เจ็บนี้ยาวนาน! ยักษ์อุตสาหกรรมทั่วโลกแห่ปลดพนักงาน ล่าสุด ‘Airbnb-Uber’ เดินตามรอย จำใจรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย

  • 99
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ปรากฏการณ์การแห่ปลดพนักงาน และใช้มาตรการรัดเข็มขัดอื่นๆ ร่วมด้วย ยังเกิดขึ้นตลอดเวลา ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะถูกควบคุม แล้วผลักให้สถานการณ์โลกกลับคืนสู่ปกติ

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา มีอีก 2 บริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดี อย่าง ‘Airbnb และ Uber’ ที่ตัดสินใจเดินตามรอยบริษัทอื่นทั่วโลก ในการปรับโครงสร้างบริษัทเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ ด้วยระยะเวลาที่แพร่ระบาดมานานหลายเดือนแล้ว จึงเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างขยายต่อไปอีก

 

Credit Photo : Casimiro PT/Shutterstock

Airbnb

โดย Airbnb ประกาศก่อนหน้า Uber เพียงวันเดียว ว่าเตรียมจะปลดพนักงานราว 25% หรือจำนวน 1,900 คนจากที่มีพนักงานทั้งหมดทั่วโลก 7,500 คน

ทั้งนี้ Brian Chesky CEO และ cofounder ของ Airbnb ได้ระบุในจดหมายเวียนถึงพนักงานว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบากและเลวร้ายที่สุดด้วยกัน ซึ่งการแพร่ระจายของไวรัสทำให้การท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดนิ่ง ขณะที่บริษัทเราได้รับผลกระทบอย่างหนัก และรายได้ของปีนี้คาดว่าจะน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ในปี 2019”

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะกลับมาดีขึ้น แต่ต้องผ่านวิกฤตนี้ไปก่อน ดังนั้น สิ่งที่บริษัททำได้ตอนนี้ก็คือ ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกัน และมันไม่ใช่ความผิดของพนักงานแม้แต่น้อย”

 

 

Credit Photo : InFootage.com/Shutterstock

Uber

อีกหนึ่งรายที่ต้านพิษ COVID-19 ไม่ไหว ก็คือ Uber ธุรกิจ Ride-sharing เจ้าใหญ่ของโลก ที่ประกาศจะใช้มาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน โดย Uber เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ว่าจำเป็นต้องปลดพนักงานจำนวน 3,700 คน หรือราว 14% จากทั้งหมด 26,900 คนทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ‘Dara Khosrowshahi’ CEO ของ Uber ยืนยันด้วยว่า เขาจะไม่รับเงินเดือนที่เหลือจนถึงปลายปี 2020 เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทให้สามารถพยุงตัวได้จนกว่าจะพ้นวิกฤต ทั้งนี้ เงินเดือนของเขาในปี 2019 อยู่ที่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 32 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม เขาจะยังได้รับค่าตอบแทนจากส่วนอื่น เช่น เงินโบนัส และหุ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลของ The Information ระบุว่า เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ยอดบุกกิ้งของ Uber ลดลงสูงถึง 80% ขณะที่ หุ้นของ Uber ลดลงถึง 4% ณ วันที่ 6 พ.ค.63

ส่วนธุรกิจบริการส่งอาหาร ‘Uber Eats’ ยอมรับว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤตการระบาดมีการเติบโตมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทดแทนธุรกิจหลักได้ เนื่องจากธุรกิจ Ride-sharing ของ Uber มีสัดส่วนรายได้มากขึ้น 81% ส่วนบริการจัดส่งอาหารอยู่ที่ 11% ตามรายงานในไตรมาส 4/2019

 

 

ตัวอย่างบริษัทที่ปลดพนักงาน-คุมค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้

มีหลายๆ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไปแล้วจากการระบาดของไวรัสชนิดนี้ ซึ่ง MarketingOops! อยากจะรวบรวมตัวอย่างจากบริษัทรายใหญ่ๆ ที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งแรงสะเทือนนี้ไปไกลทั่วโลกกว่า 212 ประเทศ ณ วันที่ 8 พ.ค.63 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อทั้งหมดกว่า 3,917,653 ราย

 

Credit Photo : Leonard Zhukovsky/Shutterstock

Virgin Atlantic Airway

สายการบินของรัฐ Virgin Atlantic สัญชาติอังกฤษ ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา จำเป็นต้องใช้มาตรการลด cost เท่าที่ทำได้ โดยเตรียมจะปลดพนักงานออกจำนวน 3,150 คน ต่อเนื่องจากที่ได้ปลดระวางเครื่องบิน Boeing 747-700 ตั้งแต่ต้นปี 2020 อันเป็นสัญลักษณ์ของสายการบิน โดยยอมรับว่าครั้งนี้เป็นการปลดพนักงานจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

Credit Photo : EQRoy/Shutterstock

United Airlines

อีกหนึ่งสายการบินรายใหญ่ ‘United Airlines’ ที่มีกระแสรั่วไหลออกมาเมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 ว่าสายการบินอาจจะเตรียมปลดพนักงานตามรอยบริษัทอื่นๆ โดยคาดกันว่าราว 30% ของพนักงานทั้งหมดจะถูก layoff หรือประมาณ 3,400 คน ส่วนหนึ่งจะเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของบริษัท ทั้งยังมีแว่วๆ ว่าจะเริ่มมาตรการคุมค่าใช้จ่ายนี้ ในวันที่ 1 ต.ค. 63

 

Credit Photo : Roman Tiraspolsky/Shutterstock

Lyft

บริษัทที่ให้บริการเรียกรถ Taxi รายใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก Uber ได้ประกาศเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทจำเป็นต้องใช้มาตรการปลดพนักงานเพื่อพยุงเศรษฐกิจของบริษัท เป็นจำนวนพนักงานทั้งหมด 982 คน และพักงานชั่วคราว  288 คน คิดเป็นสัดส่วนราวๆ 17% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทจะใช้มาตรการลดค่าใช้จ่ายทางอื่นเพิ่มเติม เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในช่วงนี้ และลดเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูงด้วย

 

Credit Photo : Michael Vi/Shutterstock

Boeing

Boeing บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานและยุทโธปกรณ์ ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศในวันที่ 29 เม.ย.เช่นเดียวกัน ว่าบริษัทต้องลดพนักงานลงราว 10% หรือประมาณ 16,000 คน โดยเป็นวิธีการคัดคนออกทั้งแบบสมัครใจและไม่สมัครใจ หลังไตรมาส 1/2020 รายได้ร่วงไปกว่า 26% และขาดทุนราว 641 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Credit Photo : Sorbis/Shutterstock

TripAdvisor

เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ยกย่องว่าเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก ในแง่ของจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ‘TripAdvisor’ สัญชาติอเมริกัน ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 63 ตัดสินใจปรับลดพนักงานไม่ต่างจากรายอื่น โดยคาดว่าจำนวนพนักงานที่จะถูก layoff ประมาณ 900 คน คิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

โดยจำนวนพนักงานที่ถูกปลด คิดเป็น 600 ตำแหน่งในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา อีก 300 ตำแหน่งจะเฉลี่ยแต่ละสำนักงานที่ให้บริการทั่วโลก ขณะที่ Stephen Kaufer, CEO ของ TripAdvisor ยืนยันจะไม่รับเงินเดือนตลอดทั้งปี 2020 เริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

 

Credit Photo : Tupungato/Shutterstock

Hertz

ธุรกิจบริการให้เช่ารถรายใหญ่ของสหรัฐฯ ‘Hertz’ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนต้องประกาศปลดพนักงานถึง 10,000 คน เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 63 โดยจะเป็นพนักงานจากทวีปอเมริกาเหนือ คิดเป็นสัดส่วน 26.3% ของพนักงานทั้งหมด จากประมาณ 38,000 คนทั่วโลก

 

Credit Photo : AP Photo/John Raoux

Walt Disney World

พิษ COVID-19 สะเทือนแรงจริงๆ ไม่เว้นแต่ สวนสนุกระดับโลกอย่าง ‘Walt Disney World’ ที่จำเป็นต้องออกมาตรการ ‘พักงานชั่วคราว’ ต่อพนักงานกว่า 43,000 คน โดยมีผลเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 63 หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการได้เพียง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. สวนสนุกแห่งนี้ได้ประกาศปิดให้บริการลงชั่วคราว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแม้แต่คนเดียว

 

Credit Photo : Arcansel/Shutterstock

Tesla

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา Tesla บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ส่งอีเมล์ชี้แจงพนักงาน ระบุว่า บริษัทจำเป็นต้องพักงานพนักงานชั่วคราวในฝ่าย/แผนกที่ไม่จำเป็นในช่วงนี้ อย่างน้อยจนถึง วันที่ 4 พ.ค. หรืออาจจะต้องต่อระยะเวลาออกไปอีก หากสถานการณ์ COVID-19 ไม่ดีขึ้น

รวมไปถึงบริษัทต้องลดเงินเดือนพนักงานที่ถูกพักงานลง 10% อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่าพนักงานฝ่ายที่ต้องถูกพักงานคืออะไรบ้าง

 

WPP

บริษัท WPP ผู้ให้บริการด้านโฆษณา และประชาสัมพันธ์รายใหญ่ของโลกจากกรุงลอนดอน ก็ได้ประกาศมาตรการลดค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน โดยมาตรการหลักๆ ที่จะใช้กับ WPP ในกรุงลอนดอน เช่น ลดเงินเดือนในตำแหน่งระดับสูง 20% อย่างน้อย 3 เดือน, เลื่อนกำหนดขึ้นเงินเดือนพนักงาน, งดรับพนักงานใหม่ชั่วคราว, ระงับค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย, ระงับค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าร่วมงานแสดงรางวัลต่างๆ รวมถึง ลดงบประมาณสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ IT

นี่เป็นเพียงบางส่วนของภาคธุรกิจเท่านั้นที่เราได้ยกตัวอย่างให้ดูกัน ยังมีอีกหลายๆ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้แน่ๆ ก็คือ ความน่ากลัวจากความไม่แน่นอนของการระบาด COVID-19 ที่กำลังกัดกินภาคธุรกิจ ภาคประชาชน แม้แต่รัฐบาลในแต่ละประเทศเอง ยังต้องกุมขมับ ไม่ว่าจะอย่างไรเราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทุกคนต่อสู้ไปด้วยกัน

 

ที่มา : cnn, cnbc, businessinsider


  • 99
  •  
  •  
  •  
  •