DITP ดัน MarTech ไทย บุกตลาดฟิลิปปินส์ ชู 3 นวัตกรรมคว้ารางวัลใหญ่

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลายปีก่อน เมื่อธุรกิจไทยเตรียมแพ็กกระเป๋าไปบุกตลาดต่างประเทศ มักจะมีคำถามตัวโตๆ ว่า “จะไปรอดไหม” เพราะการเอาชนะใจลูกค้าในตลาดต่างประเทศที่มีเจ้าใหญ่ในตลาดนั้น การเดินเข้าไปเคาะประตูหาพันธมิตรในต่างประเทศแบบไม่มีคนปูทางให้ คือความเสี่ยงระดับสูงสุดที่ผู้นำองค์กรเข้าใจเป็นอย่างดี แต่วันนี้หน่วยงานภาครัฐก้าวเข้ามาช่วยทลายกำแพงความเสี่ยงเหล่านั้น ยิ่งชัดเจนมากขึ้นในงาน Global MarTech Integration Day 2026 ที่จัดขึ้นในกรุงมะนิลา เมื่อกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) พา 25 ขุนพล MarTech ชั้นนำของไทย บินตรงไปเจรจาและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับกลุ่มทุนฟิลิปปินส์

 

โอกาสและความท้าทายในตลาดฟิลิปปินส์

​โลกธุรกิจวันนี้ สินค้าส่งออกตัวท้อปของไทยอาจไม่ใช่กลุ่มอาหารหรือชิ้นส่วนยานยนต์อีกต่อไป เพราะการส่งออก “โค้ดคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์” กำลังกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่ทำเงินมหาศาล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มองเห็นโอกาสนี้และเล็งเป้าหมายไปที่ “ฟิลิปปินส์” ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต และยังมีประชากรวัยรุ่นจำนวนมากที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่

การจัดงาน Global MarTech Integration Day 2026 เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ยิ่งมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ยิ่งทำให้สปอตไลท์ส่องตรงลงมาที่บริษัท Tech ของไทย ทำให้นักลงทุนท้องถิ่นกล้าคุยและเปิดใจรับมากขึ้น การที่ภาครัฐออกหน้าเป็นครั้งนี้ ช่วยประหยัดเวลาให้เอกชนไม่ต้องไปงมหาคอนเนคชันเองตั้งแต่เริ่มต้น

​หลังจากการนั่งเจรจาทางธุรกิจ ด่านต่อไปคือการประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยง โดย คุณวรท สามโกเศศ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขามะนิลา เล่าว่า ตลาดฟิลิปปินส์น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากชนชั้นกลางกำลังเติบโตและมีกำลังซื้อสูง แต่ก็ยังมีความซับซ้อนทั้งเรื่องข้อกฎหมาย อัตราแลกเปลี่ยน และพฤติกรรมคนที่ต่างกันไปในแต่ละเกาะ ธุรกิจที่คิดจะบุกตลาดฟิลิปปินส์ จำเป็นต้องวางแผนการเงินให้รัดกุม การมีพันธมิตรที่รู้จักเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเป็นที่ปรึกษา จะช่วยให้บริษัท Tech ของไทยเข้าสู่ตลาดได้ถูกจุด

ทางด้าน คุณอภิเชฏฐ์ ทิพยโกศัย Supply & Logistics Director จาก PTT Philippines Corporation ชี้ให้เห็นว่า ซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่เขียนขึ้นมา ต้องไปวิ่งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบค้าปลีก การจัดการคลังสินค้า หรือการขนส่งข้ามเกาะ การได้เห็นข้อจำกัดด้าน Supply Chain ของฟิลิปปินส์ จะช่วยให้สามารถออกแบบฟีเจอร์ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเหมาะกับฟิลิปปินส์มากขึ้น

 

​ผ่าโมเดล 3 สุดยอดนวัตกรรม

โดยในงานนี้ยังมีการแข่งขัน Pitching ท่ามกลางบริษัทที่เข้าร่วมถึง 30 แห่ง โดยประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 3 รางวัลด้วยกัน ประกอบไปด้วย

  • รางวัล Popular MarTech Solution of the Year จากทีม “VELO VOYAGE” ที่ประกอบไปด้วย Winter Egency และ PraIn FinTech ที่มาจากไทย กับ Bookbike.PH ที่มาจากฟิลิปปินส์ โดยเลือกหยิบปัญหาคลาสสิกของนักเดินทางท้องถิ่น แล้วสร้างแพลตฟอร์มที่รวมการเดินทาง (Mobility) การเงิน (Fintech) และ Creative Engagement เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยจุดเด่นที่ไม่พยายามยัดเยียดความล้ำสมัยให้ผู้ใช้งาน โดยเลือกใช้นวัตกรรมที่เข้าไปกับวิถีชีวิตคนฟิลิปปินส์ ผ่านข้อมูลจากพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น ทำให้นำไปใช้งานได้ทันทีและมีโอกาสขยายฐานผู้ใช้ได้เร็วมาก

  • รางวัล Best Innovation of the Year จากทีม “STAYFLUENCE” ที่ประกอบไปด้วย Wisesight และ Comanche Gogoji จากฝั่งไทย กับ LIKED จากฝั่งฟิลิปปินส์ โดยเห็นว่าธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวคือเส้นเลือดใหญ่ของอาเซียน ทำให้สร้างระบบอัจฉริยะแบบจบในที่เดียว โดยดึงความเชี่ยวชาญเรื่อง Social Listening ของ Wisesight มาฟังความต้องการของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ ร่วมกับระบบจัดการที่พักของ Comanche และเครือข่าย Influencer ช่วยให้โรงแรมดูแลผู้บริโภคได้ตั้งแต่เริ่มหาข้อมูล จองห้องพัก เข้าพักจริง ไปจนถึงเช็คเอาต์แล้วกลับไปรีวิว ช่วยยกระดับความพึงพอใจของผู้บริโภค พร้อมเพิ่มช่องทางรายได้และลดต้นทุนการทำงาน

  • รางวัล Best Technology Utilization of the Year จากทีม “FORDAGO” ที่ประกอบไปด้วย AIYA.Ai และ BUZZEBEES ยักษ์ใหญ่ด้าน AI และระบบสะสมแต้มของไทย ร่วมกับ iBoard Solutions PH ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างดิจิทัลของฟิลิปปินส์ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์แบบเชื่อมต่อกัน (Connected Travel) เปลี่ยนทุกก้าวเดินให้เป็นคะแนนและของรางวัล ด้วยการใช้ AI วิเคราะห์ความต้องการแล้วส่งมอบโปรโมชั่นที่ตรงใจผ่านระบบ Loyalty การมีพันธมิตรฟิลิปปินส์ช่วยให้เข้าถึงเครือข่ายร้านค้าชุมชนได้มากขึ้น

 

อนาคต Tech ไทยในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค

จากการจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่า 93 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่บอกว่า ซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลของไทยพร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก ก้าวข้ามการพัฒนาแอปฯ สำหรับในประเทศ ตอกย้ำโซลูชัน MarTech ของไทยช่วยแก้ Pain Point ให้ทั้งภูมิภาคได้ นอกจากนี้ยังถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การส่งออกเทคโนโลยีของไทยไปยังภูมิภาค

ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือในการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association Thailand) ที่รวมรวมบุคลากรด้านเทคโนโลยีระดับประเทศ ขณะที่ DITP สนับสนุนให้เกิดการเจรจาและสร้างความน่าเชื่อถือ ความสำเร็จจากการร่วมมือกันในครั้งนี้จะถูกต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมในประเทศภูมิภาคอาเซียนต่อไป

โดยมีเป้าหมายใหญ่ในการปั้นให้ประเทศไทยกลายเป็น Hub ด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค ช่วยให้เห็นภาพความแข็งแกร่งของระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทย ซึ่งจะส่งผลต่อเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่จะไหลเข้ามาสู่บริษัทด้านเทคโนโลยีของไทยอย่างต่อเนื่อง

​สุดท้ายแล้ว รางวัลที่ได้มาจะช่วยสร้างความเชื่อใจระหว่างธุรกิจในภูมิภาค ที่จะช่วยสร้างความร่วมมือของสตาร์ทอัพและบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยและฟิลิปปินส์ ช่วยให้เห็นถึงความร่วมมือแม้จะมีกำแพงด้านภาษาและวัฒนธรรม ที่สนับสนุนให้การทำธุรกิจยุคใหม่เกิดความร่วมมือกันไม่ใช่การบุกตลาดแบบฉายเดี่ยว การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งจะช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE