103.58.148.118

Social media

Ξ 1 comment

สัมภาษณ์เจาะลึก: บี้ เดอะสกา นักเลียนแบบตัวพ่อแห่งโลกออนไลน์

posted by  17,389 views

โดย Kittipat M [กิตติพัฒน์ มหพันธ์]

คอลัมน์พิเศษติดตามสัมภาษณ์บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเพจบนเฟสบุ๊คที่กำลังอินเทรนด์ต่างๆ หรือผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ โดยจะเน้นการสอบถามถึงที่มา แรงบันดาลใจในการสร้าง รวมถึงเทคนิคเฉพาะตัวต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจจะสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ รวมถึงเป็นความรู้ให้กับคนที่สนใจด้วย

หลายๆคนคงเคยเห็นใบหน้าที่แสนจะยียวนกวนประสาทของชายคนนี้ในหลายๆที่แล้ว ไม่ว่าจะในคลิปวีดีโอหลายๆคลิปที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างมากมาย งานโฆษณา งานสัมภาษณ์ งานออกงานต่างๆ ฯ หน้าของเขาปรากฏอยู่ในสื่อหลายแขนง และที่ดังเป็นพลุแตกล่าสุดกับมิวสิกวีดีโอเพลง “กังนัม สไตล์” ที่โ่ด่งดังไปทั่วโลก เขาผู้นี้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ออกคลิปวีดีโอล้อเลียนมาประชันตามสไตล์ที่ถนัดของเขาเช่นเดียวกัน คลิปนี้ใช้เวลาเพียงเดือนเศษๆ ก็มียอดวิวเกินสี่ล้านวิวแล้ว ทำลายสถิติที่เขาเคยทำได้มาก่อนหน้านี้ทั้งหมด เชื่อว่าหลายๆคนยังติดตาภาพ ‘ความกล้า’ และ ‘ความเกรียน’ ของเขาได้เป็นอย่างดี

ชื่อเขาคือ “บี้ เดอะสกา” อาชีพของเขาคือทำให้คนได้หัวเราะอยู่หลังคอมพิวเตอร์หรือบนมือถือ มีอุดมคติในการเป็นตัวกลางส่งผ่านรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกๆคน เรามีโอกาสนัดบี้ออกมาสัมภาษณ์และถามคำถามมากมาย และหลังจากจบการสัมภาษณ์ฺ ทำให้ได้รู้ว่าเบื้องลึกและเบื้องหลังสิ่งที่เขาทำมีแรงบันดาลใจและความฝันอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ เนื่องจาก บี้ อนุญาตให้ถามคำถามแบบตรงไปตรงมาได้ การสัมภาษณ์นี้จึงดูออกจะเกรียนทั้งผู้ถามและผู้ถูกถาม ทำให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้ดูสนุกขึ้นมากเลยทีเดียว มารู้จัก “บี้ เดอะสกา”กันครับ

อยากให้บี้ เดอะสกาเล่าประวัติเล็กน้อยคร่าวๆว่าเป็นใคร ทำไมถึงมีคนรู้จักอย่างมากมาย

ชื่อบี้ครับ พื้นเพผมมาจากจังหวัดหนองบัวลำภู มาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ปกติผมเป็นคนเฮฮาอยู่แล้วก็ชอบถ่ายวีดีโอเล่น จนมามีช่วงหนึ่งใกล้สอบ มันเครียด มันเลยมีอารมณ์อยากถอนวิชานั้น ก็เลยเลือกทำเพลง “มันต้องถอน” ฮาๆออกมาลงบนยูทูป ส่งให้เพื่อนดูผ่านเอ็มเอสเอ็น ตอนนั้นอยู่ในยุค MSN ยุค H5 ก็มีคนส่งต่อ มีคนติดตาม ไปถึงมหาวิทยาลัยมีคนทักจำได้ แล้วก็ถูกถามว่าเมื่อไหร่จะทำคลิปใหม่ นั่นแหละ ผมเลยตัดสินใจทำคลิปต่อมาอีกเรื่อยๆบนยูทูป ทำมาอีกสามสี่คลิป  วันหนึ่งมาเลือกทำเพลง “กลัวที่ไหน” ชื่อจริงผมก็ชื่อบี้อยู่แล้ว ก็เลยต่อฉายาเพิ่มว่าเป็น บี้ เดอะสกา  ให้แตกต่างจากเดอะสตาร์ ให้คนจำได้ ให้มีความสนุกสนานเหมือนกับเพลงแนวสกา จากนั้นทุกคนจำได้ว่าผมชื่อ บี้เดอะ สกา



 

ทั้งหมดที่ผ่านมา ทำไปเพื่ออะไร หรือทำเพราะว่าอยากดัง

จริงๆผมเป็นคนชอบทำอะไรให้คนเซอร์ไพรซ์ ชอบแสดงออก ผมทำเพราะว่าอยากให้คนจำนวนมากรู้จักผม ได้คลายเครียดกับคลิปที่ผมทำ อยากให้คนมีความสนุก มีความสุุข หายเครียด

ทำให้คนอื่นมีความสุข หรือตัวเองมีความสุข ทั้่งคู่

จริงๆผมมีความสุข เวลาที่คนอื่นดูคลิปผมแล้วมีความสุข ผมก็จะมีความสุขไปด้วย แล้วอีกอย่างก็อยากโชว์ความเหนือของตัวเอง ว่าตัวเองทำแบบนี้ได้นะ ตัดต่อแบบนี้ได้นะ

เพราะว่าเราหน้าตาไม่ดีเท่าดาราหรือเปล่า เลยเลือกโชว์ของในแบบนี้ที่เราทำได้

มีส่วนครับ เอาจริงๆผมไม่สามารถเป็นดาราจากการไป cast งานได้ เพราะหน้าตาผมก็ไม่ได้ดีอะไร แต่ถ้าคิดว่าถ้าผมทำแบบนี้ได้ ผมก็เป็นดาราในโลกออนไลน์ได้ คนก็รู้จักผมได้ คิดแบบนี้ก็โอเคแล้ว ได้เป็นตัวของตัวเองได้

บี้เดอะสกา เป็น Youtube Celeb หรือซุปตาร์ยูทูป รุ่นแรกๆในไทยที่โด่งดัง รุ่นเดียวกับโคม ปะการัง เชฟหมีครัวกากๆ ในชีวิตจริงสนิทกันหรือเปล่า

จริงๆก่อนผมมีทีมที่ชื่อ ฟีนิกซ์ ที่รับบริการจีบสาวก็โด่งดัง แล้วก็ยังมีพี่โคม ปะการัง ที่ทำเลียนแบบพี่โดม อันนี้ก็ก่อนผม ช่วงนั้นผมค่อนข้างเงียบ พอมาเห็นพี่โคมก็รู้สึกว่าเขายังทำได้เลย ก็เห้ย รู้สึกแพ้ไม่ได้ ทำให้ผมตัดสินใจทำคลิปต่อ ส่วนเชฟหมีมาทีหลังแต่คนติดตามเยอะมากอย่างรวดเร็ว ชีวิตจริงรู้จักกัน เพราะได้ออกงานด้วยกัน ได้พบปะพูดคุยกัน บางทีก็ถกกันเรื่องอนาคตของยูทูปด้วยกัน

ลอง list คนที่บี้มองว่าโด่งดังในยูทูปตอนนี้ (คนไทย)

ผมแบ่งเป็นกลุ่มๆ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่ cover เพลง อย่าง Room39 หรือ The 38 Years Ago กลุ่มต่อมาที่มองข้ามไม่ได้คือพวก cast เกม หมายถึงเล่นเกมแล้วก็พากย์กับเกม คนดูและ subscribe เยอะมากๆ อันนี้เป็นเทรนด์ที่มีคนติดตามเยอะมาก แล้วกลุ่มสุดท้ายก็คือแบบพวกผม คือเป็นพวกล้อเลียนและรายการในโลกออนไลน์ อย่างทีมงานเฟ็ดเฟ่ หรือ VRZO ก็นับ

ขอเคล็ดลับห้าข้อ ที่จะประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะยูทูป

หนึ่งต้องฮา อันนี้แน่นอน สองคือต้องกล้าทำในสิ่งที่คนคิดไม่ถึง ต้องเซอร์ไพรซ์ สามคือ เนื้อหาต้องแตกต่าง แบบว่าคนทั่วไปไม่ทำกัน เราต้องแหวกออกมาให้ได้ สี่ชื่อเรื่อง title เพื่อเวลาคนไปที่ไหนเขาจะบอกต่อว่าคือคลิปอะไร จะได้จำง่าย ข้อห้า ชื่อตัวเราเอง ต้องมีแบรนด์ ต้องตั้งชื่อตัวเองให้คนจำได้ เอาไว้เรียกชื่อเวลาถูกบอกต่อ เช่น เคยดูคลิปพี่โคมหรือยัง? ดู VRZO หรือยัง? ไม่ใช่แบบว่าดูไอ้นั่นที่เสื้อแดงๆอยู่ในห้องหรือยัง แบบนี้ไม่ใช่ มันอธิบายยาก พูดถึงยาก

บี้ คือนักเลียนแบบแห่งโลกออนไลน์? หรือเกรียนออนไลน์?

ใช่ เลียนแบบส่วนหนึ่ง แต่ผมอยากมองว่าผมเป็นนักสร้างกระแส นักเกาะกระแส ชอบสร้างจุดเด่นมากกว่า การเลียนแบบเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมสร้างจุดเด่นได้่ แต่ต้องทำเป็นมุมของตัวเอง ส่วนเกรียนไหมผมยอมรับว่าเกรียน คำนิยามความเกรียนของผมคือกล้าที่จะทำอะไรที่ชาวบ้านชาวเมืองไม่ทำ

สิ่งที่คิดไว้ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราแล้วหรือยัง เงินจากสปอนเซอร์ที่เข้ามาจะทำให้เราเปลี่ยนไปไหม?

จริงๆผมใส่ความเป็นตัวตนของผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ แต่เวลามีสปอนเซอร์เข้ามา ยอมรับว่ามีเบี่ยงเบนบ้าง เพราะมีเรื่องลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เราไม่สามารถทำตามใจอย่างที่เราคิดได้ ต้องตามโจทย์ แล้วเราก็ต้องหาจุดที่แมทช์กันมากที่สุด

ถ้าสมมติว่าวันนึงมีเงินก้อนใหญ่มากองอยู่ตรงหน้า แลกกับการให้บี้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวของบี้เลย บี้จะรับงานนั้นไหม

ผมต้องมองที่ว่าคนที่ดูเรารับได้หรือเปล่า ถ้าเขาดูแล้วถูกยัดเยียดแล้วดูว่าไม่ใช่ตัวเรา ทำให้เขาเลิกติดตามเรา อันนี้ไม่รับแน่นอน เราต้องดูถึงความรู้สึกของคนที่มาดูเราก่อนเป็นอันดับแรก

คนเข้าใจว่าบี้ชอบเลียนแบบคนโน้นคนนี้ copy กระแสมาตลอด ไม่กลัวแฟนๆสับสนในตัวเรา?

ไม่กลัว จุดยืนของผมคือไม่มีจุดยืน ผมเชื่อว่าคนที่มาติดตามผมเพราะว่ารอดูว่าเราจะไปล้อเลียนใคร ล้อเลียนคนอื่นเขายังไง ไหลไปตามกระแสยังไง

แฟนคลับส่วนมากอายุเท่าไหร่

ประมาณ 13- 17 ปี ผมมองว่าที่เขาติดตามเพราะว่าเขามองผมเหมือนฮีโร่ เห้ยเจ๋ง ชอบ กล้าทำอะไรวะเนี่ย  ไม่ได้มองถึงสาระ แค่เห็นว่าสนุกก็พอ  ที่ทำให้เขาประทับใจ

รู้สึกต้องแบกรับอะไรไหม เพราะเหมือนเราจะมีอิทธิพลต่อคนกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว

มีความรู้สึกผิดรับผิดชอบ มันจะไม่ใช่แล้ว ถ้าสมมติสิ่งที่ผมทำไปมันมีผลเสียต่อผมมาก หนึ่งผู้ปกครองของเขาก็ดูผมด้วย แล้วอนาคตผมก็ไปไม่ได้นะถ้าสมมติผมยังทำในสิ่งที่มันเสื่อมๆ แล้วมันสอนให้เยาวชนทำตามเราในสิ่งที่ไม่ดี

นั่นคือสาเหตุที่คลิปของบี้ไม่เสื่อมมาก เน้นกล้า บ้า มากกว่าเสื่อมๆถ่อยๆ

ใช่ครับ ผมต้องดูว่าถ้าผมเป็นเด็กเขาจะมองผมยังไง ถ้าผมเป็นพ่อแม่ของเขาจะมองเรายังไง แล้วเห็นลูกเขาดูคลิปเขาจะรู้สึกยังไง

สัดส่่วนแฟนๆขาประจำ กับขาจร ที่ตามเราคิดว่าประมาณเท่าไหร่

ผมว่าขาประจำประมาณ 30% คิดว่าขาจรจะเยอะกว่า

เห็นมีไปโฆษณาแว่นท็อปเจริญด้วย ไปยังไงมายังไง

แว่นท็อปเจริญเป็นตัวที่ผมได้เป็นตัวแสดงหลักอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ผมเคยแคสโฆษณาไม่เคยได้ แคสประมาณสามสิบตัวถึงได้เป็นตัวแสดงหลักครั้งแรกที่ได้ปล่อยออกมา แต่ก่อนหน้าตัวนี้ก็ได้แสดงตัวประกอบในโฆษณาบ้างอยู่แล้วครับ

คิดว่าตัวเองเข้าใกล้ความเป็นดาราหรือยัง

มากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ไม่เคยคาดคิดว่าจะมาถึงจุดนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ดารา เหมือนกับว่าเป็นคนที่คนรู้จักเยอะมากกว่า ไม่ได้ตั้งเป้าขนาดนั้น

มองตัวเองอีกสามปีข้างหน้ายังไง

ผมคงมีรายการเป็นของตัวเอง มีคนติดตามจำนวนมาก ไม่ใช่แค่คนไทย ผมอยากให้คนทั่วโลกรู้จัก โกอินเตอร์โดยมีคนไทยช่วยผลักดันผม แต่ก็ไม่ได้ออนแอร์บนทีวีนะ ยังอยู่ในออนไลน์ ในโซเชียลเน็ตเวิรค์

ยึดเป็นอาชีพหลักเลย

ไม่ครับ เป็นงานอดิเรก เพราะกลัวว่าคงเป็นอาชีพหลักไม่ได้ เพราะรายได้มาตามกระแส ไม่ได้มาแน่นอน

ได้ข่าวว่าบี้กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ หลังจากนี้เรียนจบแล้ว ต้องทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน จะแบ่งเวลาทำคลิปหรือรายการยังไงต่อ

คงยากขึ้นกว่าเดิม เพราะผมเคยทำงานประจำเมื่อตอนเรียนจบ ป.ตรี ตอนนั้นมันแบ่งเวลายากมาก เพราะมีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์ แต่ก็จะยังทำอยู่ อยู่แค่ต้องแบ่งเวลาให้ได้ รายได้อาจจะลดน้อยลง แต่ผมมองไว้แล้วว่าผมคงเลือกที่จะทำงานประจำที่ออกมาทางที่ผมยังสามารถทำในสิ่งที่ผมรักได้  ขอให้มีอิสระได้ระดับหนึ่ง อาจจะเลือกวงการบังเทิงหรือวงการที่ทำให้ผมมีเวลาได้ทำ

สิ่งที่กำลังทำอยู่ มันมีความสำคัญกับชีวิตแค่ไหน

มาก เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่าไปที่ไหนก็อยากทำคลิป อยากอัดคลิปให้คนดู เวลาไปไหนก็มีคนทัก ผมก็แฮปปี้ที่คนอื่นอยากรู้จักเรานะ มีความสุขที่มีคนรู้จัก

อยากไปทางเดียวกับหม่ำจ๊กม๊กไหม

จริงๆอยากไป ถ้ามีโอกาสไปได้แบบนั้นก็โอเค มันเป็นทางที่เจ๋งดี แต่ไม่ดันทุรัง ผมอยากจะทำอะไรที่ทำให้ผมแฮปปี้ดีที่สุด

อยากให้เล่าที่มาที่ไปของคลิป “เกรียนนัมสไตล์ “

คลิปนี้มาจากที่คนโพสมาบอกแฟนเพจอยากให้เต้นเพลงนี้ พอผมไปเปิดดูก็เห้ย มันเจ๋งนี่หว่า กล้าทำ สไตล์คลิปเหมือนกับเราเลย ฮาๆบ๊องๆ ก็ประกาศไปในแฟนเพจใครอยากมาทำคู่กับผม ตัวผมเองก็อยากลองดูว่าถ้าชวนคนมาทำคลิปด้วยกันจะเป็นอย่างไร ก็มีคนส่งมาเยอะอยู่ 20 กว่าคน แต่คุยไปคุยมาติดเวลากันก็มากันสิบคน แล้วก็นัดกันมา ซ้อมกันแค่สามชั่วโมงก็ออกไปถ่าย โลเกชั่นก็คุยกันตลอดว่าอยากถ่ายตรงไหนก็บอกมาได้เลย ใช้เวลาถ่ายสองวันเสร็จ คืนนั้นก็ตัดต่อเองเลย ใช้เวลารวมๆประมาณตั้งแต่ติดต่อกันก็แค่หกวันเท่านั้นเอง 



 

วินาทีที่ได้สบตาแฟนๆที่มาถ่ายคลิปด้วยกัน เขามองเรายังไง

วินาทีแรกก็ทักเลยเหมือนสนิทกันเลย “เห้ยพี่มากันกี่คนแล้ว ไปกันยัง?” ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่มีการโทรคุยกันมาก่อนหน้านี้ ขนาดผมคิดว่าผมเจ๋งแล้ว พวกเขาเจ๋งกว่าผมอีก สังเกตจากการแต่งตัว แต่ละคนจัดมาเต็มมาจากบ้านเลย คนอย่างนี้แหละที่ผมกำลังหาอยู่

คิดว่าทำไมเมื่อเปรียบเทียบคลิป “เกรียนนัมสไตล์ ” ของเรา (ยอดวิว ณ วันนี้ 4.3 ล้าน) กับคลิป “กำนันสไตล์ ” ของเวอร์ชั่นเสือร้องไห้ (นำโดยลิปตา ยอดวิว ณ วันนี้ 9.5 ล้าน) ถึงมียอดวิวได้ไกลกว่าเรา

แน่นอน ที่ผมดูคลิปเขาฮามาก เนื้อเพลงเขาก็แต่งเอง ได้ทั้งสองจุดทั้งวีดีโอทั้งนักแสดงที่เป็นนักร้อง มุขก็เยอะ แต่ไม่อิจฉานะ ผมว่าอย่างนี้แหละดี เพราะช่วยกันดันกัน คนดูเวอร์ชั่นนั้นก็มาดูเวอร์ชั่นผม คนดูเวอร์ชั่นผมก็ไปดูเวอร์ชั่นต่อๆไป



ถามจริง ตอนที่ทำนี่ไม่อายเหรอ

ไม่อายเลยครับ ผมกล้าพูด มันเหมือนคาแรคเตอร์ของผมตั้งแต่เด็กๆแล้ว

ทำไมคนแบบบี้ เดอะสกาถึงมีน้อย

ผมว่าคนเขากลัวฟีดแบค กลัวทำไปแล้วคนจะด่า ตอนช่วงแรกๆสำคัญมากนะ ไม่ใช่ทำไปจะมีคนดูเป็นหมื่นเป็นแสนทันที อย่างผมทำครั้งแรกคนดูหลักหมื่น ก็มีคนด่าไม่ใช่ไม่ด่า ซึ่งผมไม่ได้กลัวคำด่านะถ้าด่าแบบไม่มีเหตุผลหรือแบบเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามา แต่ถ้าพูดเชิงให้คำแนะนำโอเคผมรับฟัง แต่บางคนเขารับไม่ได้ คนที่พยายามทำตัวให้เด่นเหมือนผมเขารับไม่ได้ก็หยุดไป แต่ผมไม่แคร์กับเรื่องแบบนั้น ก็เลยยังอยู่ได้

ในชีวิตเคยทำอะไรที่อายที่สุด

(คิดนาน) จริงๆก็มีอายอยู่เหมือนกัน วันที่ไปทำคลิปเกรียนนำสไตล์ มันจะมีช็อตที่ตรงน้ำพุตรงเซ็นทรัลเวิรด์ ผมจะต้องถอดเสื้อผ้า ถ่ายอยู่สองรอบ รอบแรกถ่ายก็ถอดเหลือแต่กางเกงบ็อกเซอร์ลงไป อันนั้นไม่เท่าไหร่ แต่พอเทคสองต้องรีบถ่ายเลยเผลอลืมตัว ก็เลยถอดบ็อกเซอร์ลงไปอีกเหลือแต่กางเกงใน มีคนเกาหลีถ่ายวีดีโอเก็บไว้ด้วย อายอยู่ระดับนึงเลยเหมือนกัน ไม่เคยแก้ผ้าในที่ที่มีคนเยอะขนาดนั้น

เห็นว่ามีการทำแฟลชม็อบ (Flash Mob)ด้วย ช่วยแชร์เทคนิคในการทำแฟลชม็อบ ที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จในในเมืองไทย

อย่างแรกคือต้องรวมพลให้ได้ก่อน สองคือต้องเนียน มันต้องไปสถานที่ที่มีความยาก อย่างเช่นมี รปภ. หรือ security ต้องทำในสถานที่ๆคนไม่กล้าทำ ไม่ใช่ที่ๆแบบทั่วไปอย่างสวนสาธารณะหรือจ่ายตังค์ค่าสถานที่  ความเจ๋งของแฟลชม็อบคือต้องเนียน ต้องทำให้เร็วก่อนถูกจับ ก็เห็นคนพยายามทำแฟลชม็อบอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เนียน เหมือนจัดฉาก ผมเชื่อว่าคนที่ดูน่ะดูออก เราอย่าไปมองว่าคนดูโง่ จริงๆเขารู้ เราดูงานของเราก็รู้แล้ว แต่เมื่อไหร่คนดูเห็นแล้วบอกว่าเจ๋ง ถ้าคำๆนี้เกิดขึ้นมาล่ะก็ มันจะเกิดการแชร์ นั่นแหละคือการประสบความสำเร็จ

เส้นแบ่งระหว่างแฟลชม็อบปลอมๆกับแฟลชม็อบจริงๆ

แฟลชม็อบที่แท้จริง เราต้องเนียนๆอยู่ท่ามกลางคนจริงๆ แล้วเราต้องทำให้คนที่อยู่ในสถานที่นั้นเซอร์ไพรซ์ให้ได้ ไม่ใช่มีแค่เรา บางทีที่ผมเห็นคือเอาคนไปจำนวนมากแล้วทำแฟลชม็อบกัน สุดท้ายก็มีแต่คนที่เตรียมไปกันนั่นแหละ มันต่างกันนะ แฟลชม็อบนั้นเราเตี๊ยมคนกันหรือซ้อมกันก่อนล่วงหน้าได้ แต่ต้องไม่เตี๊ยมสถานที่ ไม่เตี๊ยมคนที่อยู่ตรงนั้น

คนไทยขี้อาย คิดว่าจะเกิดแฟลชม็อบจริงๆพร้อมๆกันสักห้าสิบคนในเมืองไทย จะเป็นไปได้ไหม

ผมคิดว่าเกิดได้ แต่ต้องมีปัจจัยอะไรให้คนเขาอยากทำ ไม่ใช่จ้าง ผมก็ไม่เคยเห็นเจ๋งๆนะ แต่ผมว่าคนไทยไม่ได้ขี้อายหรอกนะ แค่ชอบอ้างโน่นอ้างนี่เลยไม่ได้ทำ

เคยเจอบี้ เดอะสตาร์ตัวจริงหรือเปล่า

เคยครับ แรกเริ่มเรียนที่เดียวกัน เห็นตั้งแต่เขายืนซื้อน้ำปั่น ผมเห็นเขาก็คิดว่าเจ๋งว่ะ มีแต่คนรู้จัก ตอนนั้นก็ไม่ได้ทักพี่แก จนวันนึงผมทำคลิปมาเรื่อยๆมีรายการเขาชวนไปเซอร์ไพรซ์บี้เดอะสตาร์ตัวจริงในงาน เขาก็ทักตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปแต่งหน้า เขาก็ทักมา “เห้ยบี้..มานี่ๆ กอดที”  พี่แกแฮปปี้นะ เป็นกันเอง จนเข้าห้องแต่งตัวก็ถามพี่เขาว่าคิดยังไง ว่าผมหรือเปล่าที่มาทำคลิป พี่เขาก็ตอบว่าทำมาเรื่อยๆเลย พี่ชอบดู อยากดูอะไรฮาๆแบบนี้แหละ อารมณ์แรกๆก็เหมือนรุ่นน้องหยอกรุ่นพี่ เชื่อว่าแฟนคลับแกก็ชอบเหมือนกัน

ได้อะไรจากการประกวดไทยแลนด์ก็อดทาเล้นท์ (ปีแรก)

มีคนรู้จักผมจาก TGT เยอะเหมือนกัน เป็นเหมือนช่องทางโปรโมทผม ได้ออกทีวีตรงๆ จากนั้นมีคนจำชื่อได้ ผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้เล่นโซเชียลเน็ตเวิรค์ก็ยังทักทายผม จำได้ คนที่ไปเล่นกีตาร์ล่องหนในทีวีใช่ไหม ประมาณนี้

มีคนทักที่แสบที่สุดว่าอะไร

เจ็บๆแรงๆไม่มี ไม่รู้สึก จริงๆก็โดนมาทุกรูปแบบ แต่เขาก็ไม้ได้ด่าจริงๆ ส่วนมากด่าเพื่อเอาฮาๆมากกว่า

มีคนฝากถาม เป็นญาติกับน้องพุด เดชอุดมรึเปล่าครับ ทำไมหน้าคล้ายกัน

เออนั่นสิ ผมก็เพิ่งมาดูหน้าคล้ายกันนี่หว่า

บี้เดอะสกามีแฟนเพจเป็นของตัวเอง (http://www.facebook.com/bietheskar) ถึงห้าแสนกว่าคน มีเทคนิคประจำตัวในการสื่อสารหรือเข้าถึงแฟนคลับอย่างไร

ก็ใช้ทุกอย่างเหมือนที่เพจใหญ่ๆเพจอื่นเขาทำกัน คนที่มากดไลค์ผมไม่ใช่แค่เพราะมาจากคลิป แต่ก็มาจากเนื้อหาที่ผมโพสด้วย แน่นอนก็มีเนื้อหาเกาะกระแสบ้าง แต่สุดท้ายก็จะเป็นช่องทางให้ผมโปรโมทคลิปผมอีกต่อหนึ่ง

คิดว่าแฟนๆใน facebook จะมีสวยๆเสปกเราสักกี่คน

เยอะเลยนะ บางทีก็เลื่อนดูคอมเมนต์ก็ตกใจ มีคนน่ารักขนาดนี้ติดตามเราด้วยเหรอ คนน่ารักเยอะมาก จริงๆน่ารักๆก็แอบแอดไปบ้าง 55 ก็เข้าไปถามเก็บข้อมูล รู้จักเราจากไหน ประมาณนี้ 55

เขาตกใจไหม คนที่เขาตามอย่างบี้ เดอะสกามาขอแอดเฟรนด์

คำตอบแรกที่เขาโพสกลับมาก็เป็นแบบประมาณกรี๊ดกร๊าด แต่ก็ไม่ได้เสมอไป ส่วนมากแอดไม่ได้ ที่น่ารักๆเพื่อนเต็มซะก่อน 55

อยากรู้ว่าถ้าเลือกได้บี้อยากทำโปรเจค featuring กับคนดังในโลกออนไลน์คนไหน

ตอนนี้ตอบได้คำตอบเดียว “เนย ประมาณนั้นแหละ” คือว่าผมว่าผมกับเนยคล้ายกัน  เป็นคนธรรมดาโตมาจากโซเชียลมีเดียเหมือนกัน แฟนคลับขนาดใกล้เคียงกัน ของผมฝั่งชาย ของเนยฝั่งหญิง เคมีดูลงตัวกันพอดี ผมว่าคลิปที่มาทำด้วยกันคงเพอร์เฟคมากกกก

ถ้าบี้ เดอะสตาร์มาขอให้ทำ MV  ถ้าสมมติต้องเลือกจริงๆให้เลือกได้คนเดียว

ยากเลยนะ ผมว่าดีคนละแบบ ถ้าให้เลือกผมขอเลือกเนยก่อนแล้วกัน แฟนคลับพี่บี้รู้จักผมเยอะแล้ว แต่ผมเชื่อว่าแฟนคลับน้องเนยยังไม่รู้จักผมเท่าไหร่ 55

สโลแกน “รู้มั้ยเวลาเพื่อนๆยิ้ม ผมอ่ะโคตรมีความสุขเลย^^” มายังไง

มาตั้งแต่แรกๆที่ผมทำแล้วครับ คำนี้เวลาที่เขามาดูคลิปผม อยากให้เขารู้ว่า ผมทำขึ้นมาเพื่ออะไร บางคนเข้ามาก็เข้ามาไม่รู้ ด่าดีกว่า ผมอยากให้รู้ว่าผมแฮปปี้เวลาที่เขามาดูแล้วมีความสุข

คำถามสุดท้าย ถ้าวันหนึ่งได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวง ICT จะมีนโยบายจัดการพวกเกรียนคีย์บอร์ดอย่างไร ให้เลิกเกรียนเสียที

ถ้าผมสามารถพูดอะไรให้เขาฟังได้ ผมคงจะบอกกับเขาตรงๆ อาจให้แนวคิดว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้แทน อาจทำเป็นคลิปไวรัลตามแนวถนัดของผมด้วย ทำคลิปบอกให้เขารู้ว่าข้อเสียเป็นอย่างไร ผมว่าเกรียนคีย์บอร์ดคือความอยากโชว์ ความอยากเป็นจุดเด่น คล้ายๆผม แต่ไม่รู้จะทำอะไร ทำวีดีโอก็อายคน ก็เลยโชว์ความอยากมีตัวตน โชว์พลังในโลกออนไลน์ออกมา ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ด่าคนอื่น หรือโชว์กร่างในที่อื่นๆ ผมก็อยากให้เขาแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ การทำเป็นตัวอย่าง บอกวิธีทำให้ด้วย น่าจะดีที่สุด

 และนี่คือตัวตนที่แท้จริงของ บี้ เดอะสกา แนวคิดที่ทำให้เขาสามารถยืนระยะในโลกออนไลน์ได้อย่างองอาจ ซึ่งนับวันจะเติบโตและมีคนรู้จักมากขึ้นไปเรื่อยๆ อยากให้เราได้ติดตามเชียร์เซอร์ไพรซ์ใหม่ๆจากบี้ทุกวันๆและเชียร์ให้ไปไกลถึงระดับโลก วันที่เราสัมภาษณ์นี้รุ่งขึ้นคือวันเกิดของบี้ เราจึงมีเซอร์ไพรซ์จากร้าน MK ด้วยไอศกรีมวันเกิด บี้จึงอยากขอตอบแทนโดยการเต้น กังนัมสไตล์ เพื่อเป็นการขอบคุณร้าน เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสเต้นกับพนักงานของร้าน บี้ปิดจบการสัมภาษณ์นี้ด้วยความเป็นตัวตนของบี้อย่างแท้จริง  เชิญติดตามชมคลิปนี้ได้ด้านล่างนี้ได้เลยครับ ^^

สู้ต่อไปนะ ทาเคบี้

(แถม) ทาง Marketing Oops! ขอให้ บี้ เดอะสการ์ ช่วยเต้นกังนัมโชว์สดให้ดู



โดย Kittipat M [กิตติพัฒน์ มหพันธ์]

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

1 Comment

Leave a Reply


seven + 6 =

Recent Posts

Facebook