร่องชาติแรก เริ่มต้นด้วย ‘Futuremart’ ของ Alibaba ที่ใช้เทคโนโลยีตั้งแต่ ‘face check in’ และสแกน QR Code เพื่อเข้าสู่ร้านค้าแห่งนี้ ซึ่งเวลาที่จะจายเงินก็เหมือนกัน คือ หยิบออกจากร้านค้าได้เลย เดี๋ยวแอพฯ  Alipay, Taobao หรือ Tmall จะหักเงินจากบัญชีของเราเอง

ในระยะเวลาใกล้ๆ กัน มีร้านค้า unmanned store จาก JD.com บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อีกหนึ่งแห่งของจีน ที่เปิดตัวร้านค้าด้วยระบบเดียวกัน อีกทั้งยังขยายโมเดลไปสู่ ‘อินโดนีเซีย’ ในเดือน ส.ค. 2018 เรียบร้อยแล้ว

 

Photo credit: JD

 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของ CB Insights ได้พูดถึงโมเดล Cashierless นี้ด้วยว่า มันคือร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคตอันใกล้ ซึ่งประเทศที่เป็น Cashless society จะปรับตัวกับร้านค้ารูปแบบนี้ได้ดี โดยมองว่า สัดส่วนเกิน 50% ในทั่วโลกเราจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

ที่มา : theverge, techcrunch, cbinsights

 


  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม